ผู้เขียน: admin

ศิลปินเหนือโลก

สำหรับศิลปินนั้นทุกคนสามารถที่จะเป็นศิลปินได้ แต่สิ่งที่ทำให้คนๆหนึ่งนั้นสามารถเป็นศิลปินได้เต็มตัวนั้นไม่ใช่เพียงมีฝีมือ ทักษะ จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องการวาดรูปเท่านั้น เพราะศิลปะเป็นสิ่งที่มีหลายประเภทและแต่ละประเภทนั้นก็มีคววามยากง่ายตามความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป

แน่นอนว่าทักษะความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นแต่สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถสร้างขึ้นมาได้หรือเรียนรู้ได้ แต่สิ่งที่จะทำให้คนๆหนึ่งนั้นสามารถเป็นศิลปินได้อย่างเต็มตัวก็คือในเรื่องของจิตวิญญาณ การเป็นศิลปินจิตวิญญาณคือสิ่งสำคัญที่สุดเพราะมันจะเป็นสิ่งที่ทำให้ศิลปินคนนั้นสามารถที่จะสร้างสรรค์และจินตนาการสิ่งต่างๆได้อย่างไม่สิ้นสุด

                         

สำหรับศิลปินในระดับโลกที่เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงนั้นก็จะต้องมีจิตวิญญาณในการเป็นศิลปินอย่างเต็มเปี่ยมนั่นเองและสำหรับศิลปินของไทยนั้นก็มีอยู่หนึ่งคนที่มีจิตวิญญาณอย่างเต็มเปี่ยมและได้ชื่อว่าเป็น ศิลปินเหนือโลกเขานั้นถูกยกย่องจากผู้คนทั้งในด้านศิลปะและในด้านอื่นๆมากมาย เขานั้นมีชื่อว่าถวัลย์ ดัชนี หากพูดถึงศิลปินในวงการศิลปะไทยแล้วนั้นเชื่อว่าทุกคนจะต้องคุ้นชื่อและรู้จักเขาเป็นอย่างดีแน่นอนเพราะเขานั้นได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะมากมายทั้งศิลปะชิ้นเล็กชิ้นใหญ่เขานั้นก็ผ่านการวร้างสรรค์มาทั้งหมดแล้ว       

ไม่เพียงเท่านั้นยังได้ฝากผลงานศิลปะตะวันออกและความเป็นจิตวิญญาณที่เขานั้นมีไว้ทั่วทุกมุมมโลกด้วย อย่างที่เราทราบกันดีว่าศิลปะไทยนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ต่างชาตินั้นยอมรับและชื่นชมอย่างมากแต่ถ้าหากศิลปินเหล่านี้ไม่นำไปเผยแพร่ต่างชาตินั้นก็จะไม่ได้รู้ว่าคนไทยนั้นมีฝีมือและสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่ต่างชาตินั้นคิด ซึ่งผลงานของถวัลย์ ดัชนีนั้นสามารถสร้างเงินได้จำนวนมากมายและผลงานที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เขานั้นมีชื่อเสียงและเป็นที่จดจำเลยนั้นก็มีมูลค่ามากถึง60ล้านบาท

กว่าที่เขานั้นจะมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเขานั้นก็ผ่านอะไรต่างๆมามากมาย เขานั้นเรียนรู้และชื่นชอบความเป็นศิลปะอย่างบมากตั้งแต่เด็กเขาพยายามเพื่อจะเรียนรู้ทั้งในสิ่งที่ครูบาอาจารย์นั้นสอนและสิ่งที่ทำให้เขาสามารถเป็นศิลปินที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินเหนือโลกได้นั้นก็เพราะว่าสิ่งที่เขานั้นศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้ด้วยตัวเอง

ทำให้เขานั้นสามารถเปิดโลกกว้างและพาตัวเองนั้นไปยังจุดอื่นๆที่มากกว่าการเรียนการสอนได้นั่นเองหรือจะเรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่เขานั้นไม่สามารถหาได้จากห้องเรียนนั่นเอง เขานั้นมักจะใช้ทั้งประสบการณื ความรู้สึก จินตนาการและจิตวิญญาณในการสร้างสรรค์ผลงานอยู่เสมอและผลงานของเขานั้นก็จะเป็นไปตามแบบที่เขาต้องการนั่นเองเหมือนว่าคิดสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้นก็ว่าได้ ไม่แปลกเลยที่เขานั้นจะถูกยกย่องให้เป็นศิลปินเหนือโลก

 

 

สนับสนุนโดย    alpha88

ประทีป คชบัว

ศิลปินมากความสามารถและเป็นผู้มีชื่อเสียงในด้านวงการศิลปะเซอร์เรียลลิสต์ แฟนตาซีของไทย ในวงการศิลปะของไทยนั้นศิลปะแนวนี้ถือว่าไม่ได้เป็นศิลปะที่มีการแพร่หลายมากนัก ดังนั้นแล้วประทีป คชบัวจึงมีความตั้งใจว่าจะทำให้ศิลปะประเภทนี้นั้นเป็นที่รู้จักมากขึ้นและเป็นศิลปะที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสะท้อนชีวิตแลพสังคมในปัจจุบันเพื่อให้ศิลปะประเภทนี้นั้น

สามารถพัฒนาผลงานไปได้อีกไกลและเป็นศิลปะที่คนไทยนั้นจะได้รู้จักและเข้าใจมากขึ้น ศิลปะแบบเซอร์เรียลคือศิลปะที่นำสิ่งต่างๆในชีวิตหรือสังคมมาสร้างสรรค์ในรูปแบบที่สวยงามและเป็นผลงานที่แฝงไปด้วยการสะท้อนสังคมในเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมไทยหรือสังคมโลกเป็นต้น

