ผู้เขียน: admin

คำทำนายของผู้เฒ่าปู่อินทร์6แผ่นดิน

เปิดคำทำนายสุดสะพรึงกลัว ปู่อินทร์ตาทิพย์ เตือนคนไทย จะต้องรับภัยใหญ่ที่จะเกิดขึ้นมาจากกรรมของมนุษย์หลายเมืองจะต้องจมอยู่ใต้บาดาล ต้องบอกก่อนเลยว่า ปู่อินทร์ตาทิพย์แห่งเขาตําแย อ ปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมาท่านได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่12เมษายน2561ท่านเป็นพ่อเฒ่า6แผ่นดินซึ่งแก่ได้เกิดในสมัยรัฐกาลที่5อายุประมาณ119ปี

เมื่อครั้งที่ปู่อินทร์ยังได้มีชีวิตอยู่ก็ยังได้มีการกล่าวเอาไว้ว่าท่านได้เป็นมนุษย์ที่ได้รับญาณบารมีของท้าวสักกะเทวราชและยังคงดำรงร่างกายเดินเหินและยังใช้ชีวิตได้ตามปกติเมื่อครั้งได้สนทนากับท่านก็จะได้รู็ว่าท่านนั้นได้มีสติสมบูรณ์ไม่ได้หลงหรือลืมเหมือนอย่างคนชราโดยทั่วๆไป

และท่านก็ยังได้บอกอีกว่าท่านนั้นยังตายไม่ได้เพราะบ้านเมืองมีปัญหาและยังต้องรอให้ถึงปี2562ก่อนและเมื่อเหตุการณ์ภัยพิบัตินั้นได้จบลงในปี2562ท่านก็จะให้ท้าวสักกะเทวราชมาปรากฏในปี2563เราก็จะได้พบกับสามร่มโพธิ์ศรีจากนั้นท่านก็จะพิจารณาอีกทีว่าจะอยู่ต่อหรือจะละร่างนี้ ปู่อินทร์ตาทิพย์แห่งเขาตำแยท่านก็ยังได้บอกเกี่ยวกับการเกิดภัยต่างๆในปี2560เอาไว้เพราะเกิดจากปัจจุบันนี้ผู้คนนั้นไม่มีศรีธรรมไม่ระอายแก่บาปเบียดเบียนซึ่งกันและกันและมันก็ไม่ใช่กรรมของใครๆแต่นี่มันคือวัฏจักรขอโลกบ้านเมืองเจริญขึ้น

แต่จิตใจของมนุษย์นั้นได้เจริญลงยิ่งการสมสู่มนุษย์ด้วยกันเดี๋ยวนี้ไม่มีเลือกผัวเลือกเมียหรือลูกหลานนี่แหละกระหรี่ยุคตามคำทำนายของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหตุดังกล่าวจะเบาลงหลังสิ้นสุดปี2560ผู้คนที่ได้รอดพ้นจากภัยพิบัติคือผู้ที่ได้ดำรงชีวิตอยู่ในศรีธรรมกัตญญูต่อบิดามารดาละอายแก่บาปจงเป็นผู้ที่รู้ในกิเลสและผู้ที่ตื่นจากกิเลสสุดท้ายมันก็ได้ไกลจากกิเลสภัยพิบัติจะเกิดเมืองไทยจะมีการแจ้งเตือนล้วงหน้าจาก  ในหลวงรัฐกาลที่9 ของเราหากพูดแบบภาษาธรรมพระทรงท่าน ในหลวงรัฐกาลที่9ได้มีสื่อผู้ดูแลในโลกมนุษย์นี้

จะบอกกล่าวล้วงหน้าให้ผู้คนได้เตรียมตัวหนีจากภัยที่จะเกิดเส้นทางหลบหนีปู่ได้บอกว่าผู้คนจะหนีไปทางถนนมิตรภาพและจะมีรถติดมากผู้คนต่างก็ได้แย้งกันอย่างหน้าดูและท้ายที่สุดหางแถวก็จะหนีไม่รอดนั่นเองใน จังหวัดสระบุรีที่ได้มีองค์พระตั้งสูงตรงนั้นแผ่นดินจะยุบตัวลงเพราะว่าข้างล่างใต้บาดาลมีน้ำวนกว้างมากๆถนนเส้นที่พอจะรอดคือ กระบินบุรี นครราชสีมา นครนายก หรือเส้นทางอื่นๆที่ไม่ใช่มิตรภาพแต่ส่วนมากผู้คนจะเลือกเดินทางเส้นทางมิตรภาพกันจำนวนมากเพราะไปได้ทั้งเหนือและอีสานขอเตือนไม่จำเป็นจะต้องไปทางอีสานแต่เพียงอย่างเดียวภาคเหนือก็ไปได้ส่วนน้ำท่วมนั้นท่วมแน่นอนทุกภาคทุกพื้นที่แล้วแต่จะหนักหรือเบา 

 

สนับสนุนโดย  bk8 โบนัส 100

การรบล้างสตาลินออกจากประเทศ

หลังจากที่นาย สตาลินเขาได้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ3ปีจากนั้นทางด้านครุชชอฟก็ได้เริ่มทำในสิ่งที่นักประวัติศาสตร์ที่เรียกกันว่า De-Stalinization ซึ่งมันก็คือแนวคิดที่จะล้างความเป็น สตาลินออกไปจากประเทศ

