ผู้เขียน: admin

ประวัติศาสตร์ชาติไทย

         คุณเคยคิดไหมว่าพวกเรานั้นตั้งแต่เล็กจนโตมาเราจำเป็นต้องเรียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยแล้วเราเรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์นั้นไปเพื่ออะไรเคยลองย้อนนึกไปคิดดูบ้างไหมว่าทำไมเราถึงต้องเรียน เพราะส่วนใหญ่เวลาที่เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องของประวัติศาสตร์นั้นเราจะต้องมานั่งท่องจำวันเดือนปีว่ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นเมื่อไหร่ปีอะไรหรือจะต้องมานั่งจำชื่อของใคร คิดไหมว่าทำไมเราถึงต้องเรียนแล้วเวลาที่เราเรียนประวัติศาสตร์นั้นจะมีประโยชน์อะไรกับเรายังไงบ้าง อันที่จริงแล้วถ้าหากนึกย้อนไปในการที่เราเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

เพราะมันจะทำให้เรารู้ว่าอดีตนั้นเป็นยังไงเพื่อที่เราจะได้นำอดีตนั้นมาแก้ไขทำให้ปัจจุบันดีขึ้นนั่นเอง แต่ปัจจุบันนี้ประเทศไทยยังคงพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของความยากจนและข้าราชการของประเทศไทยนั้นก็ยังคงมีการทุจริตกันมาก อีกทั้งยังมีการแก่งแย่งชิงดีของคนไทยในชาติเดียวกันและ การที่นักการเมืองต่างก็เข้ามาแก่งแย่งอำนาจให้ตนเองเป็นใหญ่กัน

ซึ่งนี่เองที่เราจำเป็นที่จะต้องมองย้อนกลับไปว่าในประวัติศาสตร์นั้นมีการปกครองกันแบบไหนถึงสามารถที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวมาจนถึงทุกวันนี้ได้สมัยกรุงศรีอยุธยานั้นประเทศไทยมีการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และพระมหากษัตริย์นั้นจะมีอำนาจสูงสุดในการตัดสินคดีความและมีเมืองหลวงเมืองเดียวก็คือกรุงศรีอยุธยาที่เป็นเมืองหลวงใหญ่เป็นราชธานี กษัตริย์นั้นจะเป็นคนที่เลือกตัวแทนของพระองค์ซึ่งเป็นข้าราชการไปปกครองหัวเมืองน้อยใหญ่

ที่ล้อมรอบเมืองหลวงเอาไว้ เทียบการปกครองและการดูแลประชาชนในสมัยกรุงศรีอยุธยากับในสมัยปัจจุบันนั้นแทบจะไม่ต่างกันเลยเพราะสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นเราเสียกรุงจากว่าข้าราชการนั้นคอรัปชั่นและมีการแก่งแย่งชิงดีกันในขณะที่ปัจจุบันนี้ของเราเองก็มีการแก่งแย่งอำนาจต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคนอื่นๆก็มีการแสดงอำนาจและมีการโกงกินประเทศชาตินั่นเองจึงทำให้ปัจจุบันกับในอดีตนั้นแทบจะไม่ต่างกันเลย ซึ่งในอดีตนั้นเนื่องจากว่าคนไทยไม่ได้รักสามัคคีกันอย่างแท้จริง

จึงทำให้พม่ามารบและทำลายบ้านเมืองได้ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันถึงแม้ว่าจะไม่มีต่างประเทศมาตีเมืองประเทศไทยได้แต่การที่คนในประเทศนั้นไม่รักใคร่กลมเกลียวและไม่สามัคคีกันก็จะทำให้ประเทศชาตินั้นล้มสลายได้ง่ายเช่นเดียวกันดังนั้นการที่เราเรียนประวัติศาสตร์ชาติไทยเราควรจะนำประวัติศาสตร์นั้นมาแก้ไขปัจจุบันให้ดีขึ้นมากกว่าเดิมไม่ใช่เป็นการซ้ำรอยประวัติศาสตร์ชาติไทยนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

เรื่องราวของเทพารักษ์กับชายหนุ่มตัดต้นไม้ 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นณหมู่บ้านแห่งหนึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นณหมู่บ้านแห่งหนึ่งโดยมีชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาทำอาชีพกับต้นไม้ทุกวันใครจะเข้าไปที่ป่าริมลำธารแห่งหนึ่งเพื่อที่จะได้ตัดต้นไม้ ตอนนี้อยู่วันหนึ่งพี่เริ่มโชคร้ายก็เกิดขึ้นกับเขาเพราะว่าเขานั้นได้เสริมทำขวานตกลงไปในแม่น้ำ

ซึ่งเขานั้นเป็นคนจนไม่มีเงินมากพอที่จะสามารถซื้อกว่าทำไมทำให้เขาร้องไห้เสียใจเป็นอย่างมากเพราะเขาไม่มีเงินมาซื้อขวัญใหม่และเมื่อเป็นอย่างนี้เขาก็ไม่มีอาชีพที่จะทำมาหากินอีกต่อไปแล้วแต่อยู่อยู่เขาก็ต้องหยุดร้องไห้เพราะดีมีแสงสว่างจ้ามากเกิดขึ้นทำให้เขาแสบตาเป็นอย่างมากเมื่อเปิดตาขึ้นมาอีกครั้งเขาก็พบกับเทพารักษ์หนุ่มคนหนึ่ง

โดยเทพารักษ์คนนั้นบอกว่าเจ้าร้องไห้เพราะเรื่องอะไรให้หนุ่มบอกว่าเขานั้นได้

เผลอทำขวัญไม้ของตัวเองตกลงไปในแม่น้ำและตอนนี้เขาก็ไม่มีขวานที่จะมาตัดต้นไม้อีกแล้วเทพารักษ์สงสารจึงบอกว่าถ้าจะช่วยเจ้าโดยการงมหาขวานของเจ้าเองสัก เผลอทำขวัญไม้ของตัวเองตกลงไปในแม่น้ำและตอนนี้เขาก็ไม่มีขวานที่จะมาตัดต้นไม้อีกแล้วเทพารักษ์สงสาร

