หมวดหมู่: ประวัติศาสตร์

วันฮาโลวีนที่มาของวันHalloween และ Jack Olantern

วันที่31ของทุกปีหรือว่าวันฮาโลวีน ซึ่งพอเราได้พูดชื่อนี้เราบอกเลยว่าใครหลายๆคนหรือว่าใครจำนวน90%จะต้องรู้จักอย่างแน่นอนว่าวันฮาโลวีนมันได้เป็นวันปล่อยผีที่มันได้เป็นเทศกาลของต่างประเทศโดยจะให้มีการแต่งตัวเหมือนผีหรือว่าปีศาจแล้วก็เดินไปเคราะห์ประตูตามบ้านต่างๆและพร้อมกับพูดว่าTrickrtreatและหลังจากนั้นคุณก็จะได้ขนมมาซึ่งส่วนใหญ่เราเชื่อว่าก็น่าจะรู้จักกันประมาณนี้

แต่ประวัติจริงๆของวันฮาโลวีนมันเป็นเพียงแค่กิจกรรมการแต่งตัวให้เหมือนผีหรือปีศาจและไปขอขนมแบบนั้นจริงหรือไม่ ถ้าตามข้อมูลที่เราได้หามาเราขอบอกเลยว่ามันไม่ใช่ ถ้าจะเอาตามข้อมูลประวัติของวันฮาโลวีนจริงๆเขาได้บอกเอาไว้ว่าในวันที่31ตุลาคมในยุคของสมัยก่อนชาวCeltsซึ่งได้เป็นคนชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอซ์แลนด์เขาได้เชื่อกันว่าในช่วงเวลาก่อนปีใหม่หนึ่งวันหรือวันที่31มันจะเป็นวันที่โลกของคนเป็นและคนตายจะถูกเชื่อมโยงเข้ากัน

โดยสมบูรณ์และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีก่อนก็จะถูกปล่อยออกมาจากนรกเพื่อที่จะออกมาตามหาร่างและเข้าสิงร่างนั้นเพื่อทำการยึดร่างนั้นแล้วได้กลับมามีชีวิต และตรงจุดนี้มันเลยทำให้คนชาวCeltsค่อนข้างที่จะมีความกลัวอยู่มากและตามความเชื่อของของชาวCeltsเขาก็จะต้องมีการป้องกันให้วิญญาณเข้ามายึดร่างของเขาได้เขาเลยคิดวิธีป้องกันขึ้นมาอยู่2วิธีโดยวิธีแรกก็คือให้ปิดไฟในบ้านทุกดวงเพื่อที่จะให้อากาศภายในบ้านหนาวเย็นวิญญาณจะได้กล้าเข้ามาใกล้ในบ้านและคิดว่าบ้านนี้เป็นบ้านร้างไม่มีคนอาศัยอยู่

หรือวิธีที่สองคือให้แต่งกายเป็นผีหรือปีศาจซาตานต่างๆเพื่อที่จะหลอกให้วิญญาณได้เข้าใจว่าตนนั้นไม่ใช่มนุษย์ที่มีกายหยาบและไม่สามารถที่จะเข้ามาสิงสู่ได้นั่นเอง ซึ่งตรงจุดนี้มันได้เป็นตำนานของวันฮาโลวีนแบบต้นตำรับจริงๆที่ได้มีบันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์แต่ตำนานตรงส่วนนี้มันก็ยังได้มีบางส่วนที่ค่อนข้างที่จะโหดร้ายเพราะตำนานส่วนใหญ่ของคนสมัยก่อนที่เกี่ยวกับประเพณีในวันต่างๆซึ่งมันก็ไม่ได้โลกสวยเหมือนกับในยุคปัจจุบันนี้

โดยในตำนานบางส่วนเขาได้บันทึกข้อมูลเข้าไว้ว่า ในสมัยนั้นได้ตั้งศาลเตี้ยขึ้นมาและตัดสิ้นคนอื่น โดยได้อ้างว่าคนๆนั้นเป็นคนที่ถูกผีเข้าและคนที่ถูกผีเข้าและคนที่ถูกอ้างว่าที่ถูกผีเข้าก็จะถูกประหารชีวิตด้วยการถูกเผาทั้งเป็นเพราะว่าคนสมัยก่อนส่วนใหญ่ได้มีความเชื่อว่าภูติผีปีศาจวิญญาณร้ายหรือเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อมักจะเป็นเรื่องที่ไม่ดี

และมันก็ได้เป็นความเชื่อที่คนส่วนใหญ่และเป็นความเชื่อที่คนส่วนใหญ่เขาเชื่อกันว่ามันมีอยู่จริงเขาเลยจะต้องมีการกำจัดตรงส่วนนี้ออกไปและเขาบอกว่าสิ่งเดียวที่จะกำจัดภูติผีปีศาจซาตานที่เข้ามาสิงร่างคนอย่างเดียวก็คือจะต้องทำการเผาทั้งเป็นเท่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุน  sagame mobile

มังกรมันมีอยู่จริงหรือว่ามันเป็นเรื่องแต่งกันขึ้นมา?

