หมวดหมู่: ประวัติศาสตร์

ขุนพันธรักษ์ราชเดช  ได้เข้า ปราบโจรที่หนองมะโมง

ในปีพ.ศ.2488 สงครามโลกครั้งที่2ใกล้จะยุติภาวะสงครามทำให้บ้านเมืองบอบ ช้ำเป็นอย่างมากผู้คนอดยากและก็ไร้ที่พึ่งหลายคนได้ผันตัวเองมาเป็นโจรมีโจรอยู่กลุ่มหนึ่งพวกเขาจะปล้นแต่คนรวยเพื่อที่จะนำเอาไปช่วยคนจนจนพวกเขาได้ถูกขนานนามว่าจอมโจรเชิ้ตดำ ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้ถูกเรียกให้มาประจำการที่จังหวัดชัยนาท

ขุนพันธได้เกณฑ์ตํารวจจำนวนหนึ่งให้ไปปราบโจรที่หนองมะโมง จังหวัดชัยนาท และขุนพันธรักษ์ก็ได้บอกให้พวกของเขาให้วิทยุไปหากำนันยูนเพื่อให้พวกกำนันยูนบุกเข้าไปจับโจร แต่กำนันยูนก็ได้บอกว่า ไอขุนพันธมันเป็นใครวะมาสั่งกูวะกำนันยูนไม่ไปและได้นั่งกินข้าวต่อในระหว่างที่พวกของขุนพันธได้เดินทางเข้าไปจับโจรตำรวจที่ได้มาพร้อมกับขุนพันธก็ได้โดนโจรยิงและได้เสียชีวิตกันไปหลายคนพวกโจรนั้น

ได้เข้ามากันเยอะมากและได้วิ่งเข้ามาหาตำรวจขุนพันธได้บอกให้พวกของเขาหมอบแต่ตำรวจบางคนได้ยิงสวนกลับไปบ้างก็วิ่งหนีและได้ถูกพวกโจรฆ่าตายกันหมดเหลือแต่ ขุนพันธคนเดียวเท่านั้น

หัวหน้าโจรก็ได้สั่งลูกน้องคนหนึ่งให้วิ่งเข้าไปฆ่า ขุนพันธ แต่ได้ถูกขุนพันธใช้ปืนลูกซองยิงจนกระเด็นออกมาจากนั้นพวกโจรได้โมโหก็วิ่งเข้าไปหาขุนพันธ ขุนพันธได้วิ่งหนีแต่ก็ได้ถูกพวกโจรนั้นมาล้อมเอาไว้ขุนพันธได้พนมมือขึ้นและได้ท่องคาถามหาอุดพวกโจรได้ใช้ปืนยิงเข้าใส่ตัวขุนพันธคาถามหาอุดทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยอุดลูกกระสุนปืนของพวกโจรทำให้ปืนที่พวกโจรนั้นยิงใส่ขุนพันธได้ระเบิดคามือส่วนโจรที่ไม่ได้ยิงใส่ขุนพันธก็โดนขุนพันธจัดการหมดเหลือ

แต่หัวหน้าโจรหัวหน้าโจรได้จุดระเบิดและก็ได้ปาไปที่ตัวของขุนพันธแต่ไม่ตายและได้กระโดดออกมาจากควันพร้อมใช้ปืนยิงไปที่โจรทำให้ได้รับบาดเจ็บจากนั้นโจรมันก็หายไปเหลือแต่เลือกที่อยู่บนพื้นดินเท่านั้นขุนพันธก็ได้เดินตามรอยเลือดไปเรื่อยๆและได้เจอบ้านโจรขุนพันธได้ขึ้นไปบนบ้านแล้วได้มองหาโจรแต่ก็ไม่เห็นขุนพันธได้พนมมือขึ้นมา

และได้ท่องคาถาพอท่องจบก็ได้ใช้มือลูบไปที่ดวงตขุนพันธได้เปิดประตูเข้าไปเจอผู้หญิงและเด็กที่ได้เป็นครอบครัวของโจรทั้งสองข้างทำให้โจรที่ใช้คาถาบังตาเอาไว้ได้นอนตายอยู่ตรงหน้าเขาแต่ว่าขุนพันธนั้นได้ปล่อยไปคนของกำนันก็ได้มาบอกว่าโจรตายหมดแล้วเหลือแค่เด็กกับผู้หญิงจากนั้นกำนันก็ได้เข้าไปบุกจากนั้น

พวกกำนันเข้าไปในบ้านและได้ฆ่าคนทั้งหมดจึงทำให้ขุนพันธช็อกมากที่ได้เห็นพวกกำนันทำแบบนี้กำนันก้ได้บอกว่าลูกเสือลูกตะเข้น่าท่านขุนหากปล่อยไปก็อันตรายขุนพันธเห็นพวกกำนันหยิบทองพวกโจรใส่กระเป๋าตัวเองขุนพันธได้บอกกำนันว่าถ้ากำนันยอมมอบตัวจะจับเป็นแต่กำนันไม่ยอมได้หยิบปืนขึ้นมาเพื่อจะยิงขุนพันธขุนพันธเห็นกำนันหยิบปืนขึ้นมาเลยยิงเข้าไปที่หัวของกำนันทันทีจากนั้นขุนพันธก็ได้ไปฝึกวิชากับพระอาจารย์ในถ้ำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 live tv

การรบล้างสตาลินออกจากประเทศ

หลังจากที่นาย สตาลินเขาได้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ3ปีจากนั้นทางด้านครุชชอฟก็ได้เริ่มทำในสิ่งที่นักประวัติศาสตร์ที่เรียกกันว่า De-Stalinization ซึ่งมันก็คือแนวคิดที่จะล้างความเป็น สตาลินออกไปจากประเทศ