โดยได้มีโซเวียตในยุคใหม่จะไม่โฟกัสไปที่การเป็นศัตรูกับอเมริกาซึ่งจะเปิดรับโลกทุนนิยมมากยิ่งขึ้นและได้ยินดีกับประเทศอื่นๆที่ได้วางตัวเป็นกลางและได้หันมาสนใจของความสงบสุขและความเจริญของประชาชนที่อยู่ในประเทศให้มากยิ่งขึ้นแต่ทว่าที่ไม่ชอบในการเปลี่ยนแปลงนี้ก็คือคอมมิวนิสต์ของจีน ซึ่งได้นำโดย เหมา เจ๋อ ตง 

ซึ่งเพราะว่า เหมา เจ๋อ ตง ที่ได้ใช้สูตรเดียวกันกับสตาลิน นั่นก็คือการสร้างตัวตนขึ้นมาให้มันเป็นผู้นำอย่างสูงสุดให้มีลัทธิบูชาตัวบุคคลหรือที่เรานั้นได้เรียกกันว่าลัทธิเหมา หรือ Maoism จากนั้นทางด้าน เหมา เจ๋อ ตง เองนั้นก็ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสตาลินอย่างมากและที่สำคัญ จีน ก็ได้มองว่าแนวคิดที่จะเป็นรับโลกเสรีมากยิ่งขึ้น

สำหรับจีนนั้นก็ถือได้ว่าขัดกับจุดมุ่งหมายของการเป็นคอมมิวนิสต์ที่จะต้องมาปฎิวัติชั้นนายทุนให้จนหมดไปอีกด้วย สุดท้ายแล้วทางสหภาพด้านโซเวียตกับจีนก็ได้ตัดความสัมพันธ์ในส่วนของการทูตกันอย่างเป็นทางการในช่วงประมาณศตวรรษ1960จากที่ได้เคยไปช่วยเหลือกันก็ได้กลายมาเป็นคู่แข่งกันเองที่ได้แย่งกันเข้ามาขยายอิทธิพลของตัวเอง

ในประเทศต่างๆอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังได้กลายมาเป็นว่าได้มีทั้งอิทธิพลของด้านสหรัฐอเมรกา สหรัฐภาพโซเวียต รวมไปถึง จีน ที่ได้มาเป็นคู่แข่งกันเองในระหว่างของสงครามเย็น ซึ่งในพื้นที่ที่เรานั้นได้เรียกกันว่า อินโดจีน ฝรั่งเศสอะไรประมาณนั้นแหละ จากนั้นเมื่อเหตุการณ์ของสงครามโลกในครั้งที่2ได้จบลง จากนั้นก็ได้ทำให้ฝั่งทางฝรั่งเศสได้ล้มเหลว

ในการกลับมาปกครองในประเทศอาณานิคมอินโดจีน ซึ่งในเฉพาะในเวียดนามที่ได้มีเหล่ากองทัพฝรั่งเศสที่ได้มีการแพ้สงครามให้กับกองทัพของเวียดมินห์ ซึ่งก้ได้เป็นกองกำลังในด้านปลดปล่อยจนในท้ายที่สุดก็ได้นำไปสูการเจรจาที่นครเจนีวาในปี 1954 ที่ฝรั่งเศสซึ่งก็ได้ยอมให้อิสรภาพกับอินโดจีนโดยที่เวียดนามถูกแบ่งออกเป็นเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้

ส่วนทางเวียดนามเหนือได้เป็นคอมมิวนิสต์และส่วนใต้นั้นได้เป็นเสรีนิยมส่วนทางด้านสหรัฐอเมริกาก็ไม่อยากให้ลัทธิคอมมิวนิสต์แพร่ขยายในเอเชียด้านตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเขาไมาอยากให้มีการล่มเป็นแบบโดมิโนจากเวียดนามเหนือจากนั้นเขาก็เลยเข้าไปรบแทนฝรั่งเศสโดยที่ได้ให้การสนับสนุนจากเวียดนามใต้และส่วนเวียดนามเหนือก็ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียตตามธรรมเนียมส่วนกัมพูชากับลาว ซึ่งก็เป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสด้วย ก็ได้ประกาศเอกราชตามกันมาแบบติดๆ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 fast

เกล็ดความรู้เรื่องงานศิลปะ

วันนี้เราจะมาพูดกันในเรื่องประวัติศาสตร์ศิลปะบ้างดีกว่า ประวัติศาสตร์ศิลปะแบ่งเล่าได้หลายๆแบบซึ่งเราจะมาแบ่งเล่าประวัติศาสตร์ศิลปะตามMovememtหรือกลุ่มงานที่สร้างขึ้นในระยะเดียวกันมีแก่นเดียวกัน

และยังมีกลุ่มศิลปินที่โด่งดังของตัวเองคำจำกัดความสำหรับงานศิลปปะแบบอิมเพรสชั่นนิสม์ เริ่มจากคำแปลของภาษาไทยก่อนซึ่งก็น่าสนใจดีlmpressionism แปลว่า ลัทธิประทับใจมันอาจจะฟังดูแล้วมันตลกๆแต่มันก็ชัดเจนดีเพราะว่า lmpressionismมันได้เป็นงานที่ทางผู้สืบทอดเลือกนำความรู้สึกแบบน่าประทับใจในช่วงเสี้ยวเวลาใดเวลานึงที่จะนำเอามาสืบทอดออกมาให้มันได้เป็นผลงาน เนื่องจากได้มีการเกิดขึ้นของlmpressionism มันได้เกิดขึ้นมาที่ประเทศฝรั่งเศส