สำหรับการที่ได้หาข้อมูลของตำนานมังกรนั้นมันจะเป็นจริงหรือว่ามันไม่เป็นจริงได้ยังไงทำไมคนสมัยก่อนส่วนใหญ่ก็ยังได้เชื่อว่าตำนานนี้มันเป็นเรื่องจริงเพราะว่า เขาได้มีการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์อีก1อย่างแต่หลักฐานชิ้นนี้มันไม่ใช่โครงกระดูกของมนุษย์มันไม่ใช่โครงกระดูกของมังกรแต่มันได้เป็นขุมสมบัติตามตำนานของBeowulfที่ได้เขียนเอาไว้ในหน้าของประวัติศาสตร์

และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือการค้นพบของหนึ่งชิ้นที่พวกเขาคาดว่ามันหน้าจะเป็นของBeowulfนั่นก็คือหมวกเกราะเหล็กที่มีรูปสลักมังกรอยู่ในหมวกใบนั้นด้วยซึ่งตรงจุดนี้เราสามารถคิดได้ว่าให้มันได้เป็นสองกรณีคือหนึ่งBeowulfได้ต่อสู้กับมังกรจริงๆแต่มังกรตัวนี้อาจจะตายจริงหรือมันก็ยังไม่ตายแล้วก็ไม่มีการค้นพบซากหรืออีกอย่างหนึ่งก็คือตำนานของBeowulfมันเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาที่มีการพูดถึงสรรเสริญให้Beowulfเป็นคนที่มีความแข็งเกร็งสามารถสู้กับมังกรและชนะมังกรมาได้และอีกหนึ่งสาเหตุเลยก็คือแต่งเรื่องขึ้นมาให้คนกลัวไม่กล้าที่จะเข้ามาตรงจุดที่มีเนินดินที่มันได้มีสมบัติของพวกเขาอยู่นั่นเอง

ซึ่งเขาก็เลยมีการตั้ง2ทฤษฎีนี้ขึ้นมา ซึ่งในตอนแรกเขาก็ได้เชื่อไปว่ามังกรนั้นมันได้มีอยู่จริงแต่ในเวลาหลังต่อมาคนกลับได้เทใจไปว่ามังกรนั้นมันเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าเพื่อที่จะกันไม่ให้คนเข้าไปในจุดที่มันได้มีสมบัตินี่เองส่วนตำนานมังกรดิฟฟาเขาก็ได้มีการเฉลยออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยตำนานเก่าเขายังได้บอกเอาไว้ว่าได้ถูกมังกรบินต่ำวนรอบๆก่อนที่จะถูกโจมตีและได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นใหญ่เขาก็ได้เฉลยออกมาว่าจริงๆแล้วมังกรที่เขาได้เห็นกันในคืนนั้นมันได้เป็นหัวเรือของชาวไวกิ้งที่ออกเรือล่าขุมสมบัติในยุคอนานิคนในยุคสมัยนั้นส่วนตัวของมังกรที่พวกเขาได้เห็นว่ามันได้บินอยู่รอบๆวนอยู่รอบๆนั่นก็คือขับเรือวนอยู่โดยรอบๆพื้นที่Lindisfarneแล้วก็ด้วยวิสัยทัศน์ในตอนกลางคืน

ที่พวกเขาได้มองเห็นไม่ชัดเขาก็เลยเชื่อได้ว่ามันคือมังกรนี่เอง ซึ่งตรงจุดนี้มันได้เป็นตำนานที่โด่งดังมากๆและมีคนพูดถึงกันเยอะมากที่สุดแต่ถามว่าตำนานของมังกรมันยังมีอยู่อีกหลายที่หรือไม่มันก็ยังมีอยู่อีกหลายที่ทั่วโลกและแต่ละที่นั้นมันก็ยังไม่ได้ถูกเฉลยและบางพื้นที่เขาก็ยังเชื่อว่าเจ้ามังกรมันยังได้มีอยู่จริงๆ

ซึ่งถ้าหากว่าเราได้เอาตามหลักวิทยาศาสตร์เขาก็จะมองกันอยู่สองรูปแบบโดยในรูปแบบแรกเขาได้มองกันว่ามังกรมันน่าจะเป็นรูปแบบที่เราได้พูดถึงกันในยุคแรกเริ่มนั่นก็คือมันเป็นลักษณะของสัตว์เลื้อยคานที่มีขนาดใหญ่หรืองูยักษ์ที่เราได้รู้จักกันในนามของTitanoboaนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame

หนึ่งในผู้กำกับไทยที่รู้จักกันดี

เป็นเอก รัตนเรือง เขาผู้นี้เป็นคนที่ผู้กำกับมีชื่อเสียงของประเทศไทยของเรา ที่ใครๆได้ยินชื่อก็ร้องอ้อด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ ผู้กำกับคนนี้เป็นผู้กำกับที่ได้ทำการไต่เต้าขึ้นมาจากการเป็นผู้กำกับโฆษณาเพียงเท่านั้น  

ถือได้ว่าก็เป็นเลิศในผู้กำกับที่ดิ้นรนสร้างชีวิตขึ้นมาเอง แล้วด้วยประสบการณ์สำหรับในการกำกับโฆษณาต่างๆที่หลากหลายนับไม่ถ้วนอีกด้วย เพราะฉะนั้นการควบคุมหนังของผู้กำกับสำหรับคนนี้แล้วละก็ถือได้ว่าง่ายมาก และก็มาถึง ทำเป็นดีตั้งแต่เรื่องแรกอย่างยิ่งจริงๆ แล้วหนังที่สร้างชื่อให้กับเขาอย่างที่สุดก็คือเรื่อง รักน้อยนิดมหาศาล นั้นเอง

สำหรับประเด็นนี้เป็นหนังที่ผู้กำกับเป็นเอกคนนี้ได้ต้องการจะทำหนังที่ให้เป็นหนังที่เข้าถึงหัวใจผู้ชมเป็นหลักไม่ใช่หนังที่จะถูกอัดแน่นด้วยเหตุผลจนกระทั่งดูแล้วจะต้องคิดตามมากมายอะไรขนาดนั้น โดยเหตุนั้นหนังก็สื่อไปในทางอารมณ์ซะมากยิ่งกว่า บางฉากที่บางทีอาจจะมองขาดเหตุผล ก็นั้นแหลเขาดูแลประเด็นนี้มาโดยอย่างถามถึงเห็ตุผลในสถานการณ์ต่างๆ

