ผู้เขียน: admin

ประวัติศาสตร์ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

สำหรับที่เยอรมันในยุคกลางเค้าก็ได้มีการทำเค้กขึ้นมาเพื่อที่จะฉลองให้กับเด็กจริงๆตอนแรกมันก็เป็นแค่การฉลองกันในงานวันเด็กพวกเขาก็จะทำขนมปังขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้วก็จะมีแบบลูกอมโรยด้านบนเพื่อที่จะแจกให้กับเด็กๆทั้งหลายก่อนที่ตอนหลังๆขนมปังก็จะได้ถูกแต่งเพิ่มเติมความหวานขึ้นมีครีมมีอะไรเยอะไปหมดจนมันได้กลายมาเป็นเค้กอย่างที่เรานั้นได้เห็นกันในปัจจุบัน

ซึ่งจากการที่ฉลองแค่วันเด็กก็เริ่มมีการฉลองเป็นรายบุคคลมากขึ้นโดยจะเริ่มต้นมาจากคนชั้นสูงเท่านั้นเพราะว่าราคาวัตถุดิบของเค้กสมัยก่อนนั้นมันจะแพงมากจะทำเค้กก้อนหนึ่งทีเงินเดือนหมดไปทั้งกระเป๋าเลยทีเดียวจนกระทั่งต่อมาจนมาถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เราสามารถผลิตเค้กได้ในราคาถูก

โดยเด็กๆทุกคนนั้นก็ได้เริ่มเอ็นจอยกับเจ้าเค้กวันเกิดนี้ซึ่งจะมีการเป่าเทียนแล้วก็ร้องเพลงกันแล้วรู้หรือไม่ว่าเจ้าเพลงวันเกิดมันมีต้นกำเนิดมาจากไหนจริงๆแล้วตัวเพลงเองมันเป็นยุคแรกๆเลยกล่าวคือในปี1893มีคุณครูอยู่สองท่านและทั้งสองท่านนี้เธอได้เป็นพี่น้องกันและได้แต่งเพลงหนึ่งขึ้นมามีgood morninเป็นเพลงที่ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรเกี่ยวกับวันเกิดเลยเป็นเพลงที่ครูทั้งสองแต่งขึ้นมาร้องก่อนที่จะเริ่มเรียนกันเทานั้นเอง

นอกจากนี้ในทำนองของเพลงนี้ก็จะเป็นทำนองเหมือนกับเพลงแฮปปีเบิร์ดเดย์เลยหลังจากนั้นทำนองมันก็ได้ไปถูกใจวัยโจ๋คนหนึ่งขึ้นมาผู้ชายคนนี้เขาก็เลยได้นำเอาจังหวะของเพลงนี้ไปผสมให้มันเข้ากับเพลงแฮปปีเบิร์ดเดย์จนทำให้มันกลายมาเป็นเพลงแฮปปีเบิร์ดเดย์ให้เราได้ร้องกันไปทั่วโลกนี่แหละ

ดังนั้นหลายๆประเทศก็นำทำนองนี้ไปทำเพื่อให้เข้ากับว่าเป็นภาษาของตัวเองเวลาเราไปแต่ละทีเขาก็จะมีเพลงแฮปปีเบิร์ดเดย์ในภาษเขาแต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ว่าทำไมประเทศไทยถึงไม่ว่าเพลงในภาษาไทย

ซึ่งที่น่ารู้อีกอย่างของเพลงแฮปปีเบิร์ดเดย์ก็คือเราไม่สามารถนำเอามาใช้ได้อย่างซี้ซั้วถามนำมาร้องอวยพรกันแบบนี้ได้แต่ทว่าจะนำเอาไปใส่สื่ออะไรคือห้ามเพราะว่าเขาจะต้องขออนุญาตก่อนมันเป็นเพลงที่ถูกจดลิขสิทธิ์เอาไว้เคยมีการฟ้องร้องกันด้วยก็เป็นที่น่าเหลืองเชื่อว่าเพลงที่เคยแต่งมาเมื่อราวๆ100กว่าปีที่แล้วยังทำรายได้ยังปัจจุบันนี้

เพราะนั้นแล้วสำหรับเพลงนี้มันทำรายได้ให้กับครองบครัวของสองพี่น้องนี้ถึงปีละ2ล้านเหรียญสสหรัฐเลยทีเดียว 

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ ถูกกฎหมาย

ภาพวาดโบราณในถ้ำหิน

นอกจากนี้ว่ากันว่านี้คือสถานที่ที่มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนมาก่อนถ้ามีคนรู้จักการก่อสร้างต่างๆก็จะมีความเป็นไปได้ที่มนุษย์ต่างดาวอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างสถานที่แปลกๆเหล่านี้ขึ้นมาเพราะว่ามันยังมีอีกหลายข้อที่ยังเป็นข้อสงสัยว่าและมนุษย์สร้างขึ้นมาได้อย่างไงทั้งๆที่สมัยก่อนวิวัฒนาการต่างๆก็ยังไม่ได้ก้าวหน้าไปถึงขนาดนี้

โดยภาพวาดภาพแรกนั้นก็คือภาพวาดโบราณในถ้ำหินศิลปะโบราณอายุราวๆพันปีมันก็คือสิ่งที่มนุษย์สร้างมันขึ้นมาในสมัยก่อนถามว่าภาพเขียนในลักษณะนี้มนุษย์เราจิตนาการจากอะไรจึงทำให้ใครหลายคนนั้นได้สงสัยว่าทำไมเขาถึงได้วาดภาพเหล่านี้