ประทีป คชบัว เขาใช้ระยะเวลาหลายปีในการสร้างสรรค์ผลงานและเก็บรวบรวมผลงานทั้งของตัวเขาเองและของเพื่อนๆศิลปินในรุ่นเดียวกันมากมาย เพื่อจัดแสดงในงานแสดงศิลปะของเขาโดยส่วนใหญ่แล้วนั้นเขามักจะมีการจัดงานแสดงศิลปะอยู่บ่อยครั้งในการแสดงก็จะเป็นการแสดงทั้งผลงานของเขาและเขายังมีการแบ่งพื้นที่ในการแสดงศิลปะในกับศิลปินอื่นๆที่สร้างสรรค์ผลงานสิลปะในแนวเดียวกันร่วมจัดแสดงด้วย เพื่อเป็นการสนับสนุนศิลปะประเภทเดียวกันให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นและสามารถให้ผู้ที่สนใจนั้นเข้าชมและได้เรียนรู้ได้รับชมและเข้าถึงงานศิลปะประเภทนี้มากยิ่งขึ้น

ด้วยความศิลปะแบบเซอร์เรียล การสร้างสรรค์โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นการสร้างสรรค์ที่เหนือความจริงแต่สิ่งที่เขาต้องการสื่อสารออกมานั้นจะเป็นสิ่งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป้นจริงและเป็นสิ่งที่มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในสังคมและสิ่งที่หน้าสนใจในงานศิลปะของเขานั้นอีกหนึ่งสิ่งก็คือการสร้างสรรค์ชื่อผลงานของเขา เขามักจะใช้ชื่อผลงานเป็นภาษาไทยและมีการใช้คำที่แปลกและแตกต่าง

แต่ก็ยังเป็นคำที่เมื่อผู้อ่านเห็นก็สามารถที่จะเข้าใจในความหมายของคำนั้นได้ ไม่ได้มีการดัดแปลงคำจนไม่สามารถตีความหมายได้ โดยผลงานที่สร้างสรรค์นั้นก็จะมีชื่อที่สอดคล้องกับผลงานด้วยนั่นเอง ผลงานส่วนใหญ่เป็นผลงานที่มีดารสร้างสรรค์โดยใช้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามาร่วมในการสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ เพื่อให้ผลงานนั้นออกมาและสามารถสื่อความหมายอารมณ์และความต้องการสื่อสารถึงผู้รับหรือผู้ชมได้

ศิลปะแนวเซอร์เรียลนั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมในไทยมากนัดเนื่องจากการสร้างสรรค์จะเป็นไปในแนวลักษณะที่จัดจ้านด้วยอารมณ์และเป็นศิลปะที่ลึกซึ้งและมักจะต้องตีความและนี่ก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งทิ่ลปะแนวนี้นั้นไม่ได้เป็นที่นิยมและแพร่หลายในไทยเท่าไหร่นัก แต่ก็ต้องบอกเลยว่าความน่าสนใจของผลงานเหนือจริงนั้นถือว่าเป็นสิ่งมที่สร้างประโยชน์ให้กับผู้ชมเพราะเป็นศิลปะที่ทำให้ผู้ชมนั้นได้ร่วมคิดและตีความ ทำให้ผู้ชมนั้นอินไปกับงานศิลปะแนวนี้มากขึ้น

 

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

ประวัติศาสตร์ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

สำหรับที่เยอรมันในยุคกลางเค้าก็ได้มีการทำเค้กขึ้นมาเพื่อที่จะฉลองให้กับเด็กจริงๆตอนแรกมันก็เป็นแค่การฉลองกันในงานวันเด็กพวกเขาก็จะทำขนมปังขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้วก็จะมีแบบลูกอมโรยด้านบนเพื่อที่จะแจกให้กับเด็กๆทั้งหลายก่อนที่ตอนหลังๆขนมปังก็จะได้ถูกแต่งเพิ่มเติมความหวานขึ้นมีครีมมีอะไรเยอะไปหมดจนมันได้กลายมาเป็นเค้กอย่างที่เรานั้นได้เห็นกันในปัจจุบัน

ซึ่งจากการที่ฉลองแค่วันเด็กก็เริ่มมีการฉลองเป็นรายบุคคลมากขึ้นโดยจะเริ่มต้นมาจากคนชั้นสูงเท่านั้นเพราะว่าราคาวัตถุดิบของเค้กสมัยก่อนนั้นมันจะแพงมากจะทำเค้กก้อนหนึ่งทีเงินเดือนหมดไปทั้งกระเป๋าเลยทีเดียวจนกระทั่งต่อมาจนมาถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เราสามารถผลิตเค้กได้ในราคาถูก

โดยเด็กๆทุกคนนั้นก็ได้เริ่มเอ็นจอยกับเจ้าเค้กวันเกิดนี้ซึ่งจะมีการเป่าเทียนแล้วก็ร้องเพลงกันแล้วรู้หรือไม่ว่าเจ้าเพลงวันเกิดมันมีต้นกำเนิดมาจากไหนจริงๆแล้วตัวเพลงเองมันเป็นยุคแรกๆเลยกล่าวคือในปี1893มีคุณครูอยู่สองท่านและทั้งสองท่านนี้เธอได้เป็นพี่น้องกันและได้แต่งเพลงหนึ่งขึ้นมามีgood morninเป็นเพลงที่ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรเกี่ยวกับวันเกิดเลยเป็นเพลงที่ครูทั้งสองแต่งขึ้นมาร้องก่อนที่จะเริ่มเรียนกันเทานั้นเอง