ในเรื่อง ตอนสุดท้ายประเด็นนี้ก็มิได้เสนอการจบแบบปกติ แต่ว่าเป็นการจบแบบที่ให้มองเห็นถึงความเพิ่มเติมโตขึ้นของผู้แสดงนำของเรื่อง ไม่ใช่ความเพิ่มเติมโตทางด้านร่างกายหรือใดๆก็ตามแต่ว่าเป็นการเติบโตด้านจิตใจ แล้วจิตใจก็เป็นเหตุสำกัญที่สุดสำหรับเพื่อการทำให้มนุษย์เราเพิ่มไม่ในแนวทางต่างๆซึ่งเมื่อใครๆได้ดูหนังหัวข้อนี้จะได้อิ่มกับความรู้สึกมากยิ่งกว่าอิ่มเนื่อเรื่องซะอีก

วิธีการทำหนังประเด็นนี้เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นการทำหนังแบบใช้จินตนาการเป็นอย่างมาก แต่ว่าเรื่องนี้ก็มีการสร้างคำถามจำนวนมากให้กับคนที่ได้ดู ว่าเพราะเหตุใดผู้แสดงนำของพวกเราก็เลยอยากตายนี่นับว่าเป็นผู้กำกับสายอินดี้อย่างแท้จริงคนนึงเลยล่ะ เนื่องจากว่าหนังที่สร้างมาคนไหนได้มองก็อาจจะรู้เรื่องอารมณ์ติ๊ดๆเหงาหงอยๆของหนักได้

รวมทั้งการร่วมแรงกับทั้งช่างภาพที่เก่งวิธีการทำหนังชนิดนี้แล้วด้วยยิ่งทำให้หนังประเด็นนี้มองสื่อถึงอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยม คนไหนที่ชอบในการเดินเรื่องแบบอินดี้ๆอย่างนี้ ก็ตามหาหนังของพี่เป็นเอก มาได้ดูได้ หลายๆเรื่องมีอารมณ์อินดี้อยู่เสมอๆ

หากใครที่มีความชื่นชอบในผลงานของ เป็นเอก รัตนเรือง คนนี้และละก็อย่างลืมติดตามผลงานของเขาได้นะ เพราะเขาสร้างหนังให้เราได้อินอีกมากมายอย่างแน่นอน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของเขา เรามองว่าน่าจะมีผลงานให้ได้ติดตามกันไม่ขาดสายเป็นแน่

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 ฝาก ขั้น ต่ํา

ขุนพันธรักษ์ราชเดช  ได้เข้า ปราบโจรที่หนองมะโมง

ในปีพ.ศ.2488 สงครามโลกครั้งที่2ใกล้จะยุติภาวะสงครามทำให้บ้านเมืองบอบ ช้ำเป็นอย่างมากผู้คนอดยากและก็ไร้ที่พึ่งหลายคนได้ผันตัวเองมาเป็นโจรมีโจรอยู่กลุ่มหนึ่งพวกเขาจะปล้นแต่คนรวยเพื่อที่จะนำเอาไปช่วยคนจนจนพวกเขาได้ถูกขนานนามว่าจอมโจรเชิ้ตดำ ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้ถูกเรียกให้มาประจำการที่จังหวัดชัยนาท

ขุนพันธได้เกณฑ์ตํารวจจำนวนหนึ่งให้ไปปราบโจรที่หนองมะโมง จังหวัดชัยนาท และขุนพันธรักษ์ก็ได้บอกให้พวกของเขาให้วิทยุไปหากำนันยูนเพื่อให้พวกกำนันยูนบุกเข้าไปจับโจร แต่กำนันยูนก็ได้บอกว่า ไอขุนพันธมันเป็นใครวะมาสั่งกูวะกำนันยูนไม่ไปและได้นั่งกินข้าวต่อในระหว่างที่พวกของขุนพันธได้เดินทางเข้าไปจับโจรตำรวจที่ได้มาพร้อมกับขุนพันธก็ได้โดนโจรยิงและได้เสียชีวิตกันไปหลายคนพวกโจรนั้น

ได้เข้ามากันเยอะมากและได้วิ่งเข้ามาหาตำรวจขุนพันธได้บอกให้พวกของเขาหมอบแต่ตำรวจบางคนได้ยิงสวนกลับไปบ้างก็วิ่งหนีและได้ถูกพวกโจรฆ่าตายกันหมดเหลือแต่ ขุนพันธคนเดียวเท่านั้น

หัวหน้าโจรก็ได้สั่งลูกน้องคนหนึ่งให้วิ่งเข้าไปฆ่า ขุนพันธ แต่ได้ถูกขุนพันธใช้ปืนลูกซองยิงจนกระเด็นออกมาจากนั้นพวกโจรได้โมโหก็วิ่งเข้าไปหาขุนพันธ ขุนพันธได้วิ่งหนีแต่ก็ได้ถูกพวกโจรนั้นมาล้อมเอาไว้ขุนพันธได้พนมมือขึ้นและได้ท่องคาถามหาอุดพวกโจรได้ใช้ปืนยิงเข้าใส่ตัวขุนพันธคาถามหาอุดทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยอุดลูกกระสุนปืนของพวกโจรทำให้ปืนที่พวกโจรนั้นยิงใส่ขุนพันธได้ระเบิดคามือส่วนโจรที่ไม่ได้ยิงใส่ขุนพันธก็โดนขุนพันธจัดการหมดเหลือ