โดยได้มีโซเวียตในยุคใหม่จะไม่โฟกัสไปที่การเป็นศัตรูกับอเมริกาซึ่งจะเปิดรับโลกทุนนิยมมากยิ่งขึ้นและได้ยินดีกับประเทศอื่นๆที่ได้วางตัวเป็นกลางและได้หันมาสนใจของความสงบสุขและความเจริญของประชาชนที่อยู่ในประเทศให้มากยิ่งขึ้นแต่ทว่าที่ไม่ชอบในการเปลี่ยนแปลงนี้ก็คือคอมมิวนิสต์ของจีน ซึ่งได้นำโดย เหมา เจ๋อ ตง 

ซึ่งเพราะว่า เหมา เจ๋อ ตง ที่ได้ใช้สูตรเดียวกันกับสตาลิน นั่นก็คือการสร้างตัวตนขึ้นมาให้มันเป็นผู้นำอย่างสูงสุดให้มีลัทธิบูชาตัวบุคคลหรือที่เรานั้นได้เรียกกันว่าลัทธิเหมา หรือ Maoism จากนั้นทางด้าน เหมา เจ๋อ ตง เองนั้นก็ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสตาลินอย่างมากและที่สำคัญ จีน ก็ได้มองว่าแนวคิดที่จะเป็นรับโลกเสรีมากยิ่งขึ้น

สำหรับจีนนั้นก็ถือได้ว่าขัดกับจุดมุ่งหมายของการเป็นคอมมิวนิสต์ที่จะต้องมาปฎิวัติชั้นนายทุนให้จนหมดไปอีกด้วย สุดท้ายแล้วทางสหภาพด้านโซเวียตกับจีนก็ได้ตัดความสัมพันธ์ในส่วนของการทูตกันอย่างเป็นทางการในช่วงประมาณศตวรรษ1960จากที่ได้เคยไปช่วยเหลือกันก็ได้กลายมาเป็นคู่แข่งกันเองที่ได้แย่งกันเข้ามาขยายอิทธิพลของตัวเอง

ในประเทศต่างๆอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังได้กลายมาเป็นว่าได้มีทั้งอิทธิพลของด้านสหรัฐอเมรกา สหรัฐภาพโซเวียต รวมไปถึง จีน ที่ได้มาเป็นคู่แข่งกันเองในระหว่างของสงครามเย็น ซึ่งในพื้นที่ที่เรานั้นได้เรียกกันว่า อินโดจีน ฝรั่งเศสอะไรประมาณนั้นแหละ จากนั้นเมื่อเหตุการณ์ของสงครามโลกในครั้งที่2ได้จบลง จากนั้นก็ได้ทำให้ฝั่งทางฝรั่งเศสได้ล้มเหลว

ในการกลับมาปกครองในประเทศอาณานิคมอินโดจีน ซึ่งในเฉพาะในเวียดนามที่ได้มีเหล่ากองทัพฝรั่งเศสที่ได้มีการแพ้สงครามให้กับกองทัพของเวียดมินห์ ซึ่งก้ได้เป็นกองกำลังในด้านปลดปล่อยจนในท้ายที่สุดก็ได้นำไปสูการเจรจาที่นครเจนีวาในปี 1954 ที่ฝรั่งเศสซึ่งก็ได้ยอมให้อิสรภาพกับอินโดจีนโดยที่เวียดนามถูกแบ่งออกเป็นเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้

ส่วนทางเวียดนามเหนือได้เป็นคอมมิวนิสต์และส่วนใต้นั้นได้เป็นเสรีนิยมส่วนทางด้านสหรัฐอเมริกาก็ไม่อยากให้ลัทธิคอมมิวนิสต์แพร่ขยายในเอเชียด้านตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเขาไมาอยากให้มีการล่มเป็นแบบโดมิโนจากเวียดนามเหนือจากนั้นเขาก็เลยเข้าไปรบแทนฝรั่งเศสโดยที่ได้ให้การสนับสนุนจากเวียดนามใต้และส่วนเวียดนามเหนือก็ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียตตามธรรมเนียมส่วนกัมพูชากับลาว ซึ่งก็เป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสด้วย ก็ได้ประกาศเอกราชตามกันมาแบบติดๆ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 fast

หลุมดำนั้นมันคืออะไร?

เราทุกคนอาจจะเคยได้ยินสิ่งที่ได้เรียกว่าหลุมดำกันมาบ้างแล้วและไม่ว่าจะได้มาจากการเรียนหรือว่าสารคดีและในภาพยนตร์รวมไปถึงแหล่งที่ได้เรียนรู้จากด้านต่างๆแต่หลายๆคนก็อาจจะยังไม่ค่อยจะเข้าใจมันหรือว่าคุณจะลืมมันไปแล้วก็เป็นได้วันนี้เราจะขอมาทบทวนและลงลึกถึงลายละเอียดกับสิ่งที่มันน่ากลัวที่สุดในจักรวาลที่เรานั้นเรียกกันว่าหลุมดำ

หลุมดำนั้นมันคืออะไร

สำหรับหลุมดำนี้มันคือเทหวัตถุที่อยู่ในเอกภพซึ่งมันได้มีแรงโน้มถ่วงที่เยอะมากหากได้เข้าไปแล้วและก็จะไม่มีอะไรที่จะออกจากที่แห่งนั้นได้แม้แต่แสงและที่มันเป็นหลุมดำด้วยกันซึ่งเรานั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นส่วนที่มันได้เป็นใจกางของหลุมดำนี้ได้ ซึ่งหลุมดำนี้เองมันก็ยังได้มีพื้นที่หนึ่งที่มันมีเอาไว้เป็นเขตของตนเอง