นอกจากนี้ในทำนองของเพลงนี้ก็จะเป็นทำนองเหมือนกับเพลงแฮปปีเบิร์ดเดย์เลยหลังจากนั้นทำนองมันก็ได้ไปถูกใจวัยโจ๋คนหนึ่งขึ้นมาผู้ชายคนนี้เขาก็เลยได้นำเอาจังหวะของเพลงนี้ไปผสมให้มันเข้ากับเพลงแฮปปีเบิร์ดเดย์จนทำให้มันกลายมาเป็นเพลงแฮปปีเบิร์ดเดย์ให้เราได้ร้องกันไปทั่วโลกนี่แหละ

ดังนั้นหลายๆประเทศก็นำทำนองนี้ไปทำเพื่อให้เข้ากับว่าเป็นภาษาของตัวเองเวลาเราไปแต่ละทีเขาก็จะมีเพลงแฮปปีเบิร์ดเดย์ในภาษเขาแต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ว่าทำไมประเทศไทยถึงไม่ว่าเพลงในภาษาไทย

ซึ่งที่น่ารู้อีกอย่างของเพลงแฮปปีเบิร์ดเดย์ก็คือเราไม่สามารถนำเอามาใช้ได้อย่างซี้ซั้วถามนำมาร้องอวยพรกันแบบนี้ได้แต่ทว่าจะนำเอาไปใส่สื่ออะไรคือห้ามเพราะว่าเขาจะต้องขออนุญาตก่อนมันเป็นเพลงที่ถูกจดลิขสิทธิ์เอาไว้เคยมีการฟ้องร้องกันด้วยก็เป็นที่น่าเหลืองเชื่อว่าเพลงที่เคยแต่งมาเมื่อราวๆ100กว่าปีที่แล้วยังทำรายได้ยังปัจจุบันนี้

เพราะนั้นแล้วสำหรับเพลงนี้มันทำรายได้ให้กับครองบครัวของสองพี่น้องนี้ถึงปีละ2ล้านเหรียญสสหรัฐเลยทีเดียว 

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ ถูกกฎหมาย

ภาพวาดโบราณในถ้ำหิน

นอกจากนี้ว่ากันว่านี้คือสถานที่ที่มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนมาก่อนถ้ามีคนรู้จักการก่อสร้างต่างๆก็จะมีความเป็นไปได้ที่มนุษย์ต่างดาวอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างสถานที่แปลกๆเหล่านี้ขึ้นมาเพราะว่ามันยังมีอีกหลายข้อที่ยังเป็นข้อสงสัยว่าและมนุษย์สร้างขึ้นมาได้อย่างไงทั้งๆที่สมัยก่อนวิวัฒนาการต่างๆก็ยังไม่ได้ก้าวหน้าไปถึงขนาดนี้

โดยภาพวาดภาพแรกนั้นก็คือภาพวาดโบราณในถ้ำหินศิลปะโบราณอายุราวๆพันปีมันก็คือสิ่งที่มนุษย์สร้างมันขึ้นมาในสมัยก่อนถามว่าภาพเขียนในลักษณะนี้มนุษย์เราจิตนาการจากอะไรจึงทำให้ใครหลายคนนั้นได้สงสัยว่าทำไมเขาถึงได้วาดภาพเหล่านี้

ซึ่งนักวิชาการเชื่อกันว่าในสมัยก่อนมนุษย์โบราณอาจจะมีการติดต่อกับเทพเจ้าหรือผู้ที่มาจากฟ้านั่นก็คือมนุษย์ต่างดาวนั่นเองอาจจะมีการติดต่อสื่อสานกันมาก่อนและไม่น่าเชื่อว่าภาพแปลกๆเหล่านี้ได้มีให้เห็นตามฝาผนังเกือบจนทั่วทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้ทั้งภาพเขียนมนุษย์ทั้งภาพเขียนจานบินมนุษย์ต่างดาวต่างๆไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาวที่ทะเลทรายซาฮาร่าที่มีอายุราวๆเกือบ6พันปีเลยที่เดียวไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นฝีมือจากมนุษย์ที่ได้สร้างขึ้นมาจากจิตนาการ

นอกจากนี้ภาพวาดฝาผนังที่เมืองคิมเบอร์ลี่อายุราวๆเกือบ5พันปีถ้าสังเกตลักษณะให้ดีๆมันเหมือนกับภาพเอเลี่ยนที่อยู่รวมกันหลายๆตัวเลยทั้งรูปลักษณ์และลักษณะท่าทางของพวกเขามันได้ตรงกับสิ่งที่มนุษย์นั้นได้เชื่อกันว่าเอเลี่ยนจะต้องน่าตาแบบนี้แต่อยากจะถามว่าคนในสมัยก่อนเขาจะรู้กันได้อย่างไรว่าเอเลี่ยนมันจะต้องมีน่าตาแบบนี้ถ้าพวกเขานั้นไม่เคยพบเจอกับพวกมันมาก่อน

เนื่องจากนี้ยังมีอีกสถานที่หนึ่งทุ่งหญ้าคอบโซโค้ววงกลมประหลาดที่เกิดกลางทุ่งนาของชาวบ้านเป็นวงกลมประหลาดที่ถูกพบอยู่หลายแห่งในยุโรปถูกพบครั้งแรกเมื่อในปี1678ที่ประเทศอังกฤษ 