แต่หัวหน้าโจรหัวหน้าโจรได้จุดระเบิดและก็ได้ปาไปที่ตัวของขุนพันธแต่ไม่ตายและได้กระโดดออกมาจากควันพร้อมใช้ปืนยิงไปที่โจรทำให้ได้รับบาดเจ็บจากนั้นโจรมันก็หายไปเหลือแต่เลือกที่อยู่บนพื้นดินเท่านั้นขุนพันธก็ได้เดินตามรอยเลือดไปเรื่อยๆและได้เจอบ้านโจรขุนพันธได้ขึ้นไปบนบ้านแล้วได้มองหาโจรแต่ก็ไม่เห็นขุนพันธได้พนมมือขึ้นมา

และได้ท่องคาถาพอท่องจบก็ได้ใช้มือลูบไปที่ดวงตขุนพันธได้เปิดประตูเข้าไปเจอผู้หญิงและเด็กที่ได้เป็นครอบครัวของโจรทั้งสองข้างทำให้โจรที่ใช้คาถาบังตาเอาไว้ได้นอนตายอยู่ตรงหน้าเขาแต่ว่าขุนพันธนั้นได้ปล่อยไปคนของกำนันก็ได้มาบอกว่าโจรตายหมดแล้วเหลือแค่เด็กกับผู้หญิงจากนั้นกำนันก็ได้เข้าไปบุกจากนั้น

พวกกำนันเข้าไปในบ้านและได้ฆ่าคนทั้งหมดจึงทำให้ขุนพันธช็อกมากที่ได้เห็นพวกกำนันทำแบบนี้กำนันก้ได้บอกว่าลูกเสือลูกตะเข้น่าท่านขุนหากปล่อยไปก็อันตรายขุนพันธเห็นพวกกำนันหยิบทองพวกโจรใส่กระเป๋าตัวเองขุนพันธได้บอกกำนันว่าถ้ากำนันยอมมอบตัวจะจับเป็นแต่กำนันไม่ยอมได้หยิบปืนขึ้นมาเพื่อจะยิงขุนพันธขุนพันธเห็นกำนันหยิบปืนขึ้นมาเลยยิงเข้าไปที่หัวของกำนันทันทีจากนั้นขุนพันธก็ได้ไปฝึกวิชากับพระอาจารย์ในถ้ำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 live tv

การรบล้างสตาลินออกจากประเทศ

หลังจากที่นาย สตาลินเขาได้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ3ปีจากนั้นทางด้านครุชชอฟก็ได้เริ่มทำในสิ่งที่นักประวัติศาสตร์ที่เรียกกันว่า De-Stalinization ซึ่งมันก็คือแนวคิดที่จะล้างความเป็น สตาลินออกไปจากประเทศ

โดยได้มีโซเวียตในยุคใหม่จะไม่โฟกัสไปที่การเป็นศัตรูกับอเมริกาซึ่งจะเปิดรับโลกทุนนิยมมากยิ่งขึ้นและได้ยินดีกับประเทศอื่นๆที่ได้วางตัวเป็นกลางและได้หันมาสนใจของความสงบสุขและความเจริญของประชาชนที่อยู่ในประเทศให้มากยิ่งขึ้นแต่ทว่าที่ไม่ชอบในการเปลี่ยนแปลงนี้ก็คือคอมมิวนิสต์ของจีน ซึ่งได้นำโดย เหมา เจ๋อ ตง 

ซึ่งเพราะว่า เหมา เจ๋อ ตง ที่ได้ใช้สูตรเดียวกันกับสตาลิน นั่นก็คือการสร้างตัวตนขึ้นมาให้มันเป็นผู้นำอย่างสูงสุดให้มีลัทธิบูชาตัวบุคคลหรือที่เรานั้นได้เรียกกันว่าลัทธิเหมา หรือ Maoism จากนั้นทางด้าน เหมา เจ๋อ ตง เองนั้นก็ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสตาลินอย่างมากและที่สำคัญ จีน ก็ได้มองว่าแนวคิดที่จะเป็นรับโลกเสรีมากยิ่งขึ้น

สำหรับจีนนั้นก็ถือได้ว่าขัดกับจุดมุ่งหมายของการเป็นคอมมิวนิสต์ที่จะต้องมาปฎิวัติชั้นนายทุนให้จนหมดไปอีกด้วย สุดท้ายแล้วทางสหภาพด้านโซเวียตกับจีนก็ได้ตัดความสัมพันธ์ในส่วนของการทูตกันอย่างเป็นทางการในช่วงประมาณศตวรรษ1960จากที่ได้เคยไปช่วยเหลือกันก็ได้กลายมาเป็นคู่แข่งกันเองที่ได้แย่งกันเข้ามาขยายอิทธิพลของตัวเอง

ในประเทศต่างๆอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังได้กลายมาเป็นว่าได้มีทั้งอิทธิพลของด้านสหรัฐอเมรกา สหรัฐภาพโซเวียต รวมไปถึง จีน ที่ได้มาเป็นคู่แข่งกันเองในระหว่างของสงครามเย็น ซึ่งในพื้นที่ที่เรานั้นได้เรียกกันว่า อินโดจีน ฝรั่งเศสอะไรประมาณนั้นแหละ จากนั้นเมื่อเหตุการณ์ของสงครามโลกในครั้งที่2ได้จบลง จากนั้นก็ได้ทำให้ฝั่งทางฝรั่งเศสได้ล้มเหลว

ในการกลับมาปกครองในประเทศอาณานิคมอินโดจีน ซึ่งในเฉพาะในเวียดนามที่ได้มีเหล่ากองทัพฝรั่งเศสที่ได้มีการแพ้สงครามให้กับกองทัพของเวียดมินห์ ซึ่งก้ได้เป็นกองกำลังในด้านปลดปล่อยจนในท้ายที่สุดก็ได้นำไปสูการเจรจาที่นครเจนีวาในปี 1954 ที่ฝรั่งเศสซึ่งก็ได้ยอมให้อิสรภาพกับอินโดจีนโดยที่เวียดนามถูกแบ่งออกเป็นเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้