จึงบอกว่าถ้าจะช่วยเจ้าโดยการงมหาขวานของเจ้าเองสักพักเทพารักษ์ก็หายตัวไป 5 นาทีต่อมาเทพารักษ์ก็กลับขึ้นมาพร้อมกับขวานทองที่อยู่ในมือเทพารักษ์ถามชายหนุ่มว่า นี้ใช่ขวานของเจ้าหรือไม่ชายหนุ่มรีบตอบทันทีว่านี้ไม่ใช่ขวานของข้าเมื่อได้ยินอย่างนั้นเทพารักษ์ก็ได้ลงไปใต้แม่น้ำอีกครั้งไม่นานนัก เทพารักษ์ก็ขึ้นมาจากแม่น้ำอีกครั้ง ขวานเงินที่อยู่ในมือ หลังจากนั้นเขาก็ได้ตอบทันทีว่านี่ก็ไม่ใช่ขวานของข้าเช่นเดียวกัน

หลังจากนั้นเทพารักษ์ ก็ได้หายตัวไปในน้ำอีกครั้งแต่คราวนี้ขวัญที่ได้มานั่นก็คือขวัญไม้ซึ่งเป็นขวานของชายตัดต้นไม้เมื่อใช้ตัดต้นไม้เห็นดีใจและขอบคุณเทพารักษ์เป็นอย่างมากพร้อมกับบอกว่าสักวันหนึ่งจะตอบแทนหลังจากนั้นเขาก็กำลังจะลุกเดินจากไปอยู่ๆเทพารักษ์ก็เรียกชายหนุ่มคนนั้นพร้อมกับเศษขวานทองและขวามีเงินในมือออกมาและมอบให้กับชายตัดต้นไม้

เขาบอกว่าใช้กับต้นไม้นั้นเป็นคนดีใช้กับต้นไม้จะได้ขวัญไปเมื่อเอาไปขายก็ได้เงินเป็นจำนวนมากจนได้กลายเป็นเศรษฐีไม่นานนัดชาวบ้านก็ได้รู้ว่าเศรษฐีชายกับต้นไม้นั้นได้เงินมาได้อย่างไรทำให้มีเพื่อนบ้านที่อิจฉาคนหนึ่งได้ไป น้ำตาลนั่นก็คือการขว้างขวานของตัวเองซึ่งเป็นควันไม้ลงไปในแม่น้ำอีกครั้งเทพารักษ์ก็ปรากฏ

ตัวมาเช่นกันและเมื่อเทพารักษ์กับขวานทองมาให้ชายหนุ่มคนนั้นก็บอกว่าใช่บอกว่าขวานทองนั้นคือของตัวเองและยังบอกอีกว่าขวานเงินนั้นก็เป็นของตัวเองแต่ขวัญที่เป็นไม้ของตัวเองนั้นไม่ใช่ของตัวเองจริงๆแล้วเทพารักษ์นั้นรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้โกหกเทพารักษ์จึงลงโทษหายตัวไปไม่ให้ทั้งขวัญไม้ของชายหนุ่มคนนี้คืนรวมถึงเขาก็ไม่ได้ขวานทองเหลืองความเงินด้วยเช่นเดียวกันนิทานเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สอนว่าโลภมากลาภหาย

 

สนับสนุนโดย  bk8

ตำนานมนุษย์หมาป่ามีอยู่จริงๆบนโลกหรือเปล่า?

ถ้าพูดถึงเรื่องตำนานมนุษย์หมาป่าเราเชื่อว่าหลายๆคนน่าจะเคยได้ยินแล้วก็น่าจะได้เห็นกันมาแล้วเพราะตำนานนี้มันค่อนข้างที่จะเป็นตำนานที่โด่งดังมากที่สุดในลำดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้ โดยลักษณะทั่วไปของมนุษย์หมาป่าก็จะเป็นลักษณะที่ว่าเป็นมนุษย์ ที่เปลี่ยนกายเป็นหมาป่าและมีการยืนหรือลักษณะท่าทางในการเดินเหมือนคนทั่วไปก็คือเดินสองขาแล้วก็จะเปลี่ยนกายในคือที่พระจันทร์เต็มดวงและจะต้องมองไปที่พระจันทร์เท่านั้น

ถึงจะเปลี่ยนกายได้ ซึ่งมนุษย์หมาป่านั้นตามประวัติเขาได้ถูกจัดให้อยู่หมวดหมู่เดียวกันกับพวกผีแวมไพร์ด้วย โดยสาเหตุที่คนเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์หมาป่าได้นั้นตามตำนานได้บอกเอาไว้ว่าเพราะโดนคำสาปจากการที่ชอบล่าสัตว์ป่าจึงถูกให้กลายเป็นมนุษย์หมาป่าโดนหลีกเลี่ยงไม่ได้และวิธีเดียวที่สามารถหยุดมนุษย์หมาป่าได้ก็คือจะต้องจับตายเพียงเท่านั้น ซึ่งวิธีสังหารมนุษย์หมาป่าแต่ละตำนานมันก็จะมีวิธีที่แตกต่างกันออกไปอย่าที่เราได้บอกกันไปก่อนน่านี้ว่า

ตำนานมนุษย์หมาป่ามันมีอยู่หลายที่และมันได้มีอยู่หลายตำนานมากแต่วิธีสังหารมนุษย์หมาป่าที่โด่งดังที่สุดจะมีอยู่สองวิธีด้วยกันคือ หนึ่งจะต้องยิงกระสุนให้เจาะที่หัวใจของมนุษย์หมาป่าเท่านั้นและกระสุนนั้นมันก็จะต้องเป็นกระสุนที่ต้องทำมาจากโลหะเงินด้วยเพราะถ้าเป้นกระสุนแบบอื่นจะไม่สามารถสังหารมนุษย์หมาป่าได้นั่นเอง