โดยวงกลมประหลาดเหล่านี้ได้เกิดขึ้นมาจากต้นพืชที่ล่มโดยที่ไม่ทราบถึงสาเหตุเลยว่ามันล่มได้อย่างไรและทำไมมันถึงล่มเป็นรูปร่างที่มีลักษณะเป็นรูปแปลกประหลาดตามรายงานก็ได้พบว่าได้มีการพบคอบโซโค้วมากกว่าหนึ่งพันครั้งมักจะเป็นรูปทรงวงกลมและวงรีขนาดและรูปทรงของคอบโซโค้วก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามวิวัฒนาการเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น

ซึ่งมันอาจจะมีรูปวงกลมซ้อนบางที่ก็พบว่ามีเส้นตรงและมีวงกลมแซรกอยู่ตามเส้นในช่วงแรกนั้นก็มีสื่ออยู๋หลายสื่อได้รายงานว่าเป็นฝีมืดของคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามจะสร้างความปั่นป่วนเหล่านี้แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่มีใครที่จะพิสูจน์ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือว่ามันเป็นสิ่งที่มนุษย์นั้นได้สร้างขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

ราชวงศ์หยวนล่มสลายด้วยเหตุใด

นอกจากนี้หลังจากที่ กุบไลข่าน สามารถที่จะโค่นล้มอำนาจของผู้ที่ปกครองดินแดนอาจักรจีนในขณะนั้นรวมถึงราราชวงศ์ซ่งลงได้ชาวจีนชาวฮั่นก็ตกลงในอำนาจของพวกมองโกจนกระทั่ง กุบไลข่าน ก็ได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ กุบไลข่าน  หรือว่าจักรพรรดิหยวนซื่อจู่ฮูปี้เลี่ย

ซึ่งได้ทรงสถาปนาราชวงศ์ต้าหยวนขึ้นมาโดยราชวงศ์ต้าหยวนก็ได้สืบต่อจากราชวงศ์จินแล้วก็ทำการสถาปนาเมืองหลวงขึ้นมาใหม่และเมืองหลวงแห่งนี้ได้อยู่ที่เมืองต้าตูหรือที่ในเมืองปัจจุบันนี้ก็คือเมืองปักกิ่งนั้นเอง

เมื่อจักรพรรดิกุบไลข่านหรือว่าจักรพรรดิหยวนซื่อจูได้ทรงขึ้นครองราชย์ขึ้นแล้วพระองค์เองก็ได้มีความตระหนักแล้วว่าจะใช้ไม้แข็งอย่างเดียวกับชาวจีนชาวฮั่นก็จะไม่ได้เพราะว่าได้มีการต่อต้านอยู่เป็นเนืองๆและเรียกได้ว่าเสถียรภาพในการปกครองชาวจีนของพระองค์

ซึ่งเป็นชนเผ่าที่ไม่ใช่ชาวจีนแต่ว่ามาปกครองชาวจีนและก็มีการต่อต้านอย่างมากมายมหาศาลกันเลยทีเดียวดังนั้นพระองค์ได้ทรงดำเนินนโยบายในลักษณะที่เป็นมิตรกับประชาชนรวมไปถึงพระองค์ก็ทรงมีความตั้งใจที่จะเป็นจักรพรรดิที่ดีเป็นผู้ปกครองดินแดนที่ดี

โดยพระองค์ได้ปกครองดินแดนของชาวจีนได้อย่างสุขุมและด้วยความรอบคอบยิ่งนักเหตุผลก็คือพระองค์ไม่อย่างจะให้ชาวจีนนั้นมองชาวมองโกในความโหดร้ายแล้วก็เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพเพราะว่าจริงๆแล้วเราขออธิบายให้คุณได้อ่านสักนิดหนึ่งก่อนในขณะนั้นชาวจีนก็มองมองโกว่าเป็นชนเผ่าที่มีความโหดเฮี้ยมเอามากๆเลย

ซึ่งถ้าจะให้เราพูดกันตามตรงแล้วชาวมองโกนี่แหละไปที่ไหนก็ทำการปราบอย่างไม่เหลือก็เรียกได้ว่าความโหดร้ายของชาวมองโกนั้นสูงมากเลยที่เดียวในความทรงจำของชาวจีนในขณะนั้น

ดังนั้นจักรพรรดิหยวนซื่อจู่หรือว่าจักรพรรดิกุบไลข่านก็มีความพยายามในการที่จะเปลี่ยนภาพจำของชาวจีนให้มองชาวมองโกลดน้อยลงทำให้รู้สึกว่าเป็นมิตรมากยิ่งขึ้นกับชาวจีนที่อยู่ภายใต้การปกครอง

นอกจากนี้มันก็เป็นที่น่าสนใจดีเพราะว่าในรัชสมัยของจักรพรรดิกุบไลข่านหรือว่าจักรพรรดิหยวนซื่อจู่ความเจริญรุ่นเรืองของอาณาจักรจีนในขณะนั้นเรียกได้ว่าสูงมากเลยทีเดียวบ้านเมืองมีเสถียรภาพมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นแล้วก็มีการเดินทางของมาโคโปโล

เรียกได้ว่ามีเรื่องราวที่น่าสนใจเกิดขึ้นในราชวงศ์หยวนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยของจักรพรรดิกุบไลข่านอย่างไรก็ตามเมื่อจักรพรรดิกุบไลข่านได้เสด็จสวรรคตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วราชวงศ์หยวนเองก็ค่อยๆเสื่อมถอยลงตามลำดับเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  letou ฟรีเครดิต