ส่วนทางเวียดนามเหนือได้เป็นคอมมิวนิสต์และส่วนใต้นั้นได้เป็นเสรีนิยมส่วนทางด้านสหรัฐอเมริกาก็ไม่อยากให้ลัทธิคอมมิวนิสต์แพร่ขยายในเอเชียด้านตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเขาไมาอยากให้มีการล่มเป็นแบบโดมิโนจากเวียดนามเหนือจากนั้นเขาก็เลยเข้าไปรบแทนฝรั่งเศสโดยที่ได้ให้การสนับสนุนจากเวียดนามใต้และส่วนเวียดนามเหนือก็ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียตตามธรรมเนียมส่วนกัมพูชากับลาว ซึ่งก็เป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสด้วย ก็ได้ประกาศเอกราชตามกันมาแบบติดๆ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 fast

หลุมดำนั้นมันคืออะไร?

เราทุกคนอาจจะเคยได้ยินสิ่งที่ได้เรียกว่าหลุมดำกันมาบ้างแล้วและไม่ว่าจะได้มาจากการเรียนหรือว่าสารคดีและในภาพยนตร์รวมไปถึงแหล่งที่ได้เรียนรู้จากด้านต่างๆแต่หลายๆคนก็อาจจะยังไม่ค่อยจะเข้าใจมันหรือว่าคุณจะลืมมันไปแล้วก็เป็นได้วันนี้เราจะขอมาทบทวนและลงลึกถึงลายละเอียดกับสิ่งที่มันน่ากลัวที่สุดในจักรวาลที่เรานั้นเรียกกันว่าหลุมดำ

หลุมดำนั้นมันคืออะไร

สำหรับหลุมดำนี้มันคือเทหวัตถุที่อยู่ในเอกภพซึ่งมันได้มีแรงโน้มถ่วงที่เยอะมากหากได้เข้าไปแล้วและก็จะไม่มีอะไรที่จะออกจากที่แห่งนั้นได้แม้แต่แสงและที่มันเป็นหลุมดำด้วยกันซึ่งเรานั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นส่วนที่มันได้เป็นใจกางของหลุมดำนี้ได้ ซึ่งหลุมดำนี้เองมันก็ยังได้มีพื้นที่หนึ่งที่มันมีเอาไว้เป็นเขตของตนเอง

ซึ่งมันเรียกว่าขอบฟ้าเหตุการณ์หากได้มีสิ่งใดที่มันได้เข้าไปที่ด้านหลุมขอบฟ้าเหตุการณ์วัตถุนั้นจะต้องเร่งความเร็วที่มันสามารถเร็วกว่าแสงถึงจะสามารถที่จะออกจากขอบฟ้าเหตุการณ์ได้และมันก็จะเป็นไปไม่ได้ที่มัรจะมีวัตถุที่มันจะไวไปกว่าแสงและมันก็ทำให้วัตถุนั้นออกมาได้อีกต่อไป

หลุมดำนั้นมันเกิดขึ้นมาจากอะไร

ซึ่งแต่เดิมแล้วนั้นด้านหลุมดำมันได้เป็นซากที่สิ้นสลายของดาวฤกษ์ที่มันได้ถึงอายุไขของมันแล้วจากนั้นเมื่อดาวฤกษ์นั้นมันได้มีดาวที่แตกแล้วมันก็ได้ดับลงซึ่งมันก็อาจจะทิ้งสิ่งที่ดำมืดเอาไว้นอกจากนี้มันก็ยังมีอำนาจในการทำลายล้างอย่างสูงสุดที่อยู่ข้างหลังเนื่องจากว่าเรานั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นหลุมดำด้วยกล้องใดๆ

ซึ่งหลุมดำนั้นมันไปแป่งแสงหรือมีแสงใดๆออกมาให้เห็นเลยและมันก็ยังสามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยกล้องจูลทัศวิทยุและก็ยังสามารถตรวจสอบได้อีกก็คือคลื่นของหลุมดำจากนั้นในปัจจุบันก็ได้ทำการค้นพบหลุมดำแล้วขั้นต่ำเลยประมาณ6แห่งด้วยกัน

คุณสมบัติในหลุมดำ

ซึ่งตามทฤษฎีแล้วในส่วนของหลุมดำนั้นมันได้มีคุณสมบัติทางกายภาพซึ่งมันได้แยกออกจากกันอย่างน้อยสามประการได้แก่ มวล ประจุไฟฟ้าและโมเมนตัมเชิงมุม นอกจากนี้ถ้าหากว่าหลุมดำที่หมดทั้งสามหลุมนี้หากหลุมใดที่ได้มีค่ามวลทั้งหมดทั้งสามนี้ครบหมดซึ่งก็จะไม่สามารถที่จะแยกแยะในความแตกต่างกันได้อีกเลยและมันก็ยังไม่เหมือนกับวัตถุดาราศาสตร์อื่นๆเช่นดาวฤกษ์ที่มันได้มีค่าคุณสมบัติมากมายที่เรานั้นนับไม่ถ้วน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  rb88 ดีไหม

ความผิดพลาดของมนุษย์

อันดับความผิดพลาดที่มนุษย์ต้องจ่ายราคาแพงมากที่สุดในโลกไม่มีความสมบูรณ์แบบบนโลกของเราทุกคนก็ล้วนแต่เคยทำผิดพลาดกันมาบ้างแล้วแต่ใครจะเชื่อว่าบางคนทำบางอย่างผิดพลาดเพียงแค่เล็กน้อยนิดเดียว