ซึ่งมันเรียกว่าขอบฟ้าเหตุการณ์หากได้มีสิ่งใดที่มันได้เข้าไปที่ด้านหลุมขอบฟ้าเหตุการณ์วัตถุนั้นจะต้องเร่งความเร็วที่มันสามารถเร็วกว่าแสงถึงจะสามารถที่จะออกจากขอบฟ้าเหตุการณ์ได้และมันก็จะเป็นไปไม่ได้ที่มัรจะมีวัตถุที่มันจะไวไปกว่าแสงและมันก็ทำให้วัตถุนั้นออกมาได้อีกต่อไป

หลุมดำนั้นมันเกิดขึ้นมาจากอะไร

ซึ่งแต่เดิมแล้วนั้นด้านหลุมดำมันได้เป็นซากที่สิ้นสลายของดาวฤกษ์ที่มันได้ถึงอายุไขของมันแล้วจากนั้นเมื่อดาวฤกษ์นั้นมันได้มีดาวที่แตกแล้วมันก็ได้ดับลงซึ่งมันก็อาจจะทิ้งสิ่งที่ดำมืดเอาไว้นอกจากนี้มันก็ยังมีอำนาจในการทำลายล้างอย่างสูงสุดที่อยู่ข้างหลังเนื่องจากว่าเรานั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นหลุมดำด้วยกล้องใดๆ

ซึ่งหลุมดำนั้นมันไปแป่งแสงหรือมีแสงใดๆออกมาให้เห็นเลยและมันก็ยังสามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยกล้องจูลทัศวิทยุและก็ยังสามารถตรวจสอบได้อีกก็คือคลื่นของหลุมดำจากนั้นในปัจจุบันก็ได้ทำการค้นพบหลุมดำแล้วขั้นต่ำเลยประมาณ6แห่งด้วยกัน

คุณสมบัติในหลุมดำ

ซึ่งตามทฤษฎีแล้วในส่วนของหลุมดำนั้นมันได้มีคุณสมบัติทางกายภาพซึ่งมันได้แยกออกจากกันอย่างน้อยสามประการได้แก่ มวล ประจุไฟฟ้าและโมเมนตัมเชิงมุม นอกจากนี้ถ้าหากว่าหลุมดำที่หมดทั้งสามหลุมนี้หากหลุมใดที่ได้มีค่ามวลทั้งหมดทั้งสามนี้ครบหมดซึ่งก็จะไม่สามารถที่จะแยกแยะในความแตกต่างกันได้อีกเลยและมันก็ยังไม่เหมือนกับวัตถุดาราศาสตร์อื่นๆเช่นดาวฤกษ์ที่มันได้มีค่าคุณสมบัติมากมายที่เรานั้นนับไม่ถ้วน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  rb88 ดีไหม

ความผิดพลาดของมนุษย์

อันดับความผิดพลาดที่มนุษย์ต้องจ่ายราคาแพงมากที่สุดในโลกไม่มีความสมบูรณ์แบบบนโลกของเราทุกคนก็ล้วนแต่เคยทำผิดพลาดกันมาบ้างแล้วแต่ใครจะเชื่อว่าบางคนทำบางอย่างผิดพลาดเพียงแค่เล็กน้อยนิดเดียว

มันกลับส่งผลให้กับความเสียหายเป็นมูลค่าที่มากมายมหาสารและในวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับข้อผิดพลาดของมนุษย์ที่ต้องจ่ายเป็นราคาแพงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ว่ามันจะมีอะไรบางนั้นมาดูกันเลย

สะพานSEONGSU BRIDGE

สำหรับสพานSEONGSU BRIDGEมันได้เป็นสพานที่เอาไว้ใช้สัญจรที่เอาไว้ข้ามแม่น้ำHanซึ่งมันได้มีความยาวมากถึง1,160เมตร ซึ่งมันได้เป็นสพานที่เชื่อมโยมและมันก็ได้เป็นเส้นทางสัญจรยอดนิยมกรุงโซล แต่ในช่วงเช้าของในวันที่21ตุลาคม1994 เวลาปาระมาณ7.40นาที ก็ได้เกิดหายนะเกิดขึ้นกลับสพานแห่งนี้ ซึ่งในช่วงเช้าของวันนั้น

ขณะที่จำนวนผู้คนจำนวนร้อยคนที่กำลังสัญจรผ่านไปมาบนสพานSEONGSU BRIDGEนอกจากนั้นก็ได้ให้ชิ้นส่วนของสพานชิ้นส่วนของสพานนั้นจะมีความยาวประมาณ48เมตรก็ได้ตกลงไปในแม่น้ำทั้งนี้จากแม่น้ำและสพานมันก็มีความสูงประมาณ20เมตรด้วยกันแน่นอนแล้วว่าในโครงสร้างบางส่วนมันจะตกลงไปแม่น้ำแล้วนอกจากนี้มันก็ยังได้มีรถบัสและรถโดยสารที่ได้มีผู้โดยสารอยู่กันเต็มรถก็ได้ตกลงไปด้วย