ซึ่งนักวิชาการเชื่อกันว่าในสมัยก่อนมนุษย์โบราณอาจจะมีการติดต่อกับเทพเจ้าหรือผู้ที่มาจากฟ้านั่นก็คือมนุษย์ต่างดาวนั่นเองอาจจะมีการติดต่อสื่อสานกันมาก่อนและไม่น่าเชื่อว่าภาพแปลกๆเหล่านี้ได้มีให้เห็นตามฝาผนังเกือบจนทั่วทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้ทั้งภาพเขียนมนุษย์ทั้งภาพเขียนจานบินมนุษย์ต่างดาวต่างๆไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาวที่ทะเลทรายซาฮาร่าที่มีอายุราวๆเกือบ6พันปีเลยที่เดียวไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นฝีมือจากมนุษย์ที่ได้สร้างขึ้นมาจากจิตนาการ

นอกจากนี้ภาพวาดฝาผนังที่เมืองคิมเบอร์ลี่อายุราวๆเกือบ5พันปีถ้าสังเกตลักษณะให้ดีๆมันเหมือนกับภาพเอเลี่ยนที่อยู่รวมกันหลายๆตัวเลยทั้งรูปลักษณ์และลักษณะท่าทางของพวกเขามันได้ตรงกับสิ่งที่มนุษย์นั้นได้เชื่อกันว่าเอเลี่ยนจะต้องน่าตาแบบนี้แต่อยากจะถามว่าคนในสมัยก่อนเขาจะรู้กันได้อย่างไรว่าเอเลี่ยนมันจะต้องมีน่าตาแบบนี้ถ้าพวกเขานั้นไม่เคยพบเจอกับพวกมันมาก่อน

เนื่องจากนี้ยังมีอีกสถานที่หนึ่งทุ่งหญ้าคอบโซโค้ววงกลมประหลาดที่เกิดกลางทุ่งนาของชาวบ้านเป็นวงกลมประหลาดที่ถูกพบอยู่หลายแห่งในยุโรปถูกพบครั้งแรกเมื่อในปี1678ที่ประเทศอังกฤษ 

โดยวงกลมประหลาดเหล่านี้ได้เกิดขึ้นมาจากต้นพืชที่ล่มโดยที่ไม่ทราบถึงสาเหตุเลยว่ามันล่มได้อย่างไรและทำไมมันถึงล่มเป็นรูปร่างที่มีลักษณะเป็นรูปแปลกประหลาดตามรายงานก็ได้พบว่าได้มีการพบคอบโซโค้วมากกว่าหนึ่งพันครั้งมักจะเป็นรูปทรงวงกลมและวงรีขนาดและรูปทรงของคอบโซโค้วก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามวิวัฒนาการเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น

ซึ่งมันอาจจะมีรูปวงกลมซ้อนบางที่ก็พบว่ามีเส้นตรงและมีวงกลมแซรกอยู่ตามเส้นในช่วงแรกนั้นก็มีสื่ออยู๋หลายสื่อได้รายงานว่าเป็นฝีมืดของคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามจะสร้างความปั่นป่วนเหล่านี้แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่มีใครที่จะพิสูจน์ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือว่ามันเป็นสิ่งที่มนุษย์นั้นได้สร้างขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

ราชวงศ์หยวนล่มสลายด้วยเหตุใด

นอกจากนี้หลังจากที่ กุบไลข่าน สามารถที่จะโค่นล้มอำนาจของผู้ที่ปกครองดินแดนอาจักรจีนในขณะนั้นรวมถึงราราชวงศ์ซ่งลงได้ชาวจีนชาวฮั่นก็ตกลงในอำนาจของพวกมองโกจนกระทั่ง กุบไลข่าน ก็ได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ กุบไลข่าน  หรือว่าจักรพรรดิหยวนซื่อจู่ฮูปี้เลี่ย

ซึ่งได้ทรงสถาปนาราชวงศ์ต้าหยวนขึ้นมาโดยราชวงศ์ต้าหยวนก็ได้สืบต่อจากราชวงศ์จินแล้วก็ทำการสถาปนาเมืองหลวงขึ้นมาใหม่และเมืองหลวงแห่งนี้ได้อยู่ที่เมืองต้าตูหรือที่ในเมืองปัจจุบันนี้ก็คือเมืองปักกิ่งนั้นเอง

เมื่อจักรพรรดิกุบไลข่านหรือว่าจักรพรรดิหยวนซื่อจูได้ทรงขึ้นครองราชย์ขึ้นแล้วพระองค์เองก็ได้มีความตระหนักแล้วว่าจะใช้ไม้แข็งอย่างเดียวกับชาวจีนชาวฮั่นก็จะไม่ได้เพราะว่าได้มีการต่อต้านอยู่เป็นเนืองๆและเรียกได้ว่าเสถียรภาพในการปกครองชาวจีนของพระองค์

ซึ่งเป็นชนเผ่าที่ไม่ใช่ชาวจีนแต่ว่ามาปกครองชาวจีนและก็มีการต่อต้านอย่างมากมายมหาศาลกันเลยทีเดียวดังนั้นพระองค์ได้ทรงดำเนินนโยบายในลักษณะที่เป็นมิตรกับประชาชนรวมไปถึงพระองค์ก็ทรงมีความตั้งใจที่จะเป็นจักรพรรดิที่ดีเป็นผู้ปกครองดินแดนที่ดี