มันกลับส่งผลให้กับความเสียหายเป็นมูลค่าที่มากมายมหาสารและในวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับข้อผิดพลาดของมนุษย์ที่ต้องจ่ายเป็นราคาแพงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ว่ามันจะมีอะไรบางนั้นมาดูกันเลย

สะพานSEONGSU BRIDGE

สำหรับสพานSEONGSU BRIDGEมันได้เป็นสพานที่เอาไว้ใช้สัญจรที่เอาไว้ข้ามแม่น้ำHanซึ่งมันได้มีความยาวมากถึง1,160เมตร ซึ่งมันได้เป็นสพานที่เชื่อมโยมและมันก็ได้เป็นเส้นทางสัญจรยอดนิยมกรุงโซล แต่ในช่วงเช้าของในวันที่21ตุลาคม1994 เวลาปาระมาณ7.40นาที ก็ได้เกิดหายนะเกิดขึ้นกลับสพานแห่งนี้ ซึ่งในช่วงเช้าของวันนั้น

ขณะที่จำนวนผู้คนจำนวนร้อยคนที่กำลังสัญจรผ่านไปมาบนสพานSEONGSU BRIDGEนอกจากนั้นก็ได้ให้ชิ้นส่วนของสพานชิ้นส่วนของสพานนั้นจะมีความยาวประมาณ48เมตรก็ได้ตกลงไปในแม่น้ำทั้งนี้จากแม่น้ำและสพานมันก็มีความสูงประมาณ20เมตรด้วยกันแน่นอนแล้วว่าในโครงสร้างบางส่วนมันจะตกลงไปแม่น้ำแล้วนอกจากนี้มันก็ยังได้มีรถบัสและรถโดยสารที่ได้มีผู้โดยสารอยู่กันเต็มรถก็ได้ตกลงไปด้วย

ซึ่งทางด้านการรายงานข่าวก็ยังได้บอกว่าได้มีผู้ที่เสียชีวิตไปจำนวน32คนและได้มีอีกประมาณ17คนที่ได้รับบาดเจ็บจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ก็ได้พบความผิดปกติบางอย่างซึ่งวมันไม่น่าคิดว่ามันจะเจอขึ้นมาได้ก่อนน่านี้ก็ได้มีการร้องเรียนมาว่าสะพานที่แห่งนี้มันได้แกว่งไปมาจึงได้ทำให้ผู้คนที่ได้สัญจรผ่านไปมาได้รู้สึกถึงความไม่มั่นคงของโครงสร้างของสพานทั้งนี้มันก็ยังได้มีการรายงานกล่าวออกมาอีกว่าสาเหตุหลักนี้มันได้เกิดมาจากการผิดพลาดเนื่องจากในการก่อสร้างโดยจะมุ่งประเด็นไปที่ชิ้นส่วนของโครงสร้างสะพาน

ซึ่งมันก็คือข้อต่อหนุนเหล็กที่ได้ใช้รองรับโครงสร้างแทนที่จะใช้ข้อต่อที่มีขนาดหนา10MMนอกจากนั้นกลับบได้พบว่าได้มีการใช้ข้อต่อเพียงแค่8mmเท่านั้นและมันก็ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้หมุดเชื่อมต่อมันรับน้ำหนักไม่ค่อยจะไหวจึงทำให้มันได้แตกหักออกมามันจึงได้เป็นสาเหตุที่ได้ทำให้สะพานนั้นมันจึงได้ถล่มลงมา

นอกจากนี้สะพานแห่งนี้ก็ยังได้ถูกออกแบบมาให้รถที่มีน้ำหนักไม่เกิน36.3ตันผ่านสัญจรไปมาเท่านั้นแต่ในความเป็นจริงกลับได้พบว่ามีรถบรรทุกที่ได้มีน้ำหนัก47.3ตันวิ่งผ่านไปมาเป็นประจำนอกจากนั้นมันจึงทำให้มีความเสียหายมากถึง2ล้านดอลลาร์

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 คาสิโน

หมู่บ้านที่สำคัญได้กลายมาเป็นประวัติศาสตร์แล้ว

คินเดอร์ไดค์

สำหรับรูปภาพที่ได้เห็นกันอยู่ตรงข้างหน้านี้มันได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมันได้เป็นไปด้วยดินแดนของกังหันลมนับพันและนั้นก็ไม่แปลกอะไรเลยที่กังหันลมนั้นมันก็ได้กลายมาเ็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของประเทศ โดยหมู่บ้านคินเดอร์ไดค์ และมันก็ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดฮิตของชาวถั่ว

ซึ่งในจุดเด่นของสถานที่แห่งนี้มันได้เป็นกังหันลมที่มันได้อยู่ตรงบ้านขนาดใหญ่และมันได้มีความเก่าแก่มากที่สุดในเนเธอร์แลนด์เนื่องจากนี้กังหันลมนั้นมันก็ยังได้เป็นอีกหนึ่งของทางด้านมดรกโลกอีกด้วยและที่มันได้มีกังหันลมติดตั้งอยู่มากมายขนาดนี้นั้นมันก็เป็นเพราะว่าในประเทศเนเธอร์แลนด์นั้นมันได้มีบางส่วนมีลักษณะที่มันได้เป็นที่ราบลุ่ม

โดยคินเดอร์ไดค์ก็ได้ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่ม ซึ่งในสมัยก่อนนั้นสถานที่แห่งนี้ก็เกิดเหตุการณ์น้ำท้วมจึงได้ทำให้ชาวเนเธอร์แลนด์ได้คิดค้นที่จะสร้างกังหันลมขึ้นมาเพื่อจะสูบน้ำและยังสามารถใช้เพื่อการดำเนินความสะดวกในด้านอื่นๆไม่ว่าจะเป็นโมแป้งสีข้าวซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาที่ฉลาดและสมควรที่จะอนุลักษณ์มันเอาไว้จริงๆ