ซึ่งทางด้านการรายงานข่าวก็ยังได้บอกว่าได้มีผู้ที่เสียชีวิตไปจำนวน32คนและได้มีอีกประมาณ17คนที่ได้รับบาดเจ็บจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ก็ได้พบความผิดปกติบางอย่างซึ่งวมันไม่น่าคิดว่ามันจะเจอขึ้นมาได้ก่อนน่านี้ก็ได้มีการร้องเรียนมาว่าสะพานที่แห่งนี้มันได้แกว่งไปมาจึงได้ทำให้ผู้คนที่ได้สัญจรผ่านไปมาได้รู้สึกถึงความไม่มั่นคงของโครงสร้างของสพานทั้งนี้มันก็ยังได้มีการรายงานกล่าวออกมาอีกว่าสาเหตุหลักนี้มันได้เกิดมาจากการผิดพลาดเนื่องจากในการก่อสร้างโดยจะมุ่งประเด็นไปที่ชิ้นส่วนของโครงสร้างสะพาน

ซึ่งมันก็คือข้อต่อหนุนเหล็กที่ได้ใช้รองรับโครงสร้างแทนที่จะใช้ข้อต่อที่มีขนาดหนา10MMนอกจากนั้นกลับบได้พบว่าได้มีการใช้ข้อต่อเพียงแค่8mmเท่านั้นและมันก็ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้หมุดเชื่อมต่อมันรับน้ำหนักไม่ค่อยจะไหวจึงทำให้มันได้แตกหักออกมามันจึงได้เป็นสาเหตุที่ได้ทำให้สะพานนั้นมันจึงได้ถล่มลงมา

นอกจากนี้สะพานแห่งนี้ก็ยังได้ถูกออกแบบมาให้รถที่มีน้ำหนักไม่เกิน36.3ตันผ่านสัญจรไปมาเท่านั้นแต่ในความเป็นจริงกลับได้พบว่ามีรถบรรทุกที่ได้มีน้ำหนัก47.3ตันวิ่งผ่านไปมาเป็นประจำนอกจากนั้นมันจึงทำให้มีความเสียหายมากถึง2ล้านดอลลาร์

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 คาสิโน

หมู่บ้านที่สำคัญได้กลายมาเป็นประวัติศาสตร์แล้ว

คินเดอร์ไดค์

สำหรับรูปภาพที่ได้เห็นกันอยู่ตรงข้างหน้านี้มันได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมันได้เป็นไปด้วยดินแดนของกังหันลมนับพันและนั้นก็ไม่แปลกอะไรเลยที่กังหันลมนั้นมันก็ได้กลายมาเ็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของประเทศ โดยหมู่บ้านคินเดอร์ไดค์ และมันก็ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดฮิตของชาวถั่ว

ซึ่งในจุดเด่นของสถานที่แห่งนี้มันได้เป็นกังหันลมที่มันได้อยู่ตรงบ้านขนาดใหญ่และมันได้มีความเก่าแก่มากที่สุดในเนเธอร์แลนด์เนื่องจากนี้กังหันลมนั้นมันก็ยังได้เป็นอีกหนึ่งของทางด้านมดรกโลกอีกด้วยและที่มันได้มีกังหันลมติดตั้งอยู่มากมายขนาดนี้นั้นมันก็เป็นเพราะว่าในประเทศเนเธอร์แลนด์นั้นมันได้มีบางส่วนมีลักษณะที่มันได้เป็นที่ราบลุ่ม

โดยคินเดอร์ไดค์ก็ได้ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่ม ซึ่งในสมัยก่อนนั้นสถานที่แห่งนี้ก็เกิดเหตุการณ์น้ำท้วมจึงได้ทำให้ชาวเนเธอร์แลนด์ได้คิดค้นที่จะสร้างกังหันลมขึ้นมาเพื่อจะสูบน้ำและยังสามารถใช้เพื่อการดำเนินความสะดวกในด้านอื่นๆไม่ว่าจะเป็นโมแป้งสีข้าวซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาที่ฉลาดและสมควรที่จะอนุลักษณ์มันเอาไว้จริงๆ

เตาอบยักษ์โบราณ

สำหรับเตาอบยักษ์นี้มันได้มีรูปร่างลักษณะที่มันตั้งอยู่คล้ายเหมือนกับลังผึ้งทีมันได้อยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ที่อยู่ในเทือกเขาอีแกนทางตอนใต้ของรัฐเนวาด้าประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งลักษณะเตาอบหรือเตาเผาแห่งนี้นั้นมันก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาเมื่อในปี2422-2491 โดยมีการสร้างเพื่อทำการผลิตถ่านจากต้นสนหลังจากนั้นเตาเหล่านี้ก็ได้ถูกปลอดปล่อยทิ้งเอาไว้มานานอยู่หลายปี

ซึ่งลักษณะของเตาเผารูปลังผึ้งนั้นมันได้มีความสูงอยู่ที่ประมาณ30ฟุตบริเวณฐานมีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ27ฟุต มีความหนาประมาณ20นิ้วถูกก่อสร้างขึ้นมาจากหินที่ได้วางเรียกกันขึ้นมาเป็นโดมโดยด้านบนนั้นจะถูกปล่อยให้มันเป็นป่องขนาดเล็กเพื่อทำการระบายอากาศและควัน

ซึ่งลักษณะที่เป็นรูปโค้งคล้ายกับลังผึ้งนี้มันก็จะทำให้เกิดความร้อนที่มันจะได้สะท้อนกลับไปยังที่จุดเผาไหม้ซ้ำๆ ซึ่งบอกได้เลยว่ามันได้เหมาะกับการเผาถ่านเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยเตาอบที่ได้อยู่ในรัฐเนวาด้านั้นมันได้มีอยู่ทั้งหมดประมาณ6เตาในขนาดที่เท่าๆกันแต่สำหรับเตาอบแห่งนี้นั้นมันก็ได้เป็นของผู้ที่ได้ก่อตั้งผู้ผลิตเหมืองทองคำและแร่เงินในช่วงสมัยก่อนน่านี้