โดยพระองค์ได้ปกครองดินแดนของชาวจีนได้อย่างสุขุมและด้วยความรอบคอบยิ่งนักเหตุผลก็คือพระองค์ไม่อย่างจะให้ชาวจีนนั้นมองชาวมองโกในความโหดร้ายแล้วก็เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพเพราะว่าจริงๆแล้วเราขออธิบายให้คุณได้อ่านสักนิดหนึ่งก่อนในขณะนั้นชาวจีนก็มองมองโกว่าเป็นชนเผ่าที่มีความโหดเฮี้ยมเอามากๆเลย

ซึ่งถ้าจะให้เราพูดกันตามตรงแล้วชาวมองโกนี่แหละไปที่ไหนก็ทำการปราบอย่างไม่เหลือก็เรียกได้ว่าความโหดร้ายของชาวมองโกนั้นสูงมากเลยที่เดียวในความทรงจำของชาวจีนในขณะนั้น

ดังนั้นจักรพรรดิหยวนซื่อจู่หรือว่าจักรพรรดิกุบไลข่านก็มีความพยายามในการที่จะเปลี่ยนภาพจำของชาวจีนให้มองชาวมองโกลดน้อยลงทำให้รู้สึกว่าเป็นมิตรมากยิ่งขึ้นกับชาวจีนที่อยู่ภายใต้การปกครอง

นอกจากนี้มันก็เป็นที่น่าสนใจดีเพราะว่าในรัชสมัยของจักรพรรดิกุบไลข่านหรือว่าจักรพรรดิหยวนซื่อจู่ความเจริญรุ่นเรืองของอาณาจักรจีนในขณะนั้นเรียกได้ว่าสูงมากเลยทีเดียวบ้านเมืองมีเสถียรภาพมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นแล้วก็มีการเดินทางของมาโคโปโล

เรียกได้ว่ามีเรื่องราวที่น่าสนใจเกิดขึ้นในราชวงศ์หยวนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยของจักรพรรดิกุบไลข่านอย่างไรก็ตามเมื่อจักรพรรดิกุบไลข่านได้เสด็จสวรรคตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วราชวงศ์หยวนเองก็ค่อยๆเสื่อมถอยลงตามลำดับเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  letou ฟรีเครดิต

ประวัติศาสตร์รูปภาพทังก้า

สำหรับทังก้าในภาษาไทยเรียกว่าภาพพระปลดมันเป็นศิลปะอย่างหนึ่งในศาสนาพุทธชั้นสูงที่พุทธศาสนิกชนสายวัชรยานคือกลุ่มคนที่อยู่ทางแทบหลังคาโลกเช่นทิเบตเนปาลภูฏานอะไรแทบนั้นแหละเขาได้นับถือกันมันจะเป็นลักษณะภาพวาดหรือว่าภาพปักหรือที่เขาได้ทำบนฝ้ายหรือผ้าไหม

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเขาจะเขียนเป็นภาพของพระพุทธเจ้าพระโพธิสัตว์แล้วก็เรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธประวัตที่หลากหลายไม่ก็จะเป็นภาพจักรวาลตามความเชื่อของพระพุทธศาสนาในนิกายนั้นเอาง่ายๆเลยเขานั้นได้ทำขึ้นเพื่อเทิดทูนพระพุทธเจ้านี่แหละถ้าจะเปรียบกับบ้านเราก็น่าจะเปรียบได้เหมือนกับพระพุทธรูปหรือว่าจิตกรรมฝาผนังนั่นเอง

นอกจากนี้ทังก้านั้นมันจะเป็นสิ่งที่ทำมาจากผ้าดูผืนแบนๆแต่ว่ามันก็มีวิธีการทำที่ซับซ้อนไม่แพ้พระพุทธรูปเลยทีเดียวยิ่งเป็นภาพทังก้าในแบบฉบับโบราณแล้วมันยากขนาดไหน

โดยวิธีการทำทังก้าในแบบฉบับโบราณดั่งเดิมจะมีความเว่อวังอลังการมากตั้งแต่วัตถุอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสีที่พวกเขานั้นใช้มันจะเป็นสีที่มาจากธรรมชาติที่ได้สกัดมาจากแร่ธาตุต่างๆที่จะต้องไปงมหาแถวเทือกเขาเสร็จแล้วยังไม่พอจะต้องไปหายางไม้ชนิดดีเพื่อเอามาบดผสมกับสีชนิดนี้

ส่วนสีทองที่เราเห็นอยู่บนผ้าผืนนี้มันคือทองคำทองและน้ำที่ได้เอามาผสมสีมันไม่ใช่น้ำธรรมดาปะปาจะต้องเป็นน้ำแร่จากธรรมชาตเท่านั้นและอุปกรณ์ที่เขาจะใช้ในการเขียนได้ทำมาจากเขาจามรีที่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ได้อศัยอยู่ในเทือกเขาแทบนั้นแต่ในปัจจุบันนี้เขาใช้พู่กันเขียนกันแล้ว

ซึ่งภาพเขียนที่ได้นั้นจะมีความปราณีตมากสีที่นำเอามาเขียนมันก็จะมีความชัดเจนคมชัดว่ากันว่ามันจะสดใสยาวนานนับร้อยปีเลยทีเดียวจากขั้นตอนการรวบรวมไปจนถึงการผลิตเราคงจะนึกออกแล้วว่ามันจะกินเวลานานขนาดไหน

ดังนั้นทังก้าจึงได้เป็นมากกว่าภาพที่ธรรมดาเท่านั้นเวลาวาดภาพทังก้าชาวพุทธในแทบนั้นก็จะมีความเชื่อเหมือนกับบ้านเราเลยที่เชื่อในการสร้างพระพุทธรูปคือผู้ที่ร่วมสร้างก็จะได้รับบุญกุศลเช่นกันแต่มันก็น่าเสียดายที่ทังก้าโบราณต่างๆเรามีขอมูลประวัติความเป็นมาน้อยมาก