ในช่วงศตวรรษที่19เมื่อประมาณ1860-1920จากนั้นในกลุ่มด้านศิลปินที่ได้ถูกจัดว่ามันได้เป็นกลุ่มของlmpressionistมันก็ยังได้สร้างอิทธิพลมานานอย่างต่อเนื่องจนถึงปันจจุบันนี้ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่บางคนยกให้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคโมเดิร์นที่มันได้เปลี่ยนวิธีการให้คุณค่าต่องานศิลปะและได้เปลี่ยนวิธีในการทำงานของศิลปินไป

โดยอย่างสิ้นเชิงเลยทั้งนี้เลยถามว่าการถ่ายทอดของความรู้สึกที่มันน่าประทับใจออกมาให้เป็นงานแล้วมันพิเศษตรงไหนคืองานอื่นมันก็จะอธิบายความรู้สึกประทับใจเหมือนกันหรือเปล่ามันไม่ใช่แบบนั้นหรือ และด้านอิมเพรสชั่นนิสม์มันก็อาจจะดูเผินๆมันก็อาจจะเหมืองการวาดรูปสีน้ำมันให้มันเบลอๆเข้าไว้เท่านั้นเอง

นี่และใน คำตอบและคำถามมันก็คือมันก็ต้องเป็นว่า คุณค่าที่เรานั้นให้กับงานศิลปะในยุคหนึ่งมันก็ไม่ได้ให้คุณค่ากับความประทับใจของคนวาดมากนักและในคุณค่าของด้านงานศิลปะที่จะต้องเป็นอะไรที่มันจะต้องดูแบบยิ่งใหญ่ไปกว่านี้จากนั้นมันได้เข้ามาถึงในช่วงศตวรรษที่19และในยุคช่วงในก่อนน่านั้นเมื่อศตรรษที่18ในสมัยของยุคโรปบอกจะเรียกได้ว่ามันเป็นยุคที่จะทำให้ผู้คนได้ตื่นตัวกับความรู็ของปัญญา

หรือเราจะเรียกได้ว่ามันเป็นยุคEnlightenmentมันได้มีความคิดที่จะเชื่อในด้านของสติและปัญญาของคนมากกว่าที่จะให้ทุกอย่างนั้นมันได้เป็นไปดังคำอธิบายของศาสนา เนื่องจากในสมัยก่อนแค่ได้บอกว่าโลกมันกลมมันก็มีสิทธิที่จะถูกจับไปประหารได้แล้วเพราะว่ามันอาจจะเข้าไปทำให้มีความขัดเกี่ยวกับในเรื่องของศาสนาอะไรประมาณนี้และในส่วนศิลปะในยุคศตวรรษที่18มันจะเรีกว่าเป็นยุคโรแมนติกด้านงานศิลปะนั้นมันจะได้ถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกของเหล่าศิลปินแต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นความรู้สึกที่มันธรรมดา

 

สนับสนุนโดย  bk8

หลุมดำนั้นมันคืออะไร?

เราทุกคนอาจจะเคยได้ยินสิ่งที่ได้เรียกว่าหลุมดำกันมาบ้างแล้วและไม่ว่าจะได้มาจากการเรียนหรือว่าสารคดีและในภาพยนตร์รวมไปถึงแหล่งที่ได้เรียนรู้จากด้านต่างๆแต่หลายๆคนก็อาจจะยังไม่ค่อยจะเข้าใจมันหรือว่าคุณจะลืมมันไปแล้วก็เป็นได้วันนี้เราจะขอมาทบทวนและลงลึกถึงลายละเอียดกับสิ่งที่มันน่ากลัวที่สุดในจักรวาลที่เรานั้นเรียกกันว่าหลุมดำ

หลุมดำนั้นมันคืออะไร

สำหรับหลุมดำนี้มันคือเทหวัตถุที่อยู่ในเอกภพซึ่งมันได้มีแรงโน้มถ่วงที่เยอะมากหากได้เข้าไปแล้วและก็จะไม่มีอะไรที่จะออกจากที่แห่งนั้นได้แม้แต่แสงและที่มันเป็นหลุมดำด้วยกันซึ่งเรานั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นส่วนที่มันได้เป็นใจกางของหลุมดำนี้ได้ ซึ่งหลุมดำนี้เองมันก็ยังได้มีพื้นที่หนึ่งที่มันมีเอาไว้เป็นเขตของตนเอง

ซึ่งมันเรียกว่าขอบฟ้าเหตุการณ์หากได้มีสิ่งใดที่มันได้เข้าไปที่ด้านหลุมขอบฟ้าเหตุการณ์วัตถุนั้นจะต้องเร่งความเร็วที่มันสามารถเร็วกว่าแสงถึงจะสามารถที่จะออกจากขอบฟ้าเหตุการณ์ได้และมันก็จะเป็นไปไม่ได้ที่มัรจะมีวัตถุที่มันจะไวไปกว่าแสงและมันก็ทำให้วัตถุนั้นออกมาได้อีกต่อไป

หลุมดำนั้นมันเกิดขึ้นมาจากอะไร

ซึ่งแต่เดิมแล้วนั้นด้านหลุมดำมันได้เป็นซากที่สิ้นสลายของดาวฤกษ์ที่มันได้ถึงอายุไขของมันแล้วจากนั้นเมื่อดาวฤกษ์นั้นมันได้มีดาวที่แตกแล้วมันก็ได้ดับลงซึ่งมันก็อาจจะทิ้งสิ่งที่ดำมืดเอาไว้นอกจากนี้มันก็ยังมีอำนาจในการทำลายล้างอย่างสูงสุดที่อยู่ข้างหลังเนื่องจากว่าเรานั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นหลุมดำด้วยกล้องใดๆ

