หมวดหมู่: ตำนาน

รด.สยองขวัญที่จังหวัดศรีสะเกษ

เรื่องเล่าใน ค่าย รด. สยองขวัญจังหวัดศรีสะเกษหลังจากที่ได้ขึ้นเรือนนอนด้วยความโหวกเหวกโวยวายกันกว่าจะนอนก็เลยถูกครูฝึกเรียนลงมาจากอาคารทั้งหมดในสภาพชุดครึ่งท่อนกางเกง รด. กับเสื้อตัวในทั้งกลิ้งทั้งคานทั้งตีลังกาเล่นเอาสะเพลียกันไปยกใหญ่เลยหลังจากที่ได้ขึ้นนอนก็จะมีคนเฝ้าเวรในแต่ละจุดแล้วก็มีการเปลี่ยนเวรกันไปเรื่อยๆในแต่ละผัด

ซึ่งจะมีคนมาเปลี่ยนเวรในแต่ละผัดแล้วก็จะต้องรายงานเวรต้องผู้ตรวจด้วยผมวิชาทหารเป็นเวรโรงนอนผัดที่สองตั้งแต่เวลา19.00นาฬิกาถึง21.00นาฬิกาในขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เหตุการปกติดีคับด้วยความเพลียผมก็หลับไปตอนไหนไม่รู้มารู้ตัวอีกทีก็เดินออกมาจากที่ห้องคนเดียวแล้วเดินไปหน้าห้องหยิบเอารองเท้าทั้งสองข้างเดินไปตามทางเดินอาคารชั้นสามแล้วก็เดินสวนกับเพื่อที่พึ่งผัดเวรไปเข้านอน

นอกจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเพื่อนถามว่าไปไหนแต่ว่าผมไม่สามารถตอบได้แล้วก็ยังเดินต่อไปพอสุดทางเดินก็เดินกลับมาวางรองเท้าเอาไว้ที่หน้าห้องแล้วก็กลับไปนอนที่เดิมตอนเช้าเพื่อนก็ถามว่าเมื่อคืนไปไหนถามอะไรก็ไม่ตอบไม่รู้แต่ก็ได้ยินอยู่ว่าถามอะไรมันเหมือนรู้สึกตัวแต่ว่ามันตอบไม่ได้ผมตอบเพื่อนไปแบบงงเหมือนกันแล้วหลังจากคืนนั้นก็ไม่มีอะไร

จากนั้นมันก็ทำให้เราได้เรียนรู้แล้วว่าการเข้ามาค่ายมันทำให้เราได้รู้จักเพื่อนเก่าของพวกเรามากขึ้นแล้วก็ได้เพื่อนใหม่ต่างโรงเรียนเพิ่มขึ้นเช่นกัน

โดยเฉพาะเพื่อนที่อยู่โรงเรียนนี้ที่เป็นเจ้าบ้านและด้วยความที่ว่าเป็นเจ้าบ้านก็เลยมีประวัติของโรงเรียนมาเล่าให้ฟังอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆในโรงเรียนเช่นผู้หญิงชุดไทยที่สนามเปตองห้องดนตรีที