ซึ่งมันจะต้องการผ่านการเผาไหม้ที่มีความร้อนสูงมากจากนั้นจึงได้สร้างเตาเผาไหม้ขึ้นมาแต่ในปัจจุบันนี้มันก้ได้กลายมาเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ไปแล้ว

 

สนับสนุนโดย  แทงบอล next88

ประวัติพระพุทธเจ้าตอนเป็นเด็ก 

         พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์และเป็นศาสดาของศาสนาพุทธซึ่งประวัติความเป็นมาของพระพุทธเจ้านั้นเชื่อว่าทุกคนคงรู้กันมาบ้างแล้วเพราะเป็นวิชาบังคับของเด็กนักเรียนทุกคนในชั้นประถมที่จะต้องมีการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้าว่ามีความเป็นมาอย่างไรสำหรับพระพุทธเจ้านั้น เกิดมาพระองค์ก็มีฐานะร่ำรวยเนื่องจากเกิดมาเป็นลูกของกษัตริย์ซึ่งในครั้งแรกที่พระองค์เกิดมานั้นมีการเล่าขานกันว่าเมื่อพระองค์คลอดมาปุ๊บพระองค์ก็สามารถเดินได้ 7 ก้าวทันทีและแต่ละย่างก้าวที่พระองค์เดินผ่านมานั้นก็จะมีดอกบัวผุดขึ้นตามรอยเท้าของพระองค์

ซึ่งตอนที่เกิดมานั้นพระองค์ถูกตั้งชื่อว่าเจ้าชายสิทธัตถะโดยพระมารดาของพระองค์นั้นชื่อพระนางสิริมายาก่อนที่จะมีการตั้งท้องเจ้าชายสิทธัตถะพระนางสิริมายาในฝันถึงช้างเผือกซึ่งมีมากถึงจำนวน 3 คู่ด้วยกันว่าช้างทั้ง 3 คู่นั้นได้เดินเข้ามาหาของพระนางหลังจากนั้นพระนางก็ตรงตั้งครรภ์ขึ้นมาซึ่งตามตำนานของเจ้าชายสิทธัตถะนั้นว่ากันว่าพระองค์เกิดใต้ต้นสาละซึ่งต้นสาละต้นที่พระองค์เกิดนั้นอยู่ที่บริเวณสวนลุมพินีวันประเทศเนปาลวันที่เจ้าชายสิทธัตถะเกิดนั้นคือวันขึ้น 15 ค่ำเดือนวิสาขะและเกิดก่อนพุทธศักราช 80 ปีในช่วงที่พระนางสิริมายาตั้งครรภ์เจ้าชายสิทธัตถะนั้น

ได้มีหมอหลวงมาทำนายฝันของพระนางว่าเด็กชายที่อยู่ในท้องของพระนางนั้นมีบุญญาธิการถ้าหากคลอดออกมาแล้วจะได้เป็นเด็กผู้ชายซึ่งถ้าเด็กผู้ชายคนนี้เลือกที่จะเป็นกษัตริย์เขาจะเป็นกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงเกรียงไกรระดับโลกแต่ถ้าเกิดเลือกไปอยู่ในทางธรรมแล้วก็เขาจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต่อไปของโลกเช่นเดียวกัน

หลังจากที่พระนางสิริมายาทรงทราบคำทำนายก็เกรงว่าเจ้าชายสิทธัตถะจะเลือกไปในทางธรรมพระองค์จึงได้ทรงสั่งห้ามให้สาวใช้และทหารที่อยู่ในพระราชวังห้ามมีคนแก่เข้ามาทำงานโดยพระองค์ต้องการให้มีเฉพาะคนหนุ่มคนสาวที่หน้าตาสะสวยเท่านั้นทำให้ตั้งแต่เจ้าชายสิทธัตถะเกิดจนโตเป็นหนุ่มแล้ว เห็นคนแก่หรือเด็กมาก่อนเลยจนเจ้าชายสิทธัตถะอายุได้ 16 ปี

ก็ได้แต่งงานกับพระนางพิมพาหลังจากนั้นก็มีลูกด้วยกัน 1 คนจนมีอยู่มาวันหนึ่งเจ้าชายสิทธัตถะได้มองออกไปนอกประสาทแล้วมองเห็นคนแก่และเด็กพระองค์จึงเกิดความสงสัยจึงได้ออกเดินทางมาจากนอกประสาทเพื่อไปดูซึ่งเมื่อพระองค์เดินออกมาจากปราสาทราชวังทำให้พระองค์เห็นว่าภายนอกนั้นยังมีคนเกิดแก่เจ็บตายทำให้พระองค์คิดจะให้เข้าใจถึงทางธรรมและการเกิดแก่เจ็บตายเจ้าชายสิทธัตถะจึงได้สละราชบัลลังก์และออกบวชตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ข้อห้ามในต่างประเทศ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบท่องเที่ยวในต่างประเทศแล้วละก็คุณนั้นจะรู้ว่านอกจากภาษาและวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ที่มันได้ต่างไปจากบ้านเราแล้วยังมีกฏหมายที่เป็นข้อห้ามทางสังคมที่ได้ยึดถือและปฏิบัติด้วยกันมาแม้ว่าบางอย่างนั้นมันอาจจะดูแปลกไปซักหน่อยแต่ก็ยังมีเหตุผลแฝงอยู่เสมอดังนั้นถ้าไม่อย่างเชยละก็อย่าลืมจำนำเอาไปใช้กันด้วยละ