เนื่องด้วยตามธรรมเนียมการปฏิบัติของศาสนาพุทธในเทือกแถวนั้นในเวลาที่เขานั้นสร้างอะไรไว้อย่างเรียบร้อยแล้วเขาจะไม่จารึกเอาไว้ว่าใครเป็นคนสร้างใครเป็นคนบริจากให้แต่มันจะมีข้อเสียมันไม่ดีต่อทางโบราณคดีก็คือมันยากกว่าที่จะไปทำการหาสืบค้นหาประวัติต่างๆได้ยาก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

เรื่องราวเกี่ยวกับปอบ

ในยุคสมัยนี้ไม่เชื่อว่าคนเรายังมีความหลงเชื่อเกี่ยวกับเรื่องผีปอบหิวมากโดยเฉพาะหมู่บ้านในแถบจังหวัดภาคอีสานด้วยแล้วมักจะมีข่าวลือออกมาอยู่บ่อยๆเกี่ยวกับเรื่องผีปอบหรือแม้แต่ผีกระหังหรือเกี่ยวกับเรื่องของผีแม่ม่ายที่เรามักจะเห็นว่าชาวบ้านมักจะนำเสื้อสีแดงมาแขวนไว้หน้าบ้านเธอไม่ต้องการให้ผีแม่ม่ายมาเอาชีวิตคนในบ้านซึ่งภายในเป็นสมัยอดีตยังพอเชื่อได้ว่านั่นคือความเชื่อเนื่องจากว่าคนไม่ค่อยมีความรู้มากนักแต่ในสมัยนี้ในปีพุทธศักราช 2563

ในปีที่มนุษย์ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์มาแล้วหลายครั้งในปีที่อะไรๆก็ใช้อินเตอร์เน็ตในการสื่อสารกันทั่วโลกกับพบว่ากลุ่มคนในแถบภาคอีสานก็ยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของผีปอบผีกระหังอยู่เหมือนเดิมซึ่งบางครั้งความเชื่อเหล่านั้นสร้างความเดือดร้อนให้กับคนที่ถูกใส่ความว่าเป็นผีปอบได้เช่นเดียวกันโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดชัยภูมิเมื่อมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้มีการแชร์ภาพเกี่ยวกับคลิปที่ถ่ายเห็นลูกไฟมีลักษณะของสีแดงสีเขียวลอยอยู่บนท้องฟ้า

และกระพริบไปมาซึ่งหลายคนบอกว่านั่นคือรูปไฟของผีปอบผีกระหังโดยเมื่อทางนักข่าวได้ไปลงสัมภาษณ์กับชาวบ้านที่เห็นรูปไฟดังกล่าวก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าลูกไฟดังกล่าวนั้นมักจะวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านแถวบริเวณป่าท้ายหมู่บ้านซึ่งชาวบ้านทุกคนเชื่อกันว่านั่นคือลูกไฟของผีปอบเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้มีชายชราคนหนึ่งชื่อว่าตายงเคยไปเรียนคุณไสยแล้วผิดผีทำให้ตนเองกลายเป็นผีกระหัง

โดยชาวบ้านคนหนึ่งได้กล่าวว่าในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นเคยแปลงร่างกลายเป็นหมาดำไปแอบกินไก่ชาวบ้านทำให้ชาวบ้านใช้หนังสติ๊กยิงไปที่หัวหมาดำตัวดังกล่าวหลังจากนั้นรุ่งเช้ามาชาวบ้านก็เห็นว่าที่หัวของตายงนั้นมีลักษณะปูดเหมือนคล้ายกับโดนอะไรกระแทกที่หัวชาวบ้านจึงปักใจเชื่อกันว่าตายงเป็นคนที่แปลงร่างเป็นหมาดำแล้ว

โดนหนังสติ๊กของชาวบ้านนั่นเอง แม้ตายเสียชีวิตมาแล้วนับ 10 ปีแต่การสืบทอดอำนาจของผีกระหังก็ยังคงมีอยู่โดยชาวบ้านเชื่อกันว่าเมียของตายงเป็นคนรับทอดอำนาจของผีกระหังกลายมาเป็นผีปอบซึ่งภรรยาของตายยงนั้นชื่อว่านางชบาโดยชาวบ้านบอกว่าไม่มีใครที่จะกล้าไปยุ่งกับนางชบา

เพราะว่ากลัวเพราะรู้กันดีว่านางชบานั้นเป็นผีปอบ และเมื่อนักข่าวลงไปสัมภาษณ์นางชบาที่ท้ายหมู่บ้านก็ให้ข้อมูลว่าถึงแม้ชาวบ้านจะรังเกียจและไม่มีใครพูดคุยด้วยแต่ตัวเองนั้นไม่ได้เสียใจอะไรเพราะรู้ตัวเองดีว่าตัวเองไม่ได้เป็นผีปอบเหมือนอย่างที่ชาวบ้านลือกันส่วนตัวแล้วเธอก็ทำงานอยู่บ้านทำมาหากินเองเพราะสามีก็ตายไปนานแล้ว