ซึ่งหลุมดำนั้นมันไปแป่งแสงหรือมีแสงใดๆออกมาให้เห็นเลยและมันก็ยังสามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยกล้องจูลทัศวิทยุและก็ยังสามารถตรวจสอบได้อีกก็คือคลื่นของหลุมดำจากนั้นในปัจจุบันก็ได้ทำการค้นพบหลุมดำแล้วขั้นต่ำเลยประมาณ6แห่งด้วยกัน

คุณสมบัติในหลุมดำ

ซึ่งตามทฤษฎีแล้วในส่วนของหลุมดำนั้นมันได้มีคุณสมบัติทางกายภาพซึ่งมันได้แยกออกจากกันอย่างน้อยสามประการได้แก่ มวล ประจุไฟฟ้าและโมเมนตัมเชิงมุม นอกจากนี้ถ้าหากว่าหลุมดำที่หมดทั้งสามหลุมนี้หากหลุมใดที่ได้มีค่ามวลทั้งหมดทั้งสามนี้ครบหมดซึ่งก็จะไม่สามารถที่จะแยกแยะในความแตกต่างกันได้อีกเลยและมันก็ยังไม่เหมือนกับวัตถุดาราศาสตร์อื่นๆเช่นดาวฤกษ์ที่มันได้มีค่าคุณสมบัติมากมายที่เรานั้นนับไม่ถ้วน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  rb88 ดีไหม

ความผิดพลาดของมนุษย์

อันดับความผิดพลาดที่มนุษย์ต้องจ่ายราคาแพงมากที่สุดในโลกไม่มีความสมบูรณ์แบบบนโลกของเราทุกคนก็ล้วนแต่เคยทำผิดพลาดกันมาบ้างแล้วแต่ใครจะเชื่อว่าบางคนทำบางอย่างผิดพลาดเพียงแค่เล็กน้อยนิดเดียว

มันกลับส่งผลให้กับความเสียหายเป็นมูลค่าที่มากมายมหาสารและในวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับข้อผิดพลาดของมนุษย์ที่ต้องจ่ายเป็นราคาแพงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ว่ามันจะมีอะไรบางนั้นมาดูกันเลย

สะพานSEONGSU BRIDGE

สำหรับสพานSEONGSU BRIDGEมันได้เป็นสพานที่เอาไว้ใช้สัญจรที่เอาไว้ข้ามแม่น้ำHanซึ่งมันได้มีความยาวมากถึง1,160เมตร ซึ่งมันได้เป็นสพานที่เชื่อมโยมและมันก็ได้เป็นเส้นทางสัญจรยอดนิยมกรุงโซล แต่ในช่วงเช้าของในวันที่21ตุลาคม1994 เวลาปาระมาณ7.40นาที ก็ได้เกิดหายนะเกิดขึ้นกลับสพานแห่งนี้ ซึ่งในช่วงเช้าของวันนั้น

ขณะที่จำนวนผู้คนจำนวนร้อยคนที่กำลังสัญจรผ่านไปมาบนสพานSEONGSU BRIDGEนอกจากนั้นก็ได้ให้ชิ้นส่วนของสพานชิ้นส่วนของสพานนั้นจะมีความยาวประมาณ48เมตรก็ได้ตกลงไปในแม่น้ำทั้งนี้จากแม่น้ำและสพานมันก็มีความสูงประมาณ20เมตรด้วยกันแน่นอนแล้วว่าในโครงสร้างบางส่วนมันจะตกลงไปแม่น้ำแล้วนอกจากนี้มันก็ยังได้มีรถบัสและรถโดยสารที่ได้มีผู้โดยสารอยู่กันเต็มรถก็ได้ตกลงไปด้วย

ซึ่งทางด้านการรายงานข่าวก็ยังได้บอกว่าได้มีผู้ที่เสียชีวิตไปจำนวน32คนและได้มีอีกประมาณ17คนที่ได้รับบาดเจ็บจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ก็ได้พบความผิดปกติบางอย่างซึ่งวมันไม่น่าคิดว่ามันจะเจอขึ้นมาได้ก่อนน่านี้ก็ได้มีการร้องเรียนมาว่าสะพานที่แห่งนี้มันได้แกว่งไปมาจึงได้ทำให้ผู้คนที่ได้สัญจรผ่านไปมาได้รู้สึกถึงความไม่มั่นคงของโครงสร้างของสพานทั้งนี้มันก็ยังได้มีการรายงานกล่าวออกมาอีกว่าสาเหตุหลักนี้มันได้เกิดมาจากการผิดพลาดเนื่องจากในการก่อสร้างโดยจะมุ่งประเด็นไปที่ชิ้นส่วนของโครงสร้างสะพาน

ซึ่งมันก็คือข้อต่อหนุนเหล็กที่ได้ใช้รองรับโครงสร้างแทนที่จะใช้ข้อต่อที่มีขนาดหนา10MMนอกจากนั้นกลับบได้พบว่าได้มีการใช้ข้อต่อเพียงแค่8mmเท่านั้นและมันก็ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้หมุดเชื่อมต่อมันรับน้ำหนักไม่ค่อยจะไหวจึงทำให้มันได้แตกหักออกมามันจึงได้เป็นสาเหตุที่ได้ทำให้สะพานนั้นมันจึงได้ถล่มลงมา

นอกจากนี้สะพานแห่งนี้ก็ยังได้ถูกออกแบบมาให้รถที่มีน้ำหนักไม่เกิน36.3ตันผ่านสัญจรไปมาเท่านั้นแต่ในความเป็นจริงกลับได้พบว่ามีรถบรรทุกที่ได้มีน้ำหนัก47.3ตันวิ่งผ่านไปมาเป็นประจำนอกจากนั้นมันจึงทำให้มีความเสียหายมากถึง2ล้านดอลลาร์