ห้ามซื้อขายหมากฝรั่งในประเทศสิงคโปร์

เมื่อคุณไปเที่ยวที่ประเทศสิงค์โปรซึ่งได้เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดและเป็นระเบียบที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเนื่องจากมีกฎหมายห้ามมิให้นำเข้าและซื้อขายหมากฝรั่งในประเทศที่เหมือนกับอย่างที่บ้านของเรายกเว้นในกรณีที่จะต้องมีใบรับรองแพทย์มายืนยันเท่านั้นและกฎหมายข้อนี้ได้ถูกให้ใช้โดยนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ตั้งแต่ปี1980และได้รับการอนุมัติและได้มีการเริ่มใช้กันอย่างจริงจังในปี1992

เนื่องจากชาวสิงค์โปร์และนักท่องเที่ยวได้มีการกินหมากฝรั่งและได้มีการทิ้งเอาไว้ที่สาธารณะอย่างเช่น ถนน รถไฟ ลิฟ หรือแม้กระทั่งรถบัส จึงต้องทำให้ทางรัฐบาลต้องสิ้นเปลืองงบประมาณอย่างมหาสารในการจ้างคนมาทำความสะอาดพื้นที่ดังกล่าวและสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามายังประเทศสามารที่จะนำหมากฝรั่งเข้ามาได้เพียงแค่สองห่อเท่านั้น

หากใครที่ได้นำเอาเข้ามามากกว่าที่ได้กำหนดในครั้งแรกจะถูกปรับสองหมื่นสามพันกว่าสบาทหากได้มีในครั้งต่อไปจะถูกดำเนินอคดีจำคุกหนึ่งปีและถูกปรับประมาณหนึ่งแสนสองหมื่นแปดพันรวมทั้งยังได้บังคับให้ทำความสะอาดภายในพื้นที่เพื่อเป็นการลงโทษให้สำนึกอีกด้วย

ห้ามเยียบเงินในประเทศไทย

ข้อนี่คนไทยต่างก็รู้ข้อห้ามนี้ก็เป็นอย่างดีแต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเข้ามาท่องเที่ยวก็จะต้องศึกษาข้อนี้เอาไว้ให้ดีกันเลย เนื่องจากการกระทำดังกล่างได้เป็นความผิดทางด้านอาญาและถ้าหากไปเผลอกระทำเข้าละก็ แทนที่คุณนั้นจะได้ท่องเที่ยวอย่างที่ได้มีการวางแผนเอาไว้คุณอาจจะได้เข้าไปอยู่ในคุกของประเทศไทยก็เป็นได้แม้ว่าในหลายประเทศจะไม่มีข้อห้ามดังกล่าวแต่สำหรับคนไทยเราถือว่าเงินที่เรานั้นได้ใช้กันอยู่ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรหรือเหรียญกษัตริย์นั้น

เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารทางราชการโดยปรากฏพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งได้เป็นที่เคารพเบี้ยงสูงของคนไทยอยู่ในนั้น ดังนั้นเงินจึงถือว่าเป็นของสูงไม่ควรเหยียบหรือว่าข้ามเป็นอันขาดนอกจากเงินแล้วยังรวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆเช่นหนังสือพิมพ์นิตยสารปฏิทินหรือยังรวมไปถึงสื่ออื่นๆที่ได้มีปรากฏพระบรมฉายาลักษณ์อีกด้วยเช่นกันหากคุณพบเห็นเงินที่ตกอยู่ตามสถานที่ต่างๆก็ควรเก็บขึ้นมาให้พ้นจากพื้นดีกว่าและก็อย่าลืมนำเอาเงินไปคืนเจ้าของเขาได้นะ

เรื่องราวของหลวงปู่กับเครืออาถรรพ์

มีความเชื่อว่าต้นเครือเขาหลงนั้นมันจะมีอยู่มากในป่าดงดิบตรงบริเวณที่มันได้ด้านทางเข้าของเมืองลับแล สำหรับในคดีตนั้นใครที่มีอาคมเก่ากล้าก็มักจะใช้ต้นเครือเขาหลงชนิดนี้เป็นม้วลสารที่ใช้สำหรับการสร้างวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่จะมีอนุภาพทางด้านเมตตามหานิยมเสน่ห์หาจึงได้ทำให้ผูคนที่ต้องมนต์นั้นต่างก็ได้มีความหลงไหลเป็นอย่างมากในตัวของผู้ที่ได้มาครอบครอง

เนื่องจากนี้ยังได้นำเอาไปมัดติดกับที่ด้านเสาประตูคอกวัวเพื่อจะทำให้โจนนั้นที่จะเข้ามาลักขโมยวัวหลงทางและจะหาทางออกไปเจอ เนื่องจากนี้เหล่าด้านร้านขายของต่างๆ ต่างก็นำได้เอาวัตถุมนคลที่ได้มีวัตถุของเครือเขาหลงปนอยู่หานำเอามาบูชา เพราะได้เชื่อกันว่าจะทำให้เหล่าลูกค้านั้นหลงไหลและจะต้องมาซื้อของที่ร้านเขาเป็นประจำ

โดยส่วนมากแล้วมักจะเลือกเอาเครือเขาหลงในวันอังคารเพราะเชื่อว่าฤทธิ์ของมันนั้นจะแรงกว่าวันอื่นๆ และก่อนใช้วานดังกล่าวจะมีคาถาเพิ่มให้กับเครือเขาหลงจากคำบอกเล่าจาก หลวงปู่พรหม นรินโทได้พูดถึงเรื่องด้านประสบการณ์ที่จะต้องตกอยู่กับอาถรรพ์ของเครือเขาหลงในครั้งหนึ่งว่าในครั้งนั้น ท่านได้เดินไปธุดงค์ไปยังป่าดงดิบแห่งหนึ่งเพื่อเจริญภาวนา