ส่วนลูกสาวคนนึงก็เสียชีวิตและอีก 2 คนก็ทำงานอยู่กรุงเทพฯเธอเชื่อว่าสาเหตุที่ชาวบ้านคิดว่าเธอเป็นผีปอบนั้นอาจจะเป็นมาจากลูกสาวคนที่เสียชีวิตในตอนนั้นเป็นคนขี้เหล้าเมายาและพอไม่ให้เงินไปซื้อเหล้าลูกสาวคนนั้นก็จะด่าเธอว่านางผีปอบจึงทำให้ชาวบ้านน่าจะเชื่อคำพูดของลูกสาวที่เป็นคนขี้เหล้าคนนั้นและทำให้ไม่มีใครกล้ามายุ่งเกี่ยวกับนางชบานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  v9bet

ประวัติพระแก้วมรกต

นอกจากนี้ได้มีกษัตริย์พม่าผู้หนึ่งที่ได้นับถือสาสนาเป็นอย่างมากท่านก็ได้ส่งคนเข้ามาคัดลอกพระไตรปิฎกอะไรทางนี้และในระหว่างที่กำลังคัดลอกก็มองไปเห็นพระแก้วมรกตนั้นสวยมากก็เลยอยากจะเอากลับไปประเทศตนเองบ้างก็เลยไปอัญเชิญพระแก้วมรกตมาเอาไปด้วย

ซึ่งเขาก็ไม่ได้บอกว่าไปตกลงกันยังไงแต่เอาเป็นว่าเขาก็ได้เลือกกลับมาทั้งพระไตรปิฎกที่ได้ไปคัดลอกมาที่เต็มเป็นกองเลยบวกกับองค์พระก็ได้บรรจุเข้าในเรือสามลำแล้วก็แล่นไปในเรือ

แต่ทว่าในระหว่างการเดินทางขนส่งก็เกิดฟ้าฝนเป็นอะไรก็ไม่รู้ได้พัดเรือต่างๆไปทำให้เรือสองลำได้ไปตกอยู่ที่ทางพม่าแต่เรืออีกลำหนึ่งได้ไปตกอยู่ที่เมืองไชยาที่สุราษฎร์ธานีบ้านเราก่อนที่จะไปยังกัมพูชาอีกรอบแต่มีบางตำนานได้กล่าวว่ามีพัดไปตกที่กัมพูชาก็มีและก็ไม่รู้ว่าพัดไปตกไกลขนาดนั้นได้อย่างไง

เมื่อได้พัดมาถึงที่กัมพูชากษัตริย์กัมพูชาได้เห็นว่านี่มันเป็นเรือบรรทุกของพม่านี่มีพระไตรปิฎกเต็มไปหมดเลยเขาคงอยากได้มากก็เอาไปคืนเขาเลยเหมือนจะดูเป็นคนดีส่งของคืนพม่าแต่ทว่าองค์พระที่ติดมาด้วยไม่ขอคืนเอาไว้เป็นพระประจำบ้านเมืองนี่แหละ

ซึ่งเรื่องราวต่อไปนี้ก็จะเป็นว่ามีสงครามได้เกิดขึ้นในหลายๆที่เลยหลังจากนั้นพระแก้วก็ได้ถูกอัญเชิญไปที่ต่างๆเพื่อหลบสงครามตั้งแต่ที่กัมพูชาไปยังลพบุรีได้ยันอยุธยากำแพงเพชรจนกระทั่งมาจบที่เชียงรายและสงครามมันก็ได้มาเกิดขึ้นที่เชียงรายแต่ทีนี้ผู้คนก็ไม่อยากที่จะย้ายพระแก้วไปก็เลยได้ใช้วิธีในการหลบซ้อนปลอมตัวให้กับพระแก้วแทนแล้วกันโดยการนำเอาปูนโบกทับอีกทีเสร็จแล้วก็กลายมาเป็นพระปูนก่อนที่เขาจะเอาพระแก้วที่เป็นร่างปูนเข้าไปซ้อนไว้ด้านในเจดีย์อีกที

นอกจากนี้เรื่องราวมันก็ได้ผ่านไปสงครามมันก็จบลงบ้านเมืองก็สงบสุขแต่ผู้คนก็ลืมไปแล้วว่าองค์พระแก้วได้ซ้อนเอาไว้ด้านในเจดีย์

กระทั่งมาถึงวันหนึ่งที่พระแก้วได้ทำบูรณะใหม่อีกรอบและช่วงนี้เป็นช่วงที่นักประวัติศาสตร์เขาได้ยอมรับถึงการมีตัวตนของพระแก้วอยู่คือช่วงแรกที่เล่ามามันเป็นตำนานทั้งนั้นเลยไม่มีหลักฐานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน

ดังนั้นในการบูรณะใหม่ขององค์พระแก้วในครั้งนี้อยู่เจดีย์ที่ได้ซ้อนพระแก้วมรกตเอาไว้ก็ได้ถูกฟ้าผ่าลงมากลางเจดีย์กระจายปรากฏให้เห็นองค์พระที่อยู่ด้านใน

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยยี่กี lottovip 2ตัว

รด.สยองขวัญที่จังหวัดศรีสะเกษ

เรื่องเล่าใน ค่าย รด. สยองขวัญจังหวัดศรีสะเกษหลังจากที่ได้ขึ้นเรือนนอนด้วยความโหวกเหวกโวยวายกันกว่าจะนอนก็เลยถูกครูฝึกเรียนลงมาจากอาคารทั้งหมดในสภาพชุดครึ่งท่อนกางเกง รด. กับเสื้อตัวในทั้งกลิ้งทั้งคานทั้งตีลังกาเล่นเอาสะเพลียกันไปยกใหญ่เลยหลังจากที่ได้ขึ้นนอนก็จะมีคนเฝ้าเวรในแต่ละจุดแล้วก็มีการเปลี่ยนเวรกันไปเรื่อยๆในแต่ละผัด