ประวัติศาสตร์รูปภาพทังก้า

สำหรับทังก้าในภาษาไทยเรียกว่าภาพพระปลดมันเป็นศิลปะอย่างหนึ่งในศาสนาพุทธชั้นสูงที่พุทธศาสนิกชนสายวัชรยานคือกลุ่มคนที่อยู่ทางแทบหลังคาโลกเช่นทิเบตเนปาลภูฏานอะไรแทบนั้นแหละเขาได้นับถือกันมันจะเป็นลักษณะภาพวาดหรือว่าภาพปักหรือที่เขาได้ทำบนฝ้ายหรือผ้าไหม

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเขาจะเขียนเป็นภาพของพระพุทธเจ้าพระโพธิสัตว์แล้วก็เรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธประวัตที่หลากหลายไม่ก็จะเป็นภาพจักรวาลตามความเชื่อของพระพุทธศาสนาในนิกายนั้นเอาง่ายๆเลยเขานั้นได้ทำขึ้นเพื่อเทิดทูนพระพุทธเจ้านี่แหละถ้าจะเปรียบกับบ้านเราก็น่าจะเปรียบได้เหมือนกับพระพุทธรูปหรือว่าจิตกรรมฝาผนังนั่นเอง

นอกจากนี้ทังก้านั้นมันจะเป็นสิ่งที่ทำมาจากผ้าดูผืนแบนๆแต่ว่ามันก็มีวิธีการทำที่ซับซ้อนไม่แพ้พระพุทธรูปเลยทีเดียวยิ่งเป็นภาพทังก้าในแบบฉบับโบราณแล้วมันยากขนาดไหน

โดยวิธีการทำทังก้าในแบบฉบับโบราณดั่งเดิมจะมีความเว่อวังอลังการมากตั้งแต่วัตถุอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสีที่พวกเขานั้นใช้มันจะเป็นสีที่มาจากธรรมชาติที่ได้สกัดมาจากแร่ธาตุต่างๆที่จะต้องไปงมหาแถวเทือกเขาเสร็จแล้วยังไม่พอจะต้องไปหายางไม้ชนิดดีเพื่อเอามาบดผสมกับสีชนิดนี้

ส่วนสีทองที่เราเห็นอยู่บนผ้าผืนนี้มันคือทองคำทองและน้ำที่ได้เอามาผสมสีมันไม่ใช่น้ำธรรมดาปะปาจะต้องเป็นน้ำแร่จากธรรมชาตเท่านั้นและอุปกรณ์ที่เขาจะใช้ในการเขียนได้ทำมาจากเขาจามรีที่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ได้อศัยอยู่ในเทือกเขาแทบนั้นแต่ในปัจจุบันนี้เขาใช้พู่กันเขียนกันแล้ว

ซึ่งภาพเขียนที่ได้นั้นจะมีความปราณีตมากสีที่นำเอามาเขียนมันก็จะมีความชัดเจนคมชัดว่ากันว่ามันจะสดใสยาวนานนับร้อยปีเลยทีเดียวจากขั้นตอนการรวบรวมไปจนถึงการผลิตเราคงจะนึกออกแล้วว่ามันจะกินเวลานานขนาดไหน

ดังนั้นทังก้าจึงได้เป็นมากกว่าภาพที่ธรรมดาเท่านั้นเวลาวาดภาพทังก้าชาวพุทธในแทบนั้นก็จะมีความเชื่อเหมือนกับบ้านเราเลยที่เชื่อในการสร้างพระพุทธรูปคือผู้ที่ร่วมสร้างก็จะได้รับบุญกุศลเช่นกันแต่มันก็น่าเสียดายที่ทังก้าโบราณต่างๆเรามีขอมูลประวัติความเป็นมาน้อยมาก

เนื่องด้วยตามธรรมเนียมการปฏิบัติของศาสนาพุทธในเทือกแถวนั้นในเวลาที่เขานั้นสร้างอะไรไว้อย่างเรียบร้อยแล้วเขาจะไม่จารึกเอาไว้ว่าใครเป็นคนสร้างใครเป็นคนบริจากให้แต่มันจะมีข้อเสียมันไม่ดีต่อทางโบราณคดีก็คือมันยากกว่าที่จะไปทำการหาสืบค้นหาประวัติต่างๆได้ยาก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

เรื่องราวเกี่ยวกับปอบ

ในยุคสมัยนี้ไม่เชื่อว่าคนเรายังมีความหลงเชื่อเกี่ยวกับเรื่องผีปอบหิวมากโดยเฉพาะหมู่บ้านในแถบจังหวัดภาคอีสานด้วยแล้วมักจะมีข่าวลือออกมาอยู่บ่อยๆเกี่ยวกับเรื่องผีปอบหรือแม้แต่ผีกระหังหรือเกี่ยวกับเรื่องของผีแม่ม่ายที่เรามักจะเห็นว่าชาวบ้านมักจะนำเสื้อสีแดงมาแขวนไว้หน้าบ้านเธอไม่ต้องการให้ผีแม่ม่ายมาเอาชีวิตคนในบ้านซึ่งภายในเป็นสมัยอดีตยังพอเชื่อได้ว่านั่นคือความเชื่อเนื่องจากว่าคนไม่ค่อยมีความรู้มากนักแต่ในสมัยนี้ในปีพุทธศักราช 2563

ในปีที่มนุษย์ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์มาแล้วหลายครั้งในปีที่อะไรๆก็ใช้อินเตอร์เน็ตในการสื่อสารกันทั่วโลกกับพบว่ากลุ่มคนในแถบภาคอีสานก็ยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของผีปอบผีกระหังอยู่เหมือนเดิมซึ่งบางครั้งความเชื่อเหล่านั้นสร้างความเดือดร้อนให้กับคนที่ถูกใส่ความว่าเป็นผีปอบได้เช่นเดียวกันโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดชัยภูมิเมื่อมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้มีการแชร์ภาพเกี่ยวกับคลิปที่ถ่ายเห็นลูกไฟมีลักษณะของสีแดงสีเขียวลอยอยู่บนท้องฟ้า