หรือ อีกวิธีหนึ่งที่โด่งดังเช่นกันก็คือจะต้องใช้ดาบที่ลงคาถาอาคมไว้แทงทะลุไปที่หัวใจเท่านั้นถึงจะหยุดมนุษย์หมาป่าได้นั่นเอง ซึ่งตรงนี้มันเป็นตำนานมนุษย์หมาป่าและการสังหารมนุษย์หมาป่าที่เราจะได้ยินกันบ่อยมากแต่ถามว่าในโลกเรามันมีเพียงตำนานที่เป็นครึ่งคนครึ่งหมาป่าหรือแค่มนุษย์หมาป่าอย่างเดียวหรือเปล่าถามตามข้อมูลที่เราได้ไปหามาต้องขอบอกเลยว่ามันไม่ใช่

แต่ละภูมิภาคแต่ละทวีปก็จะมีตำนานในละที่ที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่นในแทบอเมริกาใต้มันก็จะมีตำนานมนุษย์งูหรือสิ่งมีชีวิตที่แท่นบนเป็นคนแท่นล่างเป็นงูในแทบแอฟริกาก็มีตำนานมนุษย์เสือดาวมนุษย์ช้างและมนุษย์เสือดำหรือแม้แต่ในแทบประเทศเราก็ยังมีตำนานครึ่งคนครึ่งสิงโตที่เราเรียกในนามว่า นรสิงห์

ก็มีอยู่เช่นกัน ซึ่งตำนานตรงนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นตำนานที่เป็นเฉพาะความเชื่อที่เชื่อมโยงของเรื่องศาสนาของแต่ละพื้นที่แต่ในเรื่องของมนุษย์หมาป่าคนส่วนใหญ่เชื่อกันว่ามันน่าจะมีอยู่จริงๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

จุดเริ่มต้นของมุมมืดในการสร้างโคลอสเซียมจะเป็นอย่างไร?

ตามข้อมูลเขาได้บอกเอาไว้ว่าเพื่อที่จะสร้างโคลอสเซียมทางเวสเปเซียนจึงได้ส่งลูกชายของตัวเองที่ได้มีนามว่า TITVS FLAVIVS CAESARไปบุกที่เยรูซาเล็มเพื่อที่จะไปปล้นสิ่งที่มีค่านำเอามาเป็นเงินทุน แต่เงินที่ได้ปล้นมาจากเยรูซาเล็มเขาก็ได้บอกว่ามันก็ยังไม่เพียงพอในตอนนั้นเอง

TITVS FLAVIVS CAESARจึงได้เกิดคิดไอเดียว่าหลังจากที่ตีเยรูซาเล็มแตกแล้วเขาได้จับเฉลยมาเป็นทาสอยู่หลายพันคนเขาเลยนำทาสเหล่านั้นไปขายให้คนในกรุงโรมเพื่อไปรับใช้และเข้าไปเป็นทาสรับใช้ต่อที่นั่น นั่นเองซึ่งมันก็ประสบความสำเร็จด้วยหลังจากที่ได้เป็นปล้นเยรูซาเล็มมาแล้วได้ขายทาสทั้งหมดปรากฏว่ามีเงินทุนพอที่จะสร้างโคลอสเซียมได้แล้วเขาเลยได้ทำการสั่งสร้างโคลอสเซียมทันทีและหลังจากที่เขาได้สร้างโคลอสเซียมเสร็จแล้วและ

ได้เปิดให้บริการ ซึ่งในวันแรกที่ได้เปิดให้บริการเสียงตอบรับค่อนข้างที่จะดีมากเลยเพราะด้วยสนามที่จุคนได้มากกว่า50,000คนมีคนเข้ามาในวันแรกเต็มอัตราและวันต่อๆไปในช่วงนั้นเต็มทุกวันและนี่เลยทำให้เศรษฐกิจในกรุงโรมในยุคนั้นเริ่มดีขึ้นๆเป็นระดับแต่คำว่าดีขึ้นตรงนี้เราก็จะต้องแยกเป็นสองอย่างว่ามันมีดีขึ้นทั้งในด้านสว่าง

และมันมีดีขึ้นในทั้งด้านมืดในด้านสว่างเราก็น่าจะรู้ๆกันอยู่ก็คงจะเป็นพวกร้านค้าขายของที่ระลึกขายอาหารขายน้ำดื่มทั่วไป แต่ถ้าเป็นด้านมืดทุกครั้งที่ได้มีการแข่งขันกีฬาไม่ว่าจะเป็นกีฬาไหนก็แล้วแต่มันก็จะต้องมีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอนและการพนันเหล่านั้นถ้าคนที่พนันหมดเนื้อหมดตัวก็จะถูกจับให้เป็นนักโทษและบังคับให้ขึ้นสังเวียนกลาดิเอเตอร์นั่นเอง

ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างที่จะน่าสนใจก็คือข้อมูลเขายังได้บอกเอาไว้อีกว่าไม่ว่าจะเป็นกลาดิเอเตอร์คนไหนต่อให้เป็นโจรเป็นทาสหรือเป็นขุดนางหรือใครก็แล้วแต่ถ้าคนๆนั้นชนะในการต่อสู้เขาจะเปรียบได้เหมือนซุปเปอร์สตาร์ในยุคปัจจุบันอย่างนักบอลและต่อให้อดีตของเขาจะเป็นโจรหรือเป็นกบฏหรือเป็นทาสถ้าเขาชนะ