ซึ่งจะมีคนมาเปลี่ยนเวรในแต่ละผัดแล้วก็จะต้องรายงานเวรต้องผู้ตรวจด้วยผมวิชาทหารเป็นเวรโรงนอนผัดที่สองตั้งแต่เวลา19.00นาฬิกาถึง21.00นาฬิกาในขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เหตุการปกติดีคับด้วยความเพลียผมก็หลับไปตอนไหนไม่รู้มารู้ตัวอีกทีก็เดินออกมาจากที่ห้องคนเดียวแล้วเดินไปหน้าห้องหยิบเอารองเท้าทั้งสองข้างเดินไปตามทางเดินอาคารชั้นสามแล้วก็เดินสวนกับเพื่อที่พึ่งผัดเวรไปเข้านอน

นอกจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเพื่อนถามว่าไปไหนแต่ว่าผมไม่สามารถตอบได้แล้วก็ยังเดินต่อไปพอสุดทางเดินก็เดินกลับมาวางรองเท้าเอาไว้ที่หน้าห้องแล้วก็กลับไปนอนที่เดิมตอนเช้าเพื่อนก็ถามว่าเมื่อคืนไปไหนถามอะไรก็ไม่ตอบไม่รู้แต่ก็ได้ยินอยู่ว่าถามอะไรมันเหมือนรู้สึกตัวแต่ว่ามันตอบไม่ได้ผมตอบเพื่อนไปแบบงงเหมือนกันแล้วหลังจากคืนนั้นก็ไม่มีอะไร

จากนั้นมันก็ทำให้เราได้เรียนรู้แล้วว่าการเข้ามาค่ายมันทำให้เราได้รู้จักเพื่อนเก่าของพวกเรามากขึ้นแล้วก็ได้เพื่อนใหม่ต่างโรงเรียนเพิ่มขึ้นเช่นกัน

โดยเฉพาะเพื่อนที่อยู่โรงเรียนนี้ที่เป็นเจ้าบ้านและด้วยความที่ว่าเป็นเจ้าบ้านก็เลยมีประวัติของโรงเรียนมาเล่าให้ฟังอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆในโรงเรียนเช่นผู้หญิงชุดไทยที่สนามเปตองห้องดนตรีที่บางวันจะได้ยินเสียงดนตรีเล่นเองบ่อน้ำข้างโรงเรียนที่มีเด็กตกน้ำตายทุกๆปีเป็นต้น

ซึ่งเรื่องเล่าพวกนี้ได้ถูกถ่ายทอดผ่านเจ้าบ้านที่ชื่ออะไรไม่รู้เราจำไม่ได้แต่จำลักษณะได้ว่าเป็นคนตัวสูงตัวผอมแต่หัวใหญ่หน่อยพวกเราเลยเรียกเขาว่าหัวโตซึ่งนั่นแหละมันคือชื่อที่ผมจำได้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ทุกครั้งของการเข้าห้องน้ำห้องส้วมครูฝึกมักจะบอกเอาไว้เสมอว่าให้ไปเป็นคู่ห้ามไปคนเดียวโดยเด็ดขาดเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้มีคนรู้

ซึ่งมันได้เหมือนกับเหตุการณ์นี้เดี่ยวได้เกิดปวดท้องขึ้นมาในเวลาตีสี่ก็เลยเรียกคู่อย่างบอลที่กำลังหลับสบายอยู๋ลงไปเข้าห้องน้ำด้วยกันในขณะที่ลากลงไปบอลก็ยังไปแบบหลับๆตื่นๆพอถึงห้องน้ำเดี่ยวก็รีบเข้าห้องน้ำเลยจากนั้นก็มีเสียงมาหอนมาเรื่อยเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างเคลื่อนผ่านพวกมันเดี่ยวก็เลยวิ่งออกมาก็ไม่เจอบอลแล้วก็เลยวิ่งไปนอน

 

สนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

เรื่องราวของผีกระสือ

ซึ่งเราได้เกิดความสงสัยว่าตามหลักความเชื่อของชาวบ้านเกี่ยวกับกระสือมันเป็นพวกผีในรูปแบบลักษณะไหนกันแน่ปรากฏว่าเราก็ได้ข้อมูลในส่วนนี้มานั่นก็คือ 

โดยส่วนใหญ่แล้วเขาเชื่อกันว่ากระสือมันคือภูตผีวิญญาณชนิดหนึ่งที่ได้มีวิบากกรรมที่หนักมากเพราะในช่วงที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ชอบโกงคนอื่นมีความอยากได้ทรัพย์ของคนอื่นมาเป็นของตัวเองคนเหล่านี้

เมื่อได้เสียชีวิตไปแล้วเขาก็จะมีความชอบกันว่าคนเหล่านั้นก็จะต้องไปชดใช้กรรมในรูปแบบของการไปเกิดเป็นเปรตก่อนในช่วงแรกและหลังจากที่ได้ชดใช้กรรมไปได้ช่วงหนึ่งแล้วถ้าหากหมดเวรหมดกรรมก็จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์แต่ถ้ายังไม่หมดเวรหมดกรรมคนเหล่านั้นก็จะต้องไปชดใช้กรรมต่อในรูปแบบของผีกระสือที่จะต้องมากินของเน่าของเสียนั่นเอง

ซึ่งตรงจุดนี้มันก็ยังได้มีอีกความเชื่อหนึ่งที่เกี่ยวกับกระสือนั่นก็คือจริงๆแล้วกระสือมันคือวิชามนต์ดําของขลังชนิดหนึ่งที่ว่ากันว่าบางคนได้ใช้วิชามนต์ดำของขลังจนมากเกินไปแล้วได้ทำให้วิชาเหล่านั้นได้กลับย้อนเข้ามาหาตัวเองจนทำให้ตัวเองนั้นได้เป็นปีกระสือในที่สุดนั่นเอง