และกระพริบไปมาซึ่งหลายคนบอกว่านั่นคือรูปไฟของผีปอบผีกระหังโดยเมื่อทางนักข่าวได้ไปลงสัมภาษณ์กับชาวบ้านที่เห็นรูปไฟดังกล่าวก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าลูกไฟดังกล่าวนั้นมักจะวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านแถวบริเวณป่าท้ายหมู่บ้านซึ่งชาวบ้านทุกคนเชื่อกันว่านั่นคือลูกไฟของผีปอบเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้มีชายชราคนหนึ่งชื่อว่าตายงเคยไปเรียนคุณไสยแล้วผิดผีทำให้ตนเองกลายเป็นผีกระหัง

โดยชาวบ้านคนหนึ่งได้กล่าวว่าในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นเคยแปลงร่างกลายเป็นหมาดำไปแอบกินไก่ชาวบ้านทำให้ชาวบ้านใช้หนังสติ๊กยิงไปที่หัวหมาดำตัวดังกล่าวหลังจากนั้นรุ่งเช้ามาชาวบ้านก็เห็นว่าที่หัวของตายงนั้นมีลักษณะปูดเหมือนคล้ายกับโดนอะไรกระแทกที่หัวชาวบ้านจึงปักใจเชื่อกันว่าตายงเป็นคนที่แปลงร่างเป็นหมาดำแล้ว

โดนหนังสติ๊กของชาวบ้านนั่นเอง แม้ตายเสียชีวิตมาแล้วนับ 10 ปีแต่การสืบทอดอำนาจของผีกระหังก็ยังคงมีอยู่โดยชาวบ้านเชื่อกันว่าเมียของตายงเป็นคนรับทอดอำนาจของผีกระหังกลายมาเป็นผีปอบซึ่งภรรยาของตายยงนั้นชื่อว่านางชบาโดยชาวบ้านบอกว่าไม่มีใครที่จะกล้าไปยุ่งกับนางชบา

เพราะว่ากลัวเพราะรู้กันดีว่านางชบานั้นเป็นผีปอบ และเมื่อนักข่าวลงไปสัมภาษณ์นางชบาที่ท้ายหมู่บ้านก็ให้ข้อมูลว่าถึงแม้ชาวบ้านจะรังเกียจและไม่มีใครพูดคุยด้วยแต่ตัวเองนั้นไม่ได้เสียใจอะไรเพราะรู้ตัวเองดีว่าตัวเองไม่ได้เป็นผีปอบเหมือนอย่างที่ชาวบ้านลือกันส่วนตัวแล้วเธอก็ทำงานอยู่บ้านทำมาหากินเองเพราะสามีก็ตายไปนานแล้ว

ส่วนลูกสาวคนนึงก็เสียชีวิตและอีก 2 คนก็ทำงานอยู่กรุงเทพฯเธอเชื่อว่าสาเหตุที่ชาวบ้านคิดว่าเธอเป็นผีปอบนั้นอาจจะเป็นมาจากลูกสาวคนที่เสียชีวิตในตอนนั้นเป็นคนขี้เหล้าเมายาและพอไม่ให้เงินไปซื้อเหล้าลูกสาวคนนั้นก็จะด่าเธอว่านางผีปอบจึงทำให้ชาวบ้านน่าจะเชื่อคำพูดของลูกสาวที่เป็นคนขี้เหล้าคนนั้นและทำให้ไม่มีใครกล้ามายุ่งเกี่ยวกับนางชบานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  v9bet

ประวัติพระแก้วมรกต

นอกจากนี้ได้มีกษัตริย์พม่าผู้หนึ่งที่ได้นับถือสาสนาเป็นอย่างมากท่านก็ได้ส่งคนเข้ามาคัดลอกพระไตรปิฎกอะไรทางนี้และในระหว่างที่กำลังคัดลอกก็มองไปเห็นพระแก้วมรกตนั้นสวยมากก็เลยอยากจะเอากลับไปประเทศตนเองบ้างก็เลยไปอัญเชิญพระแก้วมรกตมาเอาไปด้วย

ซึ่งเขาก็ไม่ได้บอกว่าไปตกลงกันยังไงแต่เอาเป็นว่าเขาก็ได้เลือกกลับมาทั้งพระไตรปิฎกที่ได้ไปคัดลอกมาที่เต็มเป็นกองเลยบวกกับองค์พระก็ได้บรรจุเข้าในเรือสามลำแล้วก็แล่นไปในเรือ

แต่ทว่าในระหว่างการเดินทางขนส่งก็เกิดฟ้าฝนเป็นอะไรก็ไม่รู้ได้พัดเรือต่างๆไปทำให้เรือสองลำได้ไปตกอยู่ที่ทางพม่าแต่เรืออีกลำหนึ่งได้ไปตกอยู่ที่เมืองไชยาที่สุราษฎร์ธานีบ้านเราก่อนที่จะไปยังกัมพูชาอีกรอบแต่มีบางตำนานได้กล่าวว่ามีพัดไปตกที่กัมพูชาก็มีและก็ไม่รู้ว่าพัดไปตกไกลขนาดนั้นได้อย่างไง