เตาอบยักษ์โบราณ

สำหรับเตาอบยักษ์นี้มันได้มีรูปร่างลักษณะที่มันตั้งอยู่คล้ายเหมือนกับลังผึ้งทีมันได้อยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ที่อยู่ในเทือกเขาอีแกนทางตอนใต้ของรัฐเนวาด้าประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งลักษณะเตาอบหรือเตาเผาแห่งนี้นั้นมันก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาเมื่อในปี2422-2491 โดยมีการสร้างเพื่อทำการผลิตถ่านจากต้นสนหลังจากนั้นเตาเหล่านี้ก็ได้ถูกปลอดปล่อยทิ้งเอาไว้มานานอยู่หลายปี

ซึ่งลักษณะของเตาเผารูปลังผึ้งนั้นมันได้มีความสูงอยู่ที่ประมาณ30ฟุตบริเวณฐานมีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ27ฟุต มีความหนาประมาณ20นิ้วถูกก่อสร้างขึ้นมาจากหินที่ได้วางเรียกกันขึ้นมาเป็นโดมโดยด้านบนนั้นจะถูกปล่อยให้มันเป็นป่องขนาดเล็กเพื่อทำการระบายอากาศและควัน

ซึ่งลักษณะที่เป็นรูปโค้งคล้ายกับลังผึ้งนี้มันก็จะทำให้เกิดความร้อนที่มันจะได้สะท้อนกลับไปยังที่จุดเผาไหม้ซ้ำๆ ซึ่งบอกได้เลยว่ามันได้เหมาะกับการเผาถ่านเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยเตาอบที่ได้อยู่ในรัฐเนวาด้านั้นมันได้มีอยู่ทั้งหมดประมาณ6เตาในขนาดที่เท่าๆกันแต่สำหรับเตาอบแห่งนี้นั้นมันก็ได้เป็นของผู้ที่ได้ก่อตั้งผู้ผลิตเหมืองทองคำและแร่เงินในช่วงสมัยก่อนน่านี้

ซึ่งมันจะต้องการผ่านการเผาไหม้ที่มีความร้อนสูงมากจากนั้นจึงได้สร้างเตาเผาไหม้ขึ้นมาแต่ในปัจจุบันนี้มันก้ได้กลายมาเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ไปแล้ว

 

สนับสนุนโดย  แทงบอล next88

ประวัติพระพุทธเจ้าตอนเป็นเด็ก 

         พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์และเป็นศาสดาของศาสนาพุทธซึ่งประวัติความเป็นมาของพระพุทธเจ้านั้นเชื่อว่าทุกคนคงรู้กันมาบ้างแล้วเพราะเป็นวิชาบังคับของเด็กนักเรียนทุกคนในชั้นประถมที่จะต้องมีการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้าว่ามีความเป็นมาอย่างไรสำหรับพระพุทธเจ้านั้น เกิดมาพระองค์ก็มีฐานะร่ำรวยเนื่องจากเกิดมาเป็นลูกของกษัตริย์ซึ่งในครั้งแรกที่พระองค์เกิดมานั้นมีการเล่าขานกันว่าเมื่อพระองค์คลอดมาปุ๊บพระองค์ก็สามารถเดินได้ 7 ก้าวทันทีและแต่ละย่างก้าวที่พระองค์เดินผ่านมานั้นก็จะมีดอกบัวผุดขึ้นตามรอยเท้าของพระองค์

ซึ่งตอนที่เกิดมานั้นพระองค์ถูกตั้งชื่อว่าเจ้าชายสิทธัตถะโดยพระมารดาของพระองค์นั้นชื่อพระนางสิริมายาก่อนที่จะมีการตั้งท้องเจ้าชายสิทธัตถะพระนางสิริมายาในฝันถึงช้างเผือกซึ่งมีมากถึงจำนวน 3 คู่ด้วยกันว่าช้างทั้ง 3 คู่นั้นได้เดินเข้ามาหาของพระนางหลังจากนั้นพระนางก็ตรงตั้งครรภ์ขึ้นมาซึ่งตามตำนานของเจ้าชายสิทธัตถะนั้นว่ากันว่าพระองค์เกิดใต้ต้นสาละซึ่งต้นสาละต้นที่พระองค์เกิดนั้นอยู่ที่บริเวณสวนลุมพินีวันประเทศเนปาลวันที่เจ้าชายสิทธัตถะเกิดนั้นคือวันขึ้น 15 ค่ำเดือนวิสาขะและเกิดก่อนพุทธศักราช 80 ปีในช่วงที่พระนางสิริมายาตั้งครรภ์เจ้าชายสิทธัตถะนั้น

ได้มีหมอหลวงมาทำนายฝันของพระนางว่าเด็กชายที่อยู่ในท้องของพระนางนั้นมีบุญญาธิการถ้าหากคลอดออกมาแล้วจะได้เป็นเด็กผู้ชายซึ่งถ้าเด็กผู้ชายคนนี้เลือกที่จะเป็นกษัตริย์เขาจะเป็นกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงเกรียงไกรระดับโลกแต่ถ้าเกิดเลือกไปอยู่ในทางธรรมแล้วก็เขาจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต่อไปของโลกเช่นเดียวกัน