โดยในข้อมูลตรงนี้มันค่อนข้างที่จะน่าสนใจมากเพราะจากที่เราได้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของความเชื่อเรื่องพวกมนต์ไสยมนต์ดำมาปรากฏว่ามันได้มีวิชาของผีกระสืออยู่จริงๆด้วยและตรงนี้มันก็ได้มีประวัติค้นพบเจอที่กี่ยวกับผีกระสืออยู่เยอะมากมาย

นอกจากนี้จากหลักฐานที่เราได้ทำการรวบรวมมาหลักๆมันจะมีอยู่สองหลักฐานด้วยกันนั่นก็คือเรื่องของหลักฐานในรูปแบบของการบอกเล่ากับหลักฐานได้รูปแบบของภาพหรือวีดีโอนั่นเอง

โดยตรงจุดนี้เราขอแยกเป็นสองอย่างก่อนถ้าหากว่ามันเป็นหลักฐานในรูปแบบของเรื่องเล่าจะสามารถหาอ่านหรือสอบถามกับคนที่อยู่ต่างจังหวัดได้แล้วเราก็ได้ไปหาอ่านจากคนที่เราได้แชร์ประสบการณ์ว่าแต่ละคนนั้นได้ไปเจอในรูปแบบไหนมาบ้างฃ

ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่จะเจอมาในรูปแบบลักษณะคล้ายและใกล้เคียงกันหมดเลยในตอนแรกเราได้คิดในใจว่าเรื่องนี้มันอาจจะเป็นเรื่องที่ได้ทำการแต่งขึ้นมาก็เป็นได้แต่เราได้นึกขึ้นมาได้ว่าเพื่อนเราที่เคยอยู่ต่างจังหวัดและเคยเป็นคนที่เจอผีกระสือมาก่อน

จากนั้นเราก็เลยไปสอบถามกับเพื่อนคนนี้ว่าจริงๆแล้วเขานั้นได้ไปพบเจอผีกระสือมาจริงๆหรือไม่เพื่อนเราคนนี้เขาได้ยืนยันกับตัวเองเลยว่าเขาได้เจอผีกระสือมาจริงๆ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรีได้เงินจริง

ตำนานตั๋งโต๊ะกับลิโป้

สำหรับ ลิโป้ ตอนเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่โด่งเด่นเป็นอย่างยิ่งเลยก็ตอนที่ ลิโป้ นั้นได้เข้ามาทำงานกับ เต๊งหงวน ที่เป็นเจ้าเมืองของ เต็งจิ๋ว คือต้องบอกแบบนี้ว่า เต๊งหงวน รัก ลิโป้ มากแล้วก็เป็นพ่อบุญธรรมของ ลิโป้ด้วยแต่ว่าเมืองที่ เต๊งหงวน อยู่ชื่อเมืองเต็งจิ๋งเป็นเมืองเล็กๆไม่ใหญ่มากแล้วก็ไม่ได้มีบทบาทอะไรมากมาย

ซึ่งก็ทำให้ ลิโป้ ที่เป็นลูกน้องแล้วก็ลูกบุญธรรมของเจ้าเมืองก็ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักกันมากนักแต่ว่าชื่อเสียงของ ลิโป้ เป็นที่รู้จักกันมากก็ตอนที่ ลิโป้ นั้นทำหน้าที่พิทักษ์รักษา เต็งหงวน จากการที่ ตั๋งโต๊ะ จะพยายามเข้าไปทำร้าย เต็งหงวน คราวเมื่อ เต๊งหงวนได้ไปขัดขวางในการกระทำครั้งใหญ่ของ ตั๋งโต๊ะ ที่จะทำการปลด จักรพรรดิ ฮั่นเซ่าตี้ ออกจากการเป็นฮ่องเต้

นอกจากนี้ ตั๋งโต๊ะ ก็ได้มีความประสงค์ที่จะตั้ง ตันลิวอ๋อง หองจูเหียบ ที่เป็นพระอนุชาของอค์จักรพรรดิฮั่นเซ่าตี้ให้ได้ขึ้นมาครองราชย์แทนและด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการประกาศศักดาให้มองเห็นว่าใครเป็นคนที่ใหญ่จริงใครเป็นคนที่มีอำนาจถึงขนาดที่เรียกได้ว่าปลดฮ่องเต้เลยก็ว่าได้

แต่อย่างไรก็ตามหลังจาก ตั๋งโต๊ะ ผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดินก็มองเห็นว่าในการประสงค์ที่จะตั้งฮ่องเต้ด้วยตนเองมีเพียง ลิโป้ ที่เป็นลูกบุญธรรมของเต๊งงวนเท่านั้นที่จะเป็นคนที่ขัดขวางตัวเองจากเป้าหมายที่ตัวเองได้วางเอาไว้ได้

ดังนั้น ตั๋งโต๊ะ จึงได้ทำการวางแผนกับบรรดาที่ปรึกษาแล้วก็ทหารฝ่ายของตัวเองว่าจะทำยังไงดีที่จะกำจัดลิโป้ให้พ้นทางให้จงได้เพราะว่าลิโป้แข็งแกร่งมากจริงๆแล้วถือได้ว่าเป็นเครื่องกีดขวางสำคัญต่อการก้าวต่อไปในชีวิตของ ตั๋งโต๊ะในการเจริญก้าวหน้าแล้วก็ในชีวิตการทำงาน