ได้เขาจะเป็นฮีโร่ขึ้นมาทันทีและหลังจากที่ได้เปิดโคลอสเซียมมาได้สักระยะเวลาหนึ่งความนิยมก็เริ่มถึงจุดสูงสุดและก็เริ่มดับลงไปเรื่อยๆคนก็เริ่มที่จะเบื่อแล้วรู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรต่างไปจากเดิมTITVS FLAVIVS CAESARก็ได้มีการเพิ่มอรรถรสด้วยการนำสัตว์เข้ามาได้การต่อสู้ด้วยและผลตอบรับที่ออกมาก็คือคนชอบและคนสนุกมากกว่าเดิมแต่ตรงนี้ก็มีข้อเสียเช่นกันด้วยการที่ว่านำสัตว์ร้ายเข้ามาสัตว์เหล่านี้เราไม่สามารถเข้าไปควบคุมเขาได้ถ้ากลาดิเอเตอร์ชนะสัตว์ตัวนี้ได้ก็จะรอดแต่กลาดิเอเตอร์พลาดท่านั้นก็หมายความว่ามีแต่ความตายอย่างเดียว

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ไฮโล

วันฮาโลวีนที่มาของวันHalloween และ Jack Olantern

วันที่31ของทุกปีหรือว่าวันฮาโลวีน ซึ่งพอเราได้พูดชื่อนี้เราบอกเลยว่าใครหลายๆคนหรือว่าใครจำนวน90%จะต้องรู้จักอย่างแน่นอนว่าวันฮาโลวีนมันได้เป็นวันปล่อยผีที่มันได้เป็นเทศกาลของต่างประเทศโดยจะให้มีการแต่งตัวเหมือนผีหรือว่าปีศาจแล้วก็เดินไปเคราะห์ประตูตามบ้านต่างๆและพร้อมกับพูดว่าTrickrtreatและหลังจากนั้นคุณก็จะได้ขนมมาซึ่งส่วนใหญ่เราเชื่อว่าก็น่าจะรู้จักกันประมาณนี้

แต่ประวัติจริงๆของวันฮาโลวีนมันเป็นเพียงแค่กิจกรรมการแต่งตัวให้เหมือนผีหรือปีศาจและไปขอขนมแบบนั้นจริงหรือไม่ ถ้าตามข้อมูลที่เราได้หามาเราขอบอกเลยว่ามันไม่ใช่ ถ้าจะเอาตามข้อมูลประวัติของวันฮาโลวีนจริงๆเขาได้บอกเอาไว้ว่าในวันที่31ตุลาคมในยุคของสมัยก่อนชาวCeltsซึ่งได้เป็นคนชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอซ์แลนด์เขาได้เชื่อกันว่าในช่วงเวลาก่อนปีใหม่หนึ่งวันหรือวันที่31มันจะเป็นวันที่โลกของคนเป็นและคนตายจะถูกเชื่อมโยงเข้ากัน

โดยสมบูรณ์และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีก่อนก็จะถูกปล่อยออกมาจากนรกเพื่อที่จะออกมาตามหาร่างและเข้าสิงร่างนั้นเพื่อทำการยึดร่างนั้นแล้วได้กลับมามีชีวิต และตรงจุดนี้มันเลยทำให้คนชาวCeltsค่อนข้างที่จะมีความกลัวอยู่มากและตามความเชื่อของของชาวCeltsเขาก็จะต้องมีการป้องกันให้วิญญาณเข้ามายึดร่างของเขาได้เขาเลยคิดวิธีป้องกันขึ้นมาอยู่2วิธีโดยวิธีแรกก็คือให้ปิดไฟในบ้านทุกดวงเพื่อที่จะให้อากาศภายในบ้านหนาวเย็นวิญญาณจะได้กล้าเข้ามาใกล้ในบ้านและคิดว่าบ้านนี้เป็นบ้านร้างไม่มีคนอาศัยอยู่

หรือวิธีที่สองคือให้แต่งกายเป็นผีหรือปีศาจซาตานต่างๆเพื่อที่จะหลอกให้วิญญาณได้เข้าใจว่าตนนั้นไม่ใช่มนุษย์ที่มีกายหยาบและไม่สามารถที่จะเข้ามาสิงสู่ได้นั่นเอง ซึ่งตรงจุดนี้มันได้เป็นตำนานของวันฮาโลวีนแบบต้นตำรับจริงๆที่ได้มีบันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์แต่ตำนานตรงส่วนนี้มันก็ยังได้มีบางส่วนที่ค่อนข้างที่จะโหดร้ายเพราะตำนานส่วนใหญ่ของคนสมัยก่อนที่เกี่ยวกับประเพณีในวันต่างๆซึ่งมันก็ไม่ได้โลกสวยเหมือนกับในยุคปัจจุบันนี้

โดยในตำนานบางส่วนเขาได้บันทึกข้อมูลเข้าไว้ว่า ในสมัยนั้นได้ตั้งศาลเตี้ยขึ้นมาและตัดสิ้นคนอื่น โดยได้อ้างว่าคนๆนั้นเป็นคนที่ถูกผีเข้าและคนที่ถูกผีเข้าและคนที่ถูกอ้างว่าที่ถูกผีเข้าก็จะถูกประหารชีวิตด้วยการถูกเผาทั้งเป็นเพราะว่าคนสมัยก่อนส่วนใหญ่ได้มีความเชื่อว่าภูติผีปีศาจวิญญาณร้ายหรือเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อมักจะเป็นเรื่องที่ไม่ดี

และมันก็ได้เป็นความเชื่อที่คนส่วนใหญ่และเป็นความเชื่อที่คนส่วนใหญ่เขาเชื่อกันว่ามันมีอยู่จริงเขาเลยจะต้องมีการกำจัดตรงส่วนนี้ออกไปและเขาบอกว่าสิ่งเดียวที่จะกำจัดภูติผีปีศาจซาตานที่เข้ามาสิงร่างคนอย่างเดียวก็คือจะต้องทำการเผาทั้งเป็นเท่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุน  sagame mobile

มังกรมันมีอยู่จริงหรือว่ามันเป็นเรื่องแต่งกันขึ้นมา?