เมื่อได้พัดมาถึงที่กัมพูชากษัตริย์กัมพูชาได้เห็นว่านี่มันเป็นเรือบรรทุกของพม่านี่มีพระไตรปิฎกเต็มไปหมดเลยเขาคงอยากได้มากก็เอาไปคืนเขาเลยเหมือนจะดูเป็นคนดีส่งของคืนพม่าแต่ทว่าองค์พระที่ติดมาด้วยไม่ขอคืนเอาไว้เป็นพระประจำบ้านเมืองนี่แหละ

ซึ่งเรื่องราวต่อไปนี้ก็จะเป็นว่ามีสงครามได้เกิดขึ้นในหลายๆที่เลยหลังจากนั้นพระแก้วก็ได้ถูกอัญเชิญไปที่ต่างๆเพื่อหลบสงครามตั้งแต่ที่กัมพูชาไปยังลพบุรีได้ยันอยุธยากำแพงเพชรจนกระทั่งมาจบที่เชียงรายและสงครามมันก็ได้มาเกิดขึ้นที่เชียงรายแต่ทีนี้ผู้คนก็ไม่อยากที่จะย้ายพระแก้วไปก็เลยได้ใช้วิธีในการหลบซ้อนปลอมตัวให้กับพระแก้วแทนแล้วกันโดยการนำเอาปูนโบกทับอีกทีเสร็จแล้วก็กลายมาเป็นพระปูนก่อนที่เขาจะเอาพระแก้วที่เป็นร่างปูนเข้าไปซ้อนไว้ด้านในเจดีย์อีกที

นอกจากนี้เรื่องราวมันก็ได้ผ่านไปสงครามมันก็จบลงบ้านเมืองก็สงบสุขแต่ผู้คนก็ลืมไปแล้วว่าองค์พระแก้วได้ซ้อนเอาไว้ด้านในเจดีย์

กระทั่งมาถึงวันหนึ่งที่พระแก้วได้ทำบูรณะใหม่อีกรอบและช่วงนี้เป็นช่วงที่นักประวัติศาสตร์เขาได้ยอมรับถึงการมีตัวตนของพระแก้วอยู่คือช่วงแรกที่เล่ามามันเป็นตำนานทั้งนั้นเลยไม่มีหลักฐานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน

ดังนั้นในการบูรณะใหม่ขององค์พระแก้วในครั้งนี้อยู่เจดีย์ที่ได้ซ้อนพระแก้วมรกตเอาไว้ก็ได้ถูกฟ้าผ่าลงมากลางเจดีย์กระจายปรากฏให้เห็นองค์พระที่อยู่ด้านใน

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยยี่กี lottovip 2ตัว

รด.สยองขวัญที่จังหวัดศรีสะเกษ

เรื่องเล่าใน ค่าย รด. สยองขวัญจังหวัดศรีสะเกษหลังจากที่ได้ขึ้นเรือนนอนด้วยความโหวกเหวกโวยวายกันกว่าจะนอนก็เลยถูกครูฝึกเรียนลงมาจากอาคารทั้งหมดในสภาพชุดครึ่งท่อนกางเกง รด. กับเสื้อตัวในทั้งกลิ้งทั้งคานทั้งตีลังกาเล่นเอาสะเพลียกันไปยกใหญ่เลยหลังจากที่ได้ขึ้นนอนก็จะมีคนเฝ้าเวรในแต่ละจุดแล้วก็มีการเปลี่ยนเวรกันไปเรื่อยๆในแต่ละผัด

ซึ่งจะมีคนมาเปลี่ยนเวรในแต่ละผัดแล้วก็จะต้องรายงานเวรต้องผู้ตรวจด้วยผมวิชาทหารเป็นเวรโรงนอนผัดที่สองตั้งแต่เวลา19.00นาฬิกาถึง21.00นาฬิกาในขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เหตุการปกติดีคับด้วยความเพลียผมก็หลับไปตอนไหนไม่รู้มารู้ตัวอีกทีก็เดินออกมาจากที่ห้องคนเดียวแล้วเดินไปหน้าห้องหยิบเอารองเท้าทั้งสองข้างเดินไปตามทางเดินอาคารชั้นสามแล้วก็เดินสวนกับเพื่อที่พึ่งผัดเวรไปเข้านอน

นอกจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเพื่อนถามว่าไปไหนแต่ว่าผมไม่สามารถตอบได้แล้วก็ยังเดินต่อไปพอสุดทางเดินก็เดินกลับมาวางรองเท้าเอาไว้ที่หน้าห้องแล้วก็กลับไปนอนที่เดิมตอนเช้าเพื่อนก็ถามว่าเมื่อคืนไปไหนถามอะไรก็ไม่ตอบไม่รู้แต่ก็ได้ยินอยู่ว่าถามอะไรมันเหมือนรู้สึกตัวแต่ว่ามันตอบไม่ได้ผมตอบเพื่อนไปแบบงงเหมือนกันแล้วหลังจากคืนนั้นก็ไม่มีอะไร

จากนั้นมันก็ทำให้เราได้เรียนรู้แล้วว่าการเข้ามาค่ายมันทำให้เราได้รู้จักเพื่อนเก่าของพวกเรามากขึ้นแล้วก็ได้เพื่อนใหม่ต่างโรงเรียนเพิ่มขึ้นเช่นกัน

โดยเฉพาะเพื่อนที่อยู่โรงเรียนนี้ที่เป็นเจ้าบ้านและด้วยความที่ว่าเป็นเจ้าบ้านก็เลยมีประวัติของโรงเรียนมาเล่าให้ฟังอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆในโรงเรียนเช่นผู้หญิงชุดไทยที่สนามเปตองห้องดนตรีที่บางวันจะได้ยินเสียงดนตรีเล่นเองบ่อน้ำข้างโรงเรียนที่มีเด็กตกน้ำตายทุกๆปีเป็นต้น