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 คาสิโน

หมู่บ้านที่สำคัญได้กลายมาเป็นประวัติศาสตร์แล้ว

คินเดอร์ไดค์

สำหรับรูปภาพที่ได้เห็นกันอยู่ตรงข้างหน้านี้มันได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมันได้เป็นไปด้วยดินแดนของกังหันลมนับพันและนั้นก็ไม่แปลกอะไรเลยที่กังหันลมนั้นมันก็ได้กลายมาเ็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของประเทศ โดยหมู่บ้านคินเดอร์ไดค์ และมันก็ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดฮิตของชาวถั่ว

ซึ่งในจุดเด่นของสถานที่แห่งนี้มันได้เป็นกังหันลมที่มันได้อยู่ตรงบ้านขนาดใหญ่และมันได้มีความเก่าแก่มากที่สุดในเนเธอร์แลนด์เนื่องจากนี้กังหันลมนั้นมันก็ยังได้เป็นอีกหนึ่งของทางด้านมดรกโลกอีกด้วยและที่มันได้มีกังหันลมติดตั้งอยู่มากมายขนาดนี้นั้นมันก็เป็นเพราะว่าในประเทศเนเธอร์แลนด์นั้นมันได้มีบางส่วนมีลักษณะที่มันได้เป็นที่ราบลุ่ม

โดยคินเดอร์ไดค์ก็ได้ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่ม ซึ่งในสมัยก่อนนั้นสถานที่แห่งนี้ก็เกิดเหตุการณ์น้ำท้วมจึงได้ทำให้ชาวเนเธอร์แลนด์ได้คิดค้นที่จะสร้างกังหันลมขึ้นมาเพื่อจะสูบน้ำและยังสามารถใช้เพื่อการดำเนินความสะดวกในด้านอื่นๆไม่ว่าจะเป็นโมแป้งสีข้าวซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาที่ฉลาดและสมควรที่จะอนุลักษณ์มันเอาไว้จริงๆ

เตาอบยักษ์โบราณ

สำหรับเตาอบยักษ์นี้มันได้มีรูปร่างลักษณะที่มันตั้งอยู่คล้ายเหมือนกับลังผึ้งทีมันได้อยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ที่อยู่ในเทือกเขาอีแกนทางตอนใต้ของรัฐเนวาด้าประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งลักษณะเตาอบหรือเตาเผาแห่งนี้นั้นมันก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาเมื่อในปี2422-2491 โดยมีการสร้างเพื่อทำการผลิตถ่านจากต้นสนหลังจากนั้นเตาเหล่านี้ก็ได้ถูกปลอดปล่อยทิ้งเอาไว้มานานอยู่หลายปี

ซึ่งลักษณะของเตาเผารูปลังผึ้งนั้นมันได้มีความสูงอยู่ที่ประมาณ30ฟุตบริเวณฐานมีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ27ฟุต มีความหนาประมาณ20นิ้วถูกก่อสร้างขึ้นมาจากหินที่ได้วางเรียกกันขึ้นมาเป็นโดมโดยด้านบนนั้นจะถูกปล่อยให้มันเป็นป่องขนาดเล็กเพื่อทำการระบายอากาศและควัน

ซึ่งลักษณะที่เป็นรูปโค้งคล้ายกับลังผึ้งนี้มันก็จะทำให้เกิดความร้อนที่มันจะได้สะท้อนกลับไปยังที่จุดเผาไหม้ซ้ำๆ ซึ่งบอกได้เลยว่ามันได้เหมาะกับการเผาถ่านเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยเตาอบที่ได้อยู่ในรัฐเนวาด้านั้นมันได้มีอยู่ทั้งหมดประมาณ6เตาในขนาดที่เท่าๆกันแต่สำหรับเตาอบแห่งนี้นั้นมันก็ได้เป็นของผู้ที่ได้ก่อตั้งผู้ผลิตเหมืองทองคำและแร่เงินในช่วงสมัยก่อนน่านี้

ซึ่งมันจะต้องการผ่านการเผาไหม้ที่มีความร้อนสูงมากจากนั้นจึงได้สร้างเตาเผาไหม้ขึ้นมาแต่ในปัจจุบันนี้มันก้ได้กลายมาเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ไปแล้ว

 

สนับสนุนโดย  แทงบอล next88

ประวัติพระพุทธเจ้าตอนเป็นเด็ก 

         พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์และเป็นศาสดาของศาสนาพุทธซึ่งประวัติความเป็นมาของพระพุทธเจ้านั้นเชื่อว่าทุกคนคงรู้กันมาบ้างแล้วเพราะเป็นวิชาบังคับของเด็กนักเรียนทุกคนในชั้นประถมที่จะต้องมีการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้าว่ามีความเป็นมาอย่างไรสำหรับพระพุทธเจ้านั้น เกิดมาพระองค์ก็มีฐานะร่ำรวยเนื่องจากเกิดมาเป็นลูกของกษัตริย์ซึ่งในครั้งแรกที่พระองค์เกิดมานั้นมีการเล่าขานกันว่าเมื่อพระองค์คลอดมาปุ๊บพระองค์ก็สามารถเดินได้ 7 ก้าวทันทีและแต่ละย่างก้าวที่พระองค์เดินผ่านมานั้นก็จะมีดอกบัวผุดขึ้นตามรอยเท้าของพระองค์