เนื่องจากนี้ตั๋งโต๊ะก็ได้ทำการส่ง ลิซก ที่เป็นคนบ้านเดียวกันกับ ลิโป้ ให้เข้าไปทำการเจรจา ลิโป้ รวมถึงมีการติดสินบน ลิโป้ และ ม้าเซ็กเธาว์ก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสินบนที่ ตั๋งโต๊ะ ได้ฝากให้ ลิซก ไปเจรจาด้วย

นอกจากนี้การที่ ลิซก ไปเจรจาเพื่อที่จะให้ ลิโป้ นั้นย้ายพวกย้ายข้างก็ถือว่าเป็นการสกัดไม่ให้ ลิโป้ นั้นเข้ามาช่วยเหลือ เต๊งหงวน อีกต่างหากแล้วแถม ลิโป้ จะย้ายข้างก็เพิ่มความแข็งแกร่งทำให้งานของ ตั๋งโต๊ะ มีความง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย 

สิ่งที่กุนซืออย่าง ลิยู รวมถึงทหารอย่าง ลิซก ได้ให้คำปรึกษาก็เรียกได้ว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวแล้วก็ได้นกถึงสองตัวกันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  betbb

ยุคเรอเนซองส์ถูกคิดขึ้นมาโดยนักประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส

ซึ่งเรื่องราวของเรอเนซองส์โดยไม่พูดถึงยุคกลางก็คงไม่ได้เช่นเดียวกันกับที่เราจะไม่ไม่มีวันเข้าใจความหมายกว้างๆของเรอเนซองส์ 

โดยที่ไม่ได้พูดถึงยุคคลาสสิคที่ฝรั่งเรียกว่าClassical Antiquityหรือยุคกรีกโรมันนั่นเองเอาแบบให้ได้เห็นภาพเร็วกันก่อนคือ “กรีกโรมัน ยุคกลาง  เรอเนซองส์ “ คำว่าเรอเนซองส์ เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่าการเกิดใหม่ ยุคเรอเนซองส์ก็เหมือนยุคแห่งการเกิดใหม่นั่นเองคนที่เราได้เรียกว่ายุคเรอเนซองส์นั้นเค้าไม่รู้ว่าเขาอยู่ในยุคเรอเนซองส์

เพราะว่าการตั้งชื่อยุค หรือ การสร้าง timelineของประวัติศาสตร์นี่ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ตีความและให้ชื่อกันในภายหลังทั้งนั้น

คำว่ายุคเรอเนซองส์นี่ก็เช่นกันเป็นคำที่ถูกคิดขึ้นมาโดยนักประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสเมื่อปี1858หรือราวๆ400กว่าปีให้หลังในภาษาไทยเราแปลคำว่ายุคเรเนซองส์ว่ายุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการหรือว่าถ้าแปลตรงๆจากฝรั่งก็คือยุคเกิดใหม่ทางศิลปะวิทยาการเกิดใหม่จากอะไรก็คือเกิดจากยุคกลางที่เขาได้ถือกันว่าเป็นยุคถดถอยทางความรู้ เป็นยุคมือ เป็นยุคล้าหลัง อะไรทำนองนี้  

การเกิดใหม่นั้นคือการกลับไปตามหาความรุ่งเรืองทางสติปัญญาและองค์ความรู้ที่มนุษย์เคยมีในยุคกรีกโรมันนั่นถ้าให้เห็นภาพคือ ยุคกรีกโคมัมน รุ่งเรืองมากเสร็จแล้วก็ได้เข้าสู่ยุคกลางหรือยุคมืดจากนั้นผ่านยุคมืดไปจนได้จากนั้นก็ได้เข้าสู่ในยุคของเรอเนซองส์อันอลังการงานสร้างนี่แหละ

ซึ่งจริงๆแล้วในการแบ่งก็ไม่ค่อยจะแฟร์กับยุคกลางซักเท่าไหร่เพราะว่ายุคกลางที่เค้าเรียกกว่า The Middle Ages คือกินเวลาเป็นพันปีคือปีสี่ร้อยปลายๆจนถึงพันสี่ร้อยในเวลาพันปีนี่จะบอกว่าห่วยตลอดทั้งพันปีก็เป็นไปได้ยากใช่ไหมและทั้งหมดนี่จะต้องย้ำว่าคือประวัติศาสตร์ยุโรปเราต้องไม่ลืมว่ายุโรปก็เป็นเพียงส่วนเดียวของโลกนี้

ส่วนอื่นๆของโลกก็ไม่ได้อยู่ในยุคกลางหรือว่ายุคมืดเขาก็ได้มีประวัติศาสตร์กันไปดลกของอิสลามในช่วงยุคกลางในยุโรปนั้นได้มีความเจริญรุ่งเรืองมากความรู้ด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ล้ำหน้ากว่ายุโรปไปหลายขุมมากเลยในทางอายธรรมความเป็นอยู่ในโลกของอิสลามต้องเรียกว่าแอดวานซ์มากมากกว่ายุโรปกับฟ้าเหว

ซึ่งในขณะที่เมืองในยุโรปยังใช้แม่น้ำเป็นส้วมกันอยู่หลายเมืองงในโลกอิสลามมีน้ำประปาและก็ไฟถนนมีแม้กระทั่งบิวตี้ซาลอนและก็มีน้ำยาดับกลิ่นปากกลิ่นเต่าอะไรแบบนี้เรียกได้ว่าความเป็นอยู่ในยุโรปเขาอยู่กันไปได้อย่างไง