ซึ่งเรื่องเล่าพวกนี้ได้ถูกถ่ายทอดผ่านเจ้าบ้านที่ชื่ออะไรไม่รู้เราจำไม่ได้แต่จำลักษณะได้ว่าเป็นคนตัวสูงตัวผอมแต่หัวใหญ่หน่อยพวกเราเลยเรียกเขาว่าหัวโตซึ่งนั่นแหละมันคือชื่อที่ผมจำได้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ทุกครั้งของการเข้าห้องน้ำห้องส้วมครูฝึกมักจะบอกเอาไว้เสมอว่าให้ไปเป็นคู่ห้ามไปคนเดียวโดยเด็ดขาดเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้มีคนรู้

ซึ่งมันได้เหมือนกับเหตุการณ์นี้เดี่ยวได้เกิดปวดท้องขึ้นมาในเวลาตีสี่ก็เลยเรียกคู่อย่างบอลที่กำลังหลับสบายอยู๋ลงไปเข้าห้องน้ำด้วยกันในขณะที่ลากลงไปบอลก็ยังไปแบบหลับๆตื่นๆพอถึงห้องน้ำเดี่ยวก็รีบเข้าห้องน้ำเลยจากนั้นก็มีเสียงมาหอนมาเรื่อยเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างเคลื่อนผ่านพวกมันเดี่ยวก็เลยวิ่งออกมาก็ไม่เจอบอลแล้วก็เลยวิ่งไปนอน

 

สนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

เรื่องราวของผีกระสือ

ซึ่งเราได้เกิดความสงสัยว่าตามหลักความเชื่อของชาวบ้านเกี่ยวกับกระสือมันเป็นพวกผีในรูปแบบลักษณะไหนกันแน่ปรากฏว่าเราก็ได้ข้อมูลในส่วนนี้มานั่นก็คือ 

โดยส่วนใหญ่แล้วเขาเชื่อกันว่ากระสือมันคือภูตผีวิญญาณชนิดหนึ่งที่ได้มีวิบากกรรมที่หนักมากเพราะในช่วงที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ชอบโกงคนอื่นมีความอยากได้ทรัพย์ของคนอื่นมาเป็นของตัวเองคนเหล่านี้

เมื่อได้เสียชีวิตไปแล้วเขาก็จะมีความชอบกันว่าคนเหล่านั้นก็จะต้องไปชดใช้กรรมในรูปแบบของการไปเกิดเป็นเปรตก่อนในช่วงแรกและหลังจากที่ได้ชดใช้กรรมไปได้ช่วงหนึ่งแล้วถ้าหากหมดเวรหมดกรรมก็จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์แต่ถ้ายังไม่หมดเวรหมดกรรมคนเหล่านั้นก็จะต้องไปชดใช้กรรมต่อในรูปแบบของผีกระสือที่จะต้องมากินของเน่าของเสียนั่นเอง

ซึ่งตรงจุดนี้มันก็ยังได้มีอีกความเชื่อหนึ่งที่เกี่ยวกับกระสือนั่นก็คือจริงๆแล้วกระสือมันคือวิชามนต์ดําของขลังชนิดหนึ่งที่ว่ากันว่าบางคนได้ใช้วิชามนต์ดำของขลังจนมากเกินไปแล้วได้ทำให้วิชาเหล่านั้นได้กลับย้อนเข้ามาหาตัวเองจนทำให้ตัวเองนั้นได้เป็นปีกระสือในที่สุดนั่นเอง

โดยในข้อมูลตรงนี้มันค่อนข้างที่จะน่าสนใจมากเพราะจากที่เราได้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของความเชื่อเรื่องพวกมนต์ไสยมนต์ดำมาปรากฏว่ามันได้มีวิชาของผีกระสืออยู่จริงๆด้วยและตรงนี้มันก็ได้มีประวัติค้นพบเจอที่กี่ยวกับผีกระสืออยู่เยอะมากมาย

นอกจากนี้จากหลักฐานที่เราได้ทำการรวบรวมมาหลักๆมันจะมีอยู่สองหลักฐานด้วยกันนั่นก็คือเรื่องของหลักฐานในรูปแบบของการบอกเล่ากับหลักฐานได้รูปแบบของภาพหรือวีดีโอนั่นเอง

โดยตรงจุดนี้เราขอแยกเป็นสองอย่างก่อนถ้าหากว่ามันเป็นหลักฐานในรูปแบบของเรื่องเล่าจะสามารถหาอ่านหรือสอบถามกับคนที่อยู่ต่างจังหวัดได้แล้วเราก็ได้ไปหาอ่านจากคนที่เราได้แชร์ประสบการณ์ว่าแต่ละคนนั้นได้ไปเจอในรูปแบบไหนมาบ้างฃ

ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่จะเจอมาในรูปแบบลักษณะคล้ายและใกล้เคียงกันหมดเลยในตอนแรกเราได้คิดในใจว่าเรื่องนี้มันอาจจะเป็นเรื่องที่ได้ทำการแต่งขึ้นมาก็เป็นได้แต่เราได้นึกขึ้นมาได้ว่าเพื่อนเราที่เคยอยู่ต่างจังหวัดและเคยเป็นคนที่เจอผีกระสือมาก่อน

จากนั้นเราก็เลยไปสอบถามกับเพื่อนคนนี้ว่าจริงๆแล้วเขานั้นได้ไปพบเจอผีกระสือมาจริงๆหรือไม่เพื่อนเราคนนี้เขาได้ยืนยันกับตัวเองเลยว่าเขาได้เจอผีกระสือมาจริงๆ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรีได้เงินจริง