ในตอนแรกนั้นท่านก็ได้รู้สึกแปลกๆกับพื้นป่าแห่งนี้แค่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักท่านก็ยังได้ทำหน้าที่ของสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป แต่เวลาผ่านไปสองคืนสองวันท่านกลับพบว่าตนเองได้เดินวนเวียนอยู่บริเวณที่เดิมจนกระทั่งเลยเวลามาถึงตอนเที่ยงของวันที่สาม ท่านได้รู้สึกเหนื่อยล้าท่านจึงได้นั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง

ในขณะที่ท่านได้นั่งบําเพ็ญภาวนาอยู่นั้นปรากฏว่าได้มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งมาร้องเรียก หลวงปู่ หลวงปู่ พอลืมตาขึ้นท่านก็ได้เห็นหญิงสาวแต่งตัวอยู่ในชุดไทย ซึ่งก็ได้แปลกใจแล้วว่าผู้หญิงตนนี้มาอยู่ในป่าได้อย่างไรท่านจึงได้ถามออกไปว่าเป็นผู้หญิงมาอยู่ในป่าคนเดียวได้อย่างไรไม่กลัวผีซางนางไม้ หรือสัตว์ร้ายหรืออย่างไร หญิงสาวเลยตอบว่าไม่กลัวหรอกเพราะเป็นเทพรักษาที่ป่าแห่งนี้ใครจะเข้าจะออกป่าใครทำดีหรือทำชั่วรู้หมดนอกจากนั้นนางยังได้เล่าว่าที่ผ่านมาได้มีคนเข้ามาบุกรุกป่าเป็นจำนวนมาก

ในบางทีนางก็ได้แก้งทำให้ต้นไม้นั้นล้มใส่จนตายก็มีและนอกจากนี้นางก็ได้ถามต่ออีกว่า หลวงปู่นั้นได้เข้ามาที่ป่าแห่งนี้ทำไม หลวงปู่ตอบว่าหลวงปู่เข้ามาแสวงธรรมหลวงปู่ได้ตอบทั้งที่ผู้หญิงดังกล่าวรู้ความเป็นมาของเรื่องราวทั้งหมดอยู่แล้ว

ข้อเรื่องที่เกี่ยวกับนายคิมจองอึน

คุณคงรู้จักคิมจองอิลที่เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศเกาหลีเหนือที่เรานั้นมักจะเห็นเขาในรูปแบบของสื่อต่างๆและในวันนี้เราจะพาคุณมาพบกับเรื่องจริงของคิมจองอิลที่คุณอาจไม่เคยรู้

ประวัติโดยสังเขป 

คิมจองอึนนั้นคือลูกชายผู้สืบสายเลือดมาจากอดีตของผู้นำสูงสุดอย่างนายคิมจองอิลเขาได้เกิดในวันที่8มกราคม ปีเกิดของเขานั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างคลุมเครือโดยจะมีการคาดการเอาไว้ว่าเขาน่าจะเกิดในช่วงปี1982ไปถึงปี1984เขามีพี่น้องทั้งหมด3คนและแม้ว่าตัวเขาจะมีพี่ชายแต่ ซึ่งที่ทำให้คิมจองอึนเป็นตัวเต็งที่จะสืบต่อจากพ่อก็เป็นเพราะลูกชายคนโตนั้น

ได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกมากเกินไปถึงขนาดเสนอให้เปิดประเทศ ซึ่งเป็รสิ่งที่ผู้เป็นพ่อนั้นรับไม่ได้นั่นจึงทำให้คิมจองอึนนั้นจึงมีความเหมาะสมมากกว่าจากนั้นนายคิมจองอิลผู้เป็นพ่อก็เสียชีวิตลงและก็ได้มีการประกาสแต่งตั้งให้นายคิมจองอึนได้เป็นผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือตั้งแต่ในช่วงปลายปี2011เป็นต้นมาและยังคงเป็นสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ชีวิตในวัยเรียน

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าในช่วงของวัยเรียนของผู้นี้เขาได้เข้าศึกษาที่lnternational School of Berneที่อยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงราวๆปี1998ไปจนถึงปี2000โดยที่ในเวลาต่อมาด้านสืบต่างๆก็ได้มีโอกาสได้เข้าไปสัมภาษณ์เพื่อนร่วมชั้นของคิมจองอึนว่าในตอนนั้นตัวเขาเป็นอย่างไร ซึ่งพวกเขาได้กล่าวว่าคิมจองอึนในเวลานั้นไม่ได้เปิดเผยสถานของตัวเองเอาบอกว่าเขาเป็นลูกชายจากทูตของเกาหลีเหนือ

โดยมีการใช้ชื่อว่า พัค อึน เขาเป็นเพื่อนที่ดีเป็นคนสนุกสนานมีอารมณ์ขันเขาแถบจะไม่แสดงออกในเรื่องของการเมืองเลยแต่ก็มีลักษณะนิสัยอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือตัวเขานั้นได้เป็นคนที่เกียรความพ่ายแพ้และเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับชัยชนะ ซึ่งนอกเหนือจากนี้คอมจองอึนนั้นได้ชื่นชอบในกีฬาบาสเกตบอลมากเป็นพิเศษ

คิมจองอึนกับนักบาส

อย่างที่ได้มีการกล่าวมาแล้วว่าคิมจองอึนนั้นได้ชื่นชอบกีฬาบาสเกตบอลมากเป็นพิเศษถึงขณะได้เป็นเพื่อนกับนักบอสโดยในปีประนมาณ2014นั้นด้านตัวเขาและนักกีฬาDennis Rodmanได้พบกันที่กรุงเปียงยางพวกเขาได้นั่งชมการแข่งขันบอสระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือด้วยกันมีการพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ซึ่งทางDennis Rodmanก็ได้เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าเอานั้นได้เจอกับนายคิมจองอึนกันอย่างได้

ไกล้ชิดกันมากๆพวกเขาสามารถพูดคุยในเรื่องต่างได้มากมายแต่นั้นก็ไม่ได้มีการเมืองการทหารเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใดและตัวเขายังได้กล่าวอีกว่าคิมจองอึนนั้นไม่ได้เป็นคนที่เลวร้ายอะไรอย่างที่ผู้คนนั้นคิดกันนอกจากทั้งสองคนที่ก็ยังมีโอกาสที่ได้พบเจอกันบ้างอยู่บ่อยครั้งและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเรื่อยมา

2ผู้นำประเทศที่มีความคลั่งอำนาจเห็นแก่ตัวมากเกินไป

ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ (เติร์กเมนิสถาน)

ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟผู้นำที่สุดแสนจะหลงตัวเองแห่งเติร์กเมนิสถานผู้ประกาสตนหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเมื่อปี1991ว่าเขาจะปกครองประเทศนี้ตลอดไปเขาคือผู้ที่เปลี่ยนเติร์กเมนิสถานให้กลายเป็นดินแดนส่วนตัวของตัวเองโดยการตั้งชื่อแลนด์มาร์คที่สำคัญของประเทศถนนหรือแม้แต่สวนสาธารณะเพื่อให้เกียรติสรรเสริญตนเองอีกทั้งยังได้เปลี่ยนชื่อเรียกเดือนเมษายนให้เป็นชื่อมารดาของเขาด้วยนับตั้งแต่ขึ้นปกครองประเทศจนกระทั่งหมดวาระเมื่อเขาได้เสียชีวิตลง นิยาซอฟ ก็ได้ตั้งข้อบังคับแปลกๆขึ้นมาหลายอย่างเพื่อที่บังคับใช้กับปชากรราวๆกว่า5ล้านคนที่จำต้องอยู่ในกรอบนั้นอย่างที่ไม่มีทางเลือก

ไม่ว่าจะเป็นบังคับให้นาฬิกาทุกเรือนจะต้องมีรูปของตัวเองอยู่บนหน้าปัดทำวอดก้าแบรนด์ของตัวเองที่มีรูปของตนเป็นโลโก้ให้เด็กๆเคี่ยวกระดูกเพื่อฟันที่แข็งแรงแทนที่จะส่งเสริมในทางที่เหมาะสมสั่งปิดห้องสมุดของชุมชนเพื่อขักขวางแสวงหาความรู้ของผู้ที่อ่านออกเขียนได้สั่งห้ามให้ผู้ชายไว้หนวดหรือไว้หนวดเคาห้ามมีวิทยุฟังในรถห้ามร้องและบรรทึกเพลงและสิ่งที่ได้แสดงถือความหลงตัวเองอย่างสุดๆก็คือ การสั่งให้ตั้งชื่ออุกกาบาตขนาด300กิโลกรัมที่ได้พุ่งตกลงมาในเขตเติร์กเมนิสถาน1998ว่าเพื่อเป็นการแสดงอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของตัวเองด้วย

คิมจองอิล ( เกาหลีเหนือ )

คิมจองอิลอดีตผู้นำสูงสุดของเกาหลีดหนือซึ่งก็ได้จากโลกนี้ไปเมื่อในปี2011ที่พึ่งผ่านม่ามกลางประกาสที่จะดูเหมือนกับว่าประชาชนของเกาหลีเหนือก็กำลังตกอยู่ในความเศร้าอาลัยอย่างแสนสาหัสถึงกับต้องมารวมตัวกันเพื่อร้องไห้กับผู้ที่ได้เสียชีวิตไปแล้วแต่ในหลายๆคนก็ได้วิเคราะห์กันไปว่าในการที่ประชาชนนั้นได้ร้องไห้เพีงเพราะแสดงความหวาดกลัวประชาชนชาวเกาหลีเหนือก็ได้ถูกให้มาแสดงอาการโสกเศร้าเพื่อให้สื่อต่างประเทศได้เห็นหากใครที่ไม่แสดงความอาลับอาวอนให้สมทบบาทประชาชนผู้นั้นและครอบครัวก็จะถูกลงโทษเกาหลีเหนือก็ได้กลายเป็นดินแดนที่ไร้เสรีภาพในด้านสื่อศาสนาการศึกษา

และแน่นอนที่สุดก็คือว่าในด้านของการเมืองในยุคของคิมจองอิลก็ได้มีการจับนักโทษการเมืองกว่า200,000ราย จับจริงจากนั้นก็ได้ลงโทษกันอย่างจริงจังจนทำให้ชาวบ้านนั้นต่างหวาดกลัวในการแข็งข้อไม่ว่าจะเป็นการบังคับกดขี่มากซักเพียงใดก็ตามถึงแม้ว่าในความเป็นอยู่ของประชาชนจะต้องอดยากอย่างลำบากเหลือใจแต่ทางด้านผู้นำของประเทศกลับได้ใช้ชีวิตในทางตรงกันข้ามคิมจองอิลได้มีชีวิตที่กินดีอยู่ดีมีห้องใต้ดินที่เก็บวายชั้นเลิศเอาไว้เป็นพันๆขวดมีเที่ยวบินตรงจากญี่ปุ่นเพื่อเสริฟชูชิอย่างดีให้กับผู้นำและเขาก็ได้ใช้เงินมากกว่า 20ดอลลาร์

 

สนับสนุนโดย  next88