ซึ่งตอนที่เกิดมานั้นพระองค์ถูกตั้งชื่อว่าเจ้าชายสิทธัตถะโดยพระมารดาของพระองค์นั้นชื่อพระนางสิริมายาก่อนที่จะมีการตั้งท้องเจ้าชายสิทธัตถะพระนางสิริมายาในฝันถึงช้างเผือกซึ่งมีมากถึงจำนวน 3 คู่ด้วยกันว่าช้างทั้ง 3 คู่นั้นได้เดินเข้ามาหาของพระนางหลังจากนั้นพระนางก็ตรงตั้งครรภ์ขึ้นมาซึ่งตามตำนานของเจ้าชายสิทธัตถะนั้นว่ากันว่าพระองค์เกิดใต้ต้นสาละซึ่งต้นสาละต้นที่พระองค์เกิดนั้นอยู่ที่บริเวณสวนลุมพินีวันประเทศเนปาลวันที่เจ้าชายสิทธัตถะเกิดนั้นคือวันขึ้น 15 ค่ำเดือนวิสาขะและเกิดก่อนพุทธศักราช 80 ปีในช่วงที่พระนางสิริมายาตั้งครรภ์เจ้าชายสิทธัตถะนั้น

ได้มีหมอหลวงมาทำนายฝันของพระนางว่าเด็กชายที่อยู่ในท้องของพระนางนั้นมีบุญญาธิการถ้าหากคลอดออกมาแล้วจะได้เป็นเด็กผู้ชายซึ่งถ้าเด็กผู้ชายคนนี้เลือกที่จะเป็นกษัตริย์เขาจะเป็นกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงเกรียงไกรระดับโลกแต่ถ้าเกิดเลือกไปอยู่ในทางธรรมแล้วก็เขาจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต่อไปของโลกเช่นเดียวกัน

หลังจากที่พระนางสิริมายาทรงทราบคำทำนายก็เกรงว่าเจ้าชายสิทธัตถะจะเลือกไปในทางธรรมพระองค์จึงได้ทรงสั่งห้ามให้สาวใช้และทหารที่อยู่ในพระราชวังห้ามมีคนแก่เข้ามาทำงานโดยพระองค์ต้องการให้มีเฉพาะคนหนุ่มคนสาวที่หน้าตาสะสวยเท่านั้นทำให้ตั้งแต่เจ้าชายสิทธัตถะเกิดจนโตเป็นหนุ่มแล้ว เห็นคนแก่หรือเด็กมาก่อนเลยจนเจ้าชายสิทธัตถะอายุได้ 16 ปี

ก็ได้แต่งงานกับพระนางพิมพาหลังจากนั้นก็มีลูกด้วยกัน 1 คนจนมีอยู่มาวันหนึ่งเจ้าชายสิทธัตถะได้มองออกไปนอกประสาทแล้วมองเห็นคนแก่และเด็กพระองค์จึงเกิดความสงสัยจึงได้ออกเดินทางมาจากนอกประสาทเพื่อไปดูซึ่งเมื่อพระองค์เดินออกมาจากปราสาทราชวังทำให้พระองค์เห็นว่าภายนอกนั้นยังมีคนเกิดแก่เจ็บตายทำให้พระองค์คิดจะให้เข้าใจถึงทางธรรมและการเกิดแก่เจ็บตายเจ้าชายสิทธัตถะจึงได้สละราชบัลลังก์และออกบวชตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ความตายที่สุดสยองขวัญ

ความตายที่สุดสยองขวัญของเลดี้ มาร์กาเร็ต โพล แห่งประเทศอังกฤษ

    สำหรับตำนานสยองขวัญของหอคอยอังกฤษนั้นไม่ได้มีแค่เพียง 2- 3 ตำนานเท่านั้นแต่มีมากมายหลายตำนานด้วยกันและที่เป็นที่สยองขวัญและเป็นการตายที่สุดถึงมากที่สุดอีกตำนานหนึ่งนั่นก็คือตำนานของเลดี้ มาร์กาเร็ต โพล  ซึ่งในช่วงของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 การตายของขุนนางหรือเจ้านายชั้นสูงว่าโหดเหี้ยมแล้วการตายของเลดี้ มาร์กาเร็ต โพล

ซึ่งเป็นรุ่นหลังจากที่พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 สวรรคตไปกับเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวมากกว่าโดยพระนางถูกลอบทำร้ายและฆ่าตายโดยเชื่อกันว่าคนที่ฆ่าพระนางนั้นเป็นลูกชายของพระนางเอง

ซึ่งมีการเล่าลือกันว่าเหตุที่ลูกชายของพระนางนั้นต้องก่อกบฏและเห็นภาพพระนางและคนในหอคอยนั่นก็เพราะว่า ลูกชายของพระนางนั้นต้องการที่จะเข้าฝั่งกับประเทศฝรั่งเศสซึ่งในสมัยโบราณนั้นประเทศอังกฤษประเทศฝรั่งเศสไม่ถูกกันอยู่แล้วทำให้หากต้องการที่จะเข้าพวกไปอยู่ฝรั่งเศสลูกชายของพระนางก็จะต้องมีการกบฏและเห็นภาพพระนางก่อนดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่มีการกบฏก็คือพระนางเลดี้ มาร์กาเร็ต โพลได้ถูกประหารชีวิตด้วยการตัดคอ