หลังจากที่พระนางสิริมายาทรงทราบคำทำนายก็เกรงว่าเจ้าชายสิทธัตถะจะเลือกไปในทางธรรมพระองค์จึงได้ทรงสั่งห้ามให้สาวใช้และทหารที่อยู่ในพระราชวังห้ามมีคนแก่เข้ามาทำงานโดยพระองค์ต้องการให้มีเฉพาะคนหนุ่มคนสาวที่หน้าตาสะสวยเท่านั้นทำให้ตั้งแต่เจ้าชายสิทธัตถะเกิดจนโตเป็นหนุ่มแล้ว เห็นคนแก่หรือเด็กมาก่อนเลยจนเจ้าชายสิทธัตถะอายุได้ 16 ปี

ก็ได้แต่งงานกับพระนางพิมพาหลังจากนั้นก็มีลูกด้วยกัน 1 คนจนมีอยู่มาวันหนึ่งเจ้าชายสิทธัตถะได้มองออกไปนอกประสาทแล้วมองเห็นคนแก่และเด็กพระองค์จึงเกิดความสงสัยจึงได้ออกเดินทางมาจากนอกประสาทเพื่อไปดูซึ่งเมื่อพระองค์เดินออกมาจากปราสาทราชวังทำให้พระองค์เห็นว่าภายนอกนั้นยังมีคนเกิดแก่เจ็บตายทำให้พระองค์คิดจะให้เข้าใจถึงทางธรรมและการเกิดแก่เจ็บตายเจ้าชายสิทธัตถะจึงได้สละราชบัลลังก์และออกบวชตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ข้อห้ามในต่างประเทศ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบท่องเที่ยวในต่างประเทศแล้วละก็คุณนั้นจะรู้ว่านอกจากภาษาและวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ที่มันได้ต่างไปจากบ้านเราแล้วยังมีกฏหมายที่เป็นข้อห้ามทางสังคมที่ได้ยึดถือและปฏิบัติด้วยกันมาแม้ว่าบางอย่างนั้นมันอาจจะดูแปลกไปซักหน่อยแต่ก็ยังมีเหตุผลแฝงอยู่เสมอดังนั้นถ้าไม่อย่างเชยละก็อย่าลืมจำนำเอาไปใช้กันด้วยละ

ห้ามซื้อขายหมากฝรั่งในประเทศสิงคโปร์

เมื่อคุณไปเที่ยวที่ประเทศสิงค์โปรซึ่งได้เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดและเป็นระเบียบที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเนื่องจากมีกฎหมายห้ามมิให้นำเข้าและซื้อขายหมากฝรั่งในประเทศที่เหมือนกับอย่างที่บ้านของเรายกเว้นในกรณีที่จะต้องมีใบรับรองแพทย์มายืนยันเท่านั้นและกฎหมายข้อนี้ได้ถูกให้ใช้โดยนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ตั้งแต่ปี1980และได้รับการอนุมัติและได้มีการเริ่มใช้กันอย่างจริงจังในปี1992

เนื่องจากชาวสิงค์โปร์และนักท่องเที่ยวได้มีการกินหมากฝรั่งและได้มีการทิ้งเอาไว้ที่สาธารณะอย่างเช่น ถนน รถไฟ ลิฟ หรือแม้กระทั่งรถบัส จึงต้องทำให้ทางรัฐบาลต้องสิ้นเปลืองงบประมาณอย่างมหาสารในการจ้างคนมาทำความสะอาดพื้นที่ดังกล่าวและสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามายังประเทศสามารที่จะนำหมากฝรั่งเข้ามาได้เพียงแค่สองห่อเท่านั้น

หากใครที่ได้นำเอาเข้ามามากกว่าที่ได้กำหนดในครั้งแรกจะถูกปรับสองหมื่นสามพันกว่าสบาทหากได้มีในครั้งต่อไปจะถูกดำเนินอคดีจำคุกหนึ่งปีและถูกปรับประมาณหนึ่งแสนสองหมื่นแปดพันรวมทั้งยังได้บังคับให้ทำความสะอาดภายในพื้นที่เพื่อเป็นการลงโทษให้สำนึกอีกด้วย

ห้ามเยียบเงินในประเทศไทย

ข้อนี่คนไทยต่างก็รู้ข้อห้ามนี้ก็เป็นอย่างดีแต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเข้ามาท่องเที่ยวก็จะต้องศึกษาข้อนี้เอาไว้ให้ดีกันเลย เนื่องจากการกระทำดังกล่างได้เป็นความผิดทางด้านอาญาและถ้าหากไปเผลอกระทำเข้าละก็ แทนที่คุณนั้นจะได้ท่องเที่ยวอย่างที่ได้มีการวางแผนเอาไว้คุณอาจจะได้เข้าไปอยู่ในคุกของประเทศไทยก็เป็นได้แม้ว่าในหลายประเทศจะไม่มีข้อห้ามดังกล่าวแต่สำหรับคนไทยเราถือว่าเงินที่เรานั้นได้ใช้กันอยู่ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรหรือเหรียญกษัตริย์นั้น

เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารทางราชการโดยปรากฏพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งได้เป็นที่เคารพเบี้ยงสูงของคนไทยอยู่ในนั้น ดังนั้นเงินจึงถือว่าเป็นของสูงไม่ควรเหยียบหรือว่าข้ามเป็นอันขาดนอกจากเงินแล้วยังรวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆเช่นหนังสือพิมพ์นิตยสารปฏิทินหรือยังรวมไปถึงสื่ออื่นๆที่ได้มีปรากฏพระบรมฉายาลักษณ์อีกด้วยเช่นกันหากคุณพบเห็นเงินที่ตกอยู่ตามสถานที่ต่างๆก็ควรเก็บขึ้นมาให้พ้นจากพื้นดีกว่าและก็อย่าลืมนำเอาเงินไปคืนเจ้าของเขาได้นะ