สำหรับการที่ได้หาข้อมูลของตำนานมังกรนั้นมันจะเป็นจริงหรือว่ามันไม่เป็นจริงได้ยังไงทำไมคนสมัยก่อนส่วนใหญ่ก็ยังได้เชื่อว่าตำนานนี้มันเป็นเรื่องจริงเพราะว่า เขาได้มีการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์อีก1อย่างแต่หลักฐานชิ้นนี้มันไม่ใช่โครงกระดูกของมนุษย์มันไม่ใช่โครงกระดูกของมังกรแต่มันได้เป็นขุมสมบัติตามตำนานของBeowulfที่ได้เขียนเอาไว้ในหน้าของประวัติศาสตร์

และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือการค้นพบของหนึ่งชิ้นที่พวกเขาคาดว่ามันหน้าจะเป็นของBeowulfนั่นก็คือหมวกเกราะเหล็กที่มีรูปสลักมังกรอยู่ในหมวกใบนั้นด้วยซึ่งตรงจุดนี้เราสามารถคิดได้ว่าให้มันได้เป็นสองกรณีคือหนึ่งBeowulfได้ต่อสู้กับมังกรจริงๆแต่มังกรตัวนี้อาจจะตายจริงหรือมันก็ยังไม่ตายแล้วก็ไม่มีการค้นพบซากหรืออีกอย่างหนึ่งก็คือตำนานของBeowulfมันเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาที่มีการพูดถึงสรรเสริญให้Beowulfเป็นคนที่มีความแข็งเกร็งสามารถสู้กับมังกรและชนะมังกรมาได้และอีกหนึ่งสาเหตุเลยก็คือแต่งเรื่องขึ้นมาให้คนกลัวไม่กล้าที่จะเข้ามาตรงจุดที่มีเนินดินที่มันได้มีสมบัติของพวกเขาอยู่นั่นเอง

ซึ่งเขาก็เลยมีการตั้ง2ทฤษฎีนี้ขึ้นมา ซึ่งในตอนแรกเขาก็ได้เชื่อไปว่ามังกรนั้นมันได้มีอยู่จริงแต่ในเวลาหลังต่อมาคนกลับได้เทใจไปว่ามังกรนั้นมันเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าเพื่อที่จะกันไม่ให้คนเข้าไปในจุดที่มันได้มีสมบัตินี่เองส่วนตำนานมังกรดิฟฟาเขาก็ได้มีการเฉลยออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยตำนานเก่าเขายังได้บอกเอาไว้ว่าได้ถูกมังกรบินต่ำวนรอบๆก่อนที่จะถูกโจมตีและได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นใหญ่เขาก็ได้เฉลยออกมาว่าจริงๆแล้วมังกรที่เขาได้เห็นกันในคืนนั้นมันได้เป็นหัวเรือของชาวไวกิ้งที่ออกเรือล่าขุมสมบัติในยุคอนานิคนในยุคสมัยนั้นส่วนตัวของมังกรที่พวกเขาได้เห็นว่ามันได้บินอยู่รอบๆวนอยู่รอบๆนั่นก็คือขับเรือวนอยู่โดยรอบๆพื้นที่Lindisfarneแล้วก็ด้วยวิสัยทัศน์ในตอนกลางคืน

ที่พวกเขาได้มองเห็นไม่ชัดเขาก็เลยเชื่อได้ว่ามันคือมังกรนี่เอง ซึ่งตรงจุดนี้มันได้เป็นตำนานที่โด่งดังมากๆและมีคนพูดถึงกันเยอะมากที่สุดแต่ถามว่าตำนานของมังกรมันยังมีอยู่อีกหลายที่หรือไม่มันก็ยังมีอยู่อีกหลายที่ทั่วโลกและแต่ละที่นั้นมันก็ยังไม่ได้ถูกเฉลยและบางพื้นที่เขาก็ยังเชื่อว่าเจ้ามังกรมันยังได้มีอยู่จริงๆ

ซึ่งถ้าหากว่าเราได้เอาตามหลักวิทยาศาสตร์เขาก็จะมองกันอยู่สองรูปแบบโดยในรูปแบบแรกเขาได้มองกันว่ามังกรมันน่าจะเป็นรูปแบบที่เราได้พูดถึงกันในยุคแรกเริ่มนั่นก็คือมันเป็นลักษณะของสัตว์เลื้อยคานที่มีขนาดใหญ่หรืองูยักษ์ที่เราได้รู้จักกันในนามของTitanoboaนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame

ตำนานทางช้างเผือก 

มีชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเขานั้นได้ทำการเลี้ยงวัวตัวนึงเลี้ยงมา 10 ปีแล้วด้วยวัวตัวนี้เป็นตัวพิเศษ มันจะสามารถสื่อสารกับเขาได้ในภาษามนุษย์ทุกๆวันมันจะช่วยเหลือเขาโดยการใช้คำพูดสอนว่าต้องทำอะไรบ้างถ้าต้องการจะเจรจาอะไรบางอย่างมีอยู่วันหนึ่งเขากำลังเดินไปที่ริมแม่น้ำ

ซึ่งตรงนั้นมีป่าบังอยู่พรุ่งนี้เขากำลังจะเดินไปเข้าพบกับฟ้าผ่าดังเปรี้ยงหลังจากนั้นก็มีช่องโหว่ในอากาศนางฟ้าทั้ง 7 องค์บินลงมาลงไปในแม่น้ำพร้อมกับเล่นน้ำด้วยกัน หลังจากนั้นชายหนุ่มเลี้ยงวัวก็ตกหลุมรักนางฟ้าคนที่ 7 ซึ่งเป็นคนสุดท้องเธอมีหน้าตาที่สวยมากหลังจากนั้นเมื่อเจ้าวัวเห็นอาการของเจ้านายว่ากำลังตกหลุมรักเธออยู่เจ้าวัวเลยบอกว่าให้เขานั้นได้ทำการแอบเข้าไปตรงแม่น้ำในเสื้อผ้าของนางฟ้าทั้งหมด

มาซึ่งหลังจากนั้นชายหนุ่มคนนั้นก็ทำตาม ซึ่งเหล่านางฟ้าเล่นน้ำกันเสร็จแล้วหาเสื้อผ้าไม่เจอก็พบว่าชายหนุ่มคนนั้นได้เอาไปพี่สาวทั้ง 6 คนจึงสั่งให้น้องคนสุดท้องที่เป็นน้องคนที่เจ็บที่ชายหนุ่มเลี้ยงวัวชอบไปขอเอาเสื้อผ้าคืนซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ได้มาคุยกับชายหนุ่มเลี้ยงวัวชายหนุ่มเลี้ยงวัวบอกว่าจะคืนเสื้อผ้าให้ก็ต่อเมื่อแต่งงานกับเขาเท่านั้น

ซึ่งเธอก็ตอบตกลงหลังจากนั้นนำเสื้อผ้าไปคืนพี่ๆก็กลับสวรรค์ไปแล้วเธอก็แต่งงานอยู่กับเขาผ่านไป 1 ปีพวกเขาก็มีลูก 2 คน ซึ่งเป็นลูกแฝดแต่ไม่นานมารดาของนางฟ้าทั้ง 7 ก็รู้ว่าลูกสาวคนสุดท้องไปแต่งงานกับมนุษย์เธอโกรธมากและสั่งให้ลูกสาวกับขึ้นมาบนสวรรค์เมื่อชายหนุ่มคนนั้นเห็นว่าเธอกลับสวรรค์ไปแล้วเขาเสียใจมาก

ก็เดินเข้ามาหาเขาแล้วบอกให้เขาฆ่ามันแล้วนำหนังของมันออกมาคลุมร่างกายกับลูกชายของตัวเองขึ้นไปบนสวรรค์และเมื่อทำอย่างนั้นก็จะได้เจอภรรยาของเขาชายหนุ่มคนนั้นก็คือการฆ่าวัว พร้อมจะทำตามวิธีที่มันบอกเมื่อขึ้นไปถึงสวรรค์มารดาของนางฟ้าทั้ง 7 โกรธมากเธอจึงได้ถอดปิ่นออกมาพร้อมกับนำแผนที่ดวงดาวมาแล้ว

ว่าเป็นแม่น้ำบนสวรรค์ซึ่งก็คือทางช้างเผือกนั่นเองให้ทั้งสองคนนั้นไม่สามารถที่จะอยู่ด้วยกันได้ในทุกๆปีเพียงแค่ปีละครั้งใน 1 คืนทั้งสองคนจะมีบุญวาสนาคือเหล่านกกระเรียนจะมาบินไว้เป็นสะพานเพื่อให้ทั้งชายหนุ่มและนางฟ้ารวมถึงลูกๆได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง และนี้ก็คือตำนานทางช้างเผือกค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame1688

หนึ่งในผู้กำกับไทยที่รู้จักกันดี

เป็นเอก รัตนเรือง เขาผู้นี้เป็นคนที่ผู้กำกับมีชื่อเสียงของประเทศไทยของเรา ที่ใครๆได้ยินชื่อก็ร้องอ้อด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ ผู้กำกับคนนี้เป็นผู้กำกับที่ได้ทำการไต่เต้าขึ้นมาจากการเป็นผู้กำกับโฆษณาเพียงเท่านั้น  

ถือได้ว่าก็เป็นเลิศในผู้กำกับที่ดิ้นรนสร้างชีวิตขึ้นมาเอง แล้วด้วยประสบการณ์สำหรับในการกำกับโฆษณาต่างๆที่หลากหลายนับไม่ถ้วนอีกด้วย เพราะฉะนั้นการควบคุมหนังของผู้กำกับสำหรับคนนี้แล้วละก็ถือได้ว่าง่ายมาก และก็มาถึง ทำเป็นดีตั้งแต่เรื่องแรกอย่างยิ่งจริงๆ แล้วหนังที่สร้างชื่อให้กับเขาอย่างที่สุดก็คือเรื่อง รักน้อยนิดมหาศาล นั้นเอง

สำหรับประเด็นนี้เป็นหนังที่ผู้กำกับเป็นเอกคนนี้ได้ต้องการจะทำหนังที่ให้เป็นหนังที่เข้าถึงหัวใจผู้ชมเป็นหลักไม่ใช่หนังที่จะถูกอัดแน่นด้วยเหตุผลจนกระทั่งดูแล้วจะต้องคิดตามมากมายอะไรขนาดนั้น โดยเหตุนั้นหนังก็สื่อไปในทางอารมณ์ซะมากยิ่งกว่า บางฉากที่บางทีอาจจะมองขาดเหตุผล ก็นั้นแหลเขาดูแลประเด็นนี้มาโดยอย่างถามถึงเห็ตุผลในสถานการณ์ต่างๆ

ในเรื่อง ตอนสุดท้ายประเด็นนี้ก็มิได้เสนอการจบแบบปกติ แต่ว่าเป็นการจบแบบที่ให้มองเห็นถึงความเพิ่มเติมโตขึ้นของผู้แสดงนำของเรื่อง ไม่ใช่ความเพิ่มเติมโตทางด้านร่างกายหรือใดๆก็ตามแต่ว่าเป็นการเติบโตด้านจิตใจ แล้วจิตใจก็เป็นเหตุสำกัญที่สุดสำหรับเพื่อการทำให้มนุษย์เราเพิ่มไม่ในแนวทางต่างๆซึ่งเมื่อใครๆได้ดูหนังหัวข้อนี้จะได้อิ่มกับความรู้สึกมากยิ่งกว่าอิ่มเนื่อเรื่องซะอีก

วิธีการทำหนังประเด็นนี้เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นการทำหนังแบบใช้จินตนาการเป็นอย่างมาก แต่ว่าเรื่องนี้ก็มีการสร้างคำถามจำนวนมากให้กับคนที่ได้ดู ว่าเพราะเหตุใดผู้แสดงนำของพวกเราก็เลยอยากตายนี่นับว่าเป็นผู้กำกับสายอินดี้อย่างแท้จริงคนนึงเลยล่ะ เนื่องจากว่าหนังที่สร้างมาคนไหนได้มองก็อาจจะรู้เรื่องอารมณ์ติ๊ดๆเหงาหงอยๆของหนักได้

รวมทั้งการร่วมแรงกับทั้งช่างภาพที่เก่งวิธีการทำหนังชนิดนี้แล้วด้วยยิ่งทำให้หนังประเด็นนี้มองสื่อถึงอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยม คนไหนที่ชอบในการเดินเรื่องแบบอินดี้ๆอย่างนี้ ก็ตามหาหนังของพี่เป็นเอก มาได้ดูได้ หลายๆเรื่องมีอารมณ์อินดี้อยู่เสมอๆ

หากใครที่มีความชื่นชอบในผลงานของ เป็นเอก รัตนเรือง คนนี้และละก็อย่างลืมติดตามผลงานของเขาได้นะ เพราะเขาสร้างหนังให้เราได้อินอีกมากมายอย่างแน่นอน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของเขา เรามองว่าน่าจะมีผลงานให้ได้ติดตามกันไม่ขาดสายเป็นแน่

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 ฝาก ขั้น ต่ํา

ขุนพันธรักษ์ราชเดช  ได้เข้า ปราบโจรที่หนองมะโมง

ในปีพ.ศ.2488 สงครามโลกครั้งที่2ใกล้จะยุติภาวะสงครามทำให้บ้านเมืองบอบ ช้ำเป็นอย่างมากผู้คนอดยากและก็ไร้ที่พึ่งหลายคนได้ผันตัวเองมาเป็นโจรมีโจรอยู่กลุ่มหนึ่งพวกเขาจะปล้นแต่คนรวยเพื่อที่จะนำเอาไปช่วยคนจนจนพวกเขาได้ถูกขนานนามว่าจอมโจรเชิ้ตดำ ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้ถูกเรียกให้มาประจำการที่จังหวัดชัยนาท

ขุนพันธได้เกณฑ์ตํารวจจำนวนหนึ่งให้ไปปราบโจรที่หนองมะโมง จังหวัดชัยนาท และขุนพันธรักษ์ก็ได้บอกให้พวกของเขาให้วิทยุไปหากำนันยูนเพื่อให้พวกกำนันยูนบุกเข้าไปจับโจร แต่กำนันยูนก็ได้บอกว่า ไอขุนพันธมันเป็นใครวะมาสั่งกูวะกำนันยูนไม่ไปและได้นั่งกินข้าวต่อในระหว่างที่พวกของขุนพันธได้เดินทางเข้าไปจับโจรตำรวจที่ได้มาพร้อมกับขุนพันธก็ได้โดนโจรยิงและได้เสียชีวิตกันไปหลายคนพวกโจรนั้น

ได้เข้ามากันเยอะมากและได้วิ่งเข้ามาหาตำรวจขุนพันธได้บอกให้พวกของเขาหมอบแต่ตำรวจบางคนได้ยิงสวนกลับไปบ้างก็วิ่งหนีและได้ถูกพวกโจรฆ่าตายกันหมดเหลือแต่ ขุนพันธคนเดียวเท่านั้น

หัวหน้าโจรก็ได้สั่งลูกน้องคนหนึ่งให้วิ่งเข้าไปฆ่า ขุนพันธ แต่ได้ถูกขุนพันธใช้ปืนลูกซองยิงจนกระเด็นออกมาจากนั้นพวกโจรได้โมโหก็วิ่งเข้าไปหาขุนพันธ ขุนพันธได้วิ่งหนีแต่ก็ได้ถูกพวกโจรนั้นมาล้อมเอาไว้ขุนพันธได้พนมมือขึ้นและได้ท่องคาถามหาอุดพวกโจรได้ใช้ปืนยิงเข้าใส่ตัวขุนพันธคาถามหาอุดทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยอุดลูกกระสุนปืนของพวกโจรทำให้ปืนที่พวกโจรนั้นยิงใส่ขุนพันธได้ระเบิดคามือส่วนโจรที่ไม่ได้ยิงใส่ขุนพันธก็โดนขุนพันธจัดการหมดเหลือ

แต่หัวหน้าโจรหัวหน้าโจรได้จุดระเบิดและก็ได้ปาไปที่ตัวของขุนพันธแต่ไม่ตายและได้กระโดดออกมาจากควันพร้อมใช้ปืนยิงไปที่โจรทำให้ได้รับบาดเจ็บจากนั้นโจรมันก็หายไปเหลือแต่เลือกที่อยู่บนพื้นดินเท่านั้นขุนพันธก็ได้เดินตามรอยเลือดไปเรื่อยๆและได้เจอบ้านโจรขุนพันธได้ขึ้นไปบนบ้านแล้วได้มองหาโจรแต่ก็ไม่เห็นขุนพันธได้พนมมือขึ้นมา

และได้ท่องคาถาพอท่องจบก็ได้ใช้มือลูบไปที่ดวงตขุนพันธได้เปิดประตูเข้าไปเจอผู้หญิงและเด็กที่ได้เป็นครอบครัวของโจรทั้งสองข้างทำให้โจรที่ใช้คาถาบังตาเอาไว้ได้นอนตายอยู่ตรงหน้าเขาแต่ว่าขุนพันธนั้นได้ปล่อยไปคนของกำนันก็ได้มาบอกว่าโจรตายหมดแล้วเหลือแค่เด็กกับผู้หญิงจากนั้นกำนันก็ได้เข้าไปบุกจากนั้น

พวกกำนันเข้าไปในบ้านและได้ฆ่าคนทั้งหมดจึงทำให้ขุนพันธช็อกมากที่ได้เห็นพวกกำนันทำแบบนี้กำนันก้ได้บอกว่าลูกเสือลูกตะเข้น่าท่านขุนหากปล่อยไปก็อันตรายขุนพันธเห็นพวกกำนันหยิบทองพวกโจรใส่กระเป๋าตัวเองขุนพันธได้บอกกำนันว่าถ้ากำนันยอมมอบตัวจะจับเป็นแต่กำนันไม่ยอมได้หยิบปืนขึ้นมาเพื่อจะยิงขุนพันธขุนพันธเห็นกำนันหยิบปืนขึ้นมาเลยยิงเข้าไปที่หัวของกำนันทันทีจากนั้นขุนพันธก็ได้ไปฝึกวิชากับพระอาจารย์ในถ้ำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 live tv

คำทำนายของผู้เฒ่าปู่อินทร์6แผ่นดิน

เปิดคำทำนายสุดสะพรึงกลัว ปู่อินทร์ตาทิพย์ เตือนคนไทย จะต้องรับภัยใหญ่ที่จะเกิดขึ้นมาจากกรรมของมนุษย์หลายเมืองจะต้องจมอยู่ใต้บาดาล ต้องบอกก่อนเลยว่า ปู่อินทร์ตาทิพย์แห่งเขาตําแย อ ปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมาท่านได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่12เมษายน2561ท่านเป็นพ่อเฒ่า6แผ่นดินซึ่งแก่ได้เกิดในสมัยรัฐกาลที่5อายุประมาณ119ปี

เมื่อครั้งที่ปู่อินทร์ยังได้มีชีวิตอยู่ก็ยังได้มีการกล่าวเอาไว้ว่าท่านได้เป็นมนุษย์ที่ได้รับญาณบารมีของท้าวสักกะเทวราชและยังคงดำรงร่างกายเดินเหินและยังใช้ชีวิตได้ตามปกติเมื่อครั้งได้สนทนากับท่านก็จะได้รู็ว่าท่านนั้นได้มีสติสมบูรณ์ไม่ได้หลงหรือลืมเหมือนอย่างคนชราโดยทั่วๆไป

และท่านก็ยังได้บอกอีกว่าท่านนั้นยังตายไม่ได้เพราะบ้านเมืองมีปัญหาและยังต้องรอให้ถึงปี2562ก่อนและเมื่อเหตุการณ์ภัยพิบัตินั้นได้จบลงในปี2562ท่านก็จะให้ท้าวสักกะเทวราชมาปรากฏในปี2563เราก็จะได้พบกับสามร่มโพธิ์ศรีจากนั้นท่านก็จะพิจารณาอีกทีว่าจะอยู่ต่อหรือจะละร่างนี้ ปู่อินทร์ตาทิพย์แห่งเขาตำแยท่านก็ยังได้บอกเกี่ยวกับการเกิดภัยต่างๆในปี2560เอาไว้เพราะเกิดจากปัจจุบันนี้ผู้คนนั้นไม่มีศรีธรรมไม่ระอายแก่บาปเบียดเบียนซึ่งกันและกันและมันก็ไม่ใช่กรรมของใครๆแต่นี่มันคือวัฏจักรขอโลกบ้านเมืองเจริญขึ้น

แต่จิตใจของมนุษย์นั้นได้เจริญลงยิ่งการสมสู่มนุษย์ด้วยกันเดี๋ยวนี้ไม่มีเลือกผัวเลือกเมียหรือลูกหลานนี่แหละกระหรี่ยุคตามคำทำนายของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหตุดังกล่าวจะเบาลงหลังสิ้นสุดปี2560ผู้คนที่ได้รอดพ้นจากภัยพิบัติคือผู้ที่ได้ดำรงชีวิตอยู่ในศรีธรรมกัตญญูต่อบิดามารดาละอายแก่บาปจงเป็นผู้ที่รู้ในกิเลสและผู้ที่ตื่นจากกิเลสสุดท้ายมันก็ได้ไกลจากกิเลสภัยพิบัติจะเกิดเมืองไทยจะมีการแจ้งเตือนล้วงหน้าจาก  ในหลวงรัฐกาลที่9 ของเราหากพูดแบบภาษาธรรมพระทรงท่าน ในหลวงรัฐกาลที่9ได้มีสื่อผู้ดูแลในโลกมนุษย์นี้

จะบอกกล่าวล้วงหน้าให้ผู้คนได้เตรียมตัวหนีจากภัยที่จะเกิดเส้นทางหลบหนีปู่ได้บอกว่าผู้คนจะหนีไปทางถนนมิตรภาพและจะมีรถติดมากผู้คนต่างก็ได้แย้งกันอย่างหน้าดูและท้ายที่สุดหางแถวก็จะหนีไม่รอดนั่นเองใน จังหวัดสระบุรีที่ได้มีองค์พระตั้งสูงตรงนั้นแผ่นดินจะยุบตัวลงเพราะว่าข้างล่างใต้บาดาลมีน้ำวนกว้างมากๆถนนเส้นที่พอจะรอดคือ กระบินบุรี นครราชสีมา นครนายก หรือเส้นทางอื่นๆที่ไม่ใช่มิตรภาพแต่ส่วนมากผู้คนจะเลือกเดินทางเส้นทางมิตรภาพกันจำนวนมากเพราะไปได้ทั้งเหนือและอีสานขอเตือนไม่จำเป็นจะต้องไปทางอีสานแต่เพียงอย่างเดียวภาคเหนือก็ไปได้ส่วนน้ำท่วมนั้นท่วมแน่นอนทุกภาคทุกพื้นที่แล้วแต่จะหนักหรือเบา 

 

สนับสนุนโดย  bk8 โบนัส 100