แต่เนื่องจากตอนที่เราเพชฌฆาตกำลังตัดคอพระนางนั้นได้ขัดขืนไม่ยอมให้เพชฌฆาตประหารชีวิตพระนางทำให้ระหว่างที่ดาบฟาดลงมานั้นโดนไปที่ไหล่ของพระนางซึ่งทำให้พระนางเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเสียงร้องโหยหวนของพระนางดังกึกก้องไปทั่วและกว่าที่เพชฌฆาตจะสามารถประหารชีวิตนางได้ก็ต้องฟันแล้วฟันเหล้าไปที่ร่างกายของพระนางรวมทั้งสิ้น 10 กว่าครั้งพระนางถึงสิ้นใจตายซึ่งถือว่าการประหารชีวิตในครั้งนั้นเป็นการประหารชีวิตที่ยาวนานที่สุดและสร้างความทรมานให้กับนักโทษมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาเพราะไม่เคยมีใครที่จะถูกฟันครั้งแล้วครั้งเล่าถึง 10 ครั้งด้วยกัน

ก่อนจะสิ้นใจตายและเมื่อพระนางสิ้นพระชนม์ไปแล้ววิญญาณของพระนางก็ยังคงหลอกหลอนผู้คนที่อยู่ภายในหอคอยแห่งนี้โดยในทุกต้องคืนผู้คนมักจะได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนเหมือนเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสและไม่ใช่แค่เสียงร้องโหยหวนของพระนางเลดี้ มาร์กาเร็ต โพลเท่านั้นแต่ยังมีเสียงร้องโหยหวนของเรานักโทษคนอื่นที่ถูกพวกกบฏประหารชีวิต

พวกเขายังคงวนเวียนรอคอยเพื่อที่จะแก้แค้นอยู่ในหอคอยดังกล่าวซึ่งในช่วงค่ำคืนหากใครผ่านไปผ่านมาแถวบริเวณหอคอยแห่งนี้มักจะเห็นชายหญิงเดินเต็มหอคอยไปหมดซึ่งแต่ละคนก็จะสวมชุดเต็มไหมโบราณรูปร่างแปลกตาและหากมองดีๆ

บางคนก็จะไม่มีหัวหรือบางคนก็แขนผ่าซึ่งสร้างความสยดสยองให้กับประชาชนที่อยู่บริเวณรอบๆหอคอยเป็นอย่างมากและถึงแม้เรื่องเล่าสยองขวัญของหอคอยแห่งอังกฤษนี้จะยังคงมีอยู่หลายตำนานแต่นักท่องเที่ยวก็ยังคงเดินทางไปเยี่ยมชมความงดงามของหอคอย

 

สนับสนุนโดย  9luck

ข้อห้ามในต่างประเทศ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบท่องเที่ยวในต่างประเทศแล้วละก็คุณนั้นจะรู้ว่านอกจากภาษาและวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ที่มันได้ต่างไปจากบ้านเราแล้วยังมีกฏหมายที่เป็นข้อห้ามทางสังคมที่ได้ยึดถือและปฏิบัติด้วยกันมาแม้ว่าบางอย่างนั้นมันอาจจะดูแปลกไปซักหน่อยแต่ก็ยังมีเหตุผลแฝงอยู่เสมอดังนั้นถ้าไม่อย่างเชยละก็อย่าลืมจำนำเอาไปใช้กันด้วยละ

ห้ามซื้อขายหมากฝรั่งในประเทศสิงคโปร์

เมื่อคุณไปเที่ยวที่ประเทศสิงค์โปรซึ่งได้เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดและเป็นระเบียบที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเนื่องจากมีกฎหมายห้ามมิให้นำเข้าและซื้อขายหมากฝรั่งในประเทศที่เหมือนกับอย่างที่บ้านของเรายกเว้นในกรณีที่จะต้องมีใบรับรองแพทย์มายืนยันเท่านั้นและกฎหมายข้อนี้ได้ถูกให้ใช้โดยนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ตั้งแต่ปี1980และได้รับการอนุมัติและได้มีการเริ่มใช้กันอย่างจริงจังในปี1992

เนื่องจากชาวสิงค์โปร์และนักท่องเที่ยวได้มีการกินหมากฝรั่งและได้มีการทิ้งเอาไว้ที่สาธารณะอย่างเช่น ถนน รถไฟ ลิฟ หรือแม้กระทั่งรถบัส จึงต้องทำให้ทางรัฐบาลต้องสิ้นเปลืองงบประมาณอย่างมหาสารในการจ้างคนมาทำความสะอาดพื้นที่ดังกล่าวและสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามายังประเทศสามารที่จะนำหมากฝรั่งเข้ามาได้เพียงแค่สองห่อเท่านั้น

หากใครที่ได้นำเอาเข้ามามากกว่าที่ได้กำหนดในครั้งแรกจะถูกปรับสองหมื่นสามพันกว่าสบาทหากได้มีในครั้งต่อไปจะถูกดำเนินอคดีจำคุกหนึ่งปีและถูกปรับประมาณหนึ่งแสนสองหมื่นแปดพันรวมทั้งยังได้บังคับให้ทำความสะอาดภายในพื้นที่เพื่อเป็นการลงโทษให้สำนึกอีกด้วย

ห้ามเยียบเงินในประเทศไทย

ข้อนี่คนไทยต่างก็รู้ข้อห้ามนี้ก็เป็นอย่างดีแต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเข้ามาท่องเที่ยวก็จะต้องศึกษาข้อนี้เอาไว้ให้ดีกันเลย เนื่องจากการกระทำดังกล่างได้เป็นความผิดทางด้านอาญาและถ้าหากไปเผลอกระทำเข้าละก็ แทนที่คุณนั้นจะได้ท่องเที่ยวอย่างที่ได้มีการวางแผนเอาไว้คุณอาจจะได้เข้าไปอยู่ในคุกของประเทศไทยก็เป็นได้แม้ว่าในหลายประเทศจะไม่มีข้อห้ามดังกล่าวแต่สำหรับคนไทยเราถือว่าเงินที่เรานั้นได้ใช้กันอยู่ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรหรือเหรียญกษัตริย์นั้น

เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารทางราชการโดยปรากฏพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งได้เป็นที่เคารพเบี้ยงสูงของคนไทยอยู่ในนั้น ดังนั้นเงินจึงถือว่าเป็นของสูงไม่ควรเหยียบหรือว่าข้ามเป็นอันขาดนอกจากเงินแล้วยังรวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆเช่นหนังสือพิมพ์นิตยสารปฏิทินหรือยังรวมไปถึงสื่ออื่นๆที่ได้มีปรากฏพระบรมฉายาลักษณ์อีกด้วยเช่นกันหากคุณพบเห็นเงินที่ตกอยู่ตามสถานที่ต่างๆก็ควรเก็บขึ้นมาให้พ้นจากพื้นดีกว่าและก็อย่าลืมนำเอาเงินไปคืนเจ้าของเขาได้นะ

เรื่องราวของหลวงปู่กับเครืออาถรรพ์

มีความเชื่อว่าต้นเครือเขาหลงนั้นมันจะมีอยู่มากในป่าดงดิบตรงบริเวณที่มันได้ด้านทางเข้าของเมืองลับแล สำหรับในคดีตนั้นใครที่มีอาคมเก่ากล้าก็มักจะใช้ต้นเครือเขาหลงชนิดนี้เป็นม้วลสารที่ใช้สำหรับการสร้างวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่จะมีอนุภาพทางด้านเมตตามหานิยมเสน่ห์หาจึงได้ทำให้ผูคนที่ต้องมนต์นั้นต่างก็ได้มีความหลงไหลเป็นอย่างมากในตัวของผู้ที่ได้มาครอบครอง

เนื่องจากนี้ยังได้นำเอาไปมัดติดกับที่ด้านเสาประตูคอกวัวเพื่อจะทำให้โจนนั้นที่จะเข้ามาลักขโมยวัวหลงทางและจะหาทางออกไปเจอ เนื่องจากนี้เหล่าด้านร้านขายของต่างๆ ต่างก็นำได้เอาวัตถุมนคลที่ได้มีวัตถุของเครือเขาหลงปนอยู่หานำเอามาบูชา เพราะได้เชื่อกันว่าจะทำให้เหล่าลูกค้านั้นหลงไหลและจะต้องมาซื้อของที่ร้านเขาเป็นประจำ

โดยส่วนมากแล้วมักจะเลือกเอาเครือเขาหลงในวันอังคารเพราะเชื่อว่าฤทธิ์ของมันนั้นจะแรงกว่าวันอื่นๆ และก่อนใช้วานดังกล่าวจะมีคาถาเพิ่มให้กับเครือเขาหลงจากคำบอกเล่าจาก หลวงปู่พรหม นรินโทได้พูดถึงเรื่องด้านประสบการณ์ที่จะต้องตกอยู่กับอาถรรพ์ของเครือเขาหลงในครั้งหนึ่งว่าในครั้งนั้น ท่านได้เดินไปธุดงค์ไปยังป่าดงดิบแห่งหนึ่งเพื่อเจริญภาวนา

ในตอนแรกนั้นท่านก็ได้รู้สึกแปลกๆกับพื้นป่าแห่งนี้แค่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักท่านก็ยังได้ทำหน้าที่ของสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป แต่เวลาผ่านไปสองคืนสองวันท่านกลับพบว่าตนเองได้เดินวนเวียนอยู่บริเวณที่เดิมจนกระทั่งเลยเวลามาถึงตอนเที่ยงของวันที่สาม ท่านได้รู้สึกเหนื่อยล้าท่านจึงได้นั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง

ในขณะที่ท่านได้นั่งบําเพ็ญภาวนาอยู่นั้นปรากฏว่าได้มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งมาร้องเรียก หลวงปู่ หลวงปู่ พอลืมตาขึ้นท่านก็ได้เห็นหญิงสาวแต่งตัวอยู่ในชุดไทย ซึ่งก็ได้แปลกใจแล้วว่าผู้หญิงตนนี้มาอยู่ในป่าได้อย่างไรท่านจึงได้ถามออกไปว่าเป็นผู้หญิงมาอยู่ในป่าคนเดียวได้อย่างไรไม่กลัวผีซางนางไม้ หรือสัตว์ร้ายหรืออย่างไร หญิงสาวเลยตอบว่าไม่กลัวหรอกเพราะเป็นเทพรักษาที่ป่าแห่งนี้ใครจะเข้าจะออกป่าใครทำดีหรือทำชั่วรู้หมดนอกจากนั้นนางยังได้เล่าว่าที่ผ่านมาได้มีคนเข้ามาบุกรุกป่าเป็นจำนวนมาก

ในบางทีนางก็ได้แก้งทำให้ต้นไม้นั้นล้มใส่จนตายก็มีและนอกจากนี้นางก็ได้ถามต่ออีกว่า หลวงปู่นั้นได้เข้ามาที่ป่าแห่งนี้ทำไม หลวงปู่ตอบว่าหลวงปู่เข้ามาแสวงธรรมหลวงปู่ได้ตอบทั้งที่ผู้หญิงดังกล่าวรู้ความเป็นมาของเรื่องราวทั้งหมดอยู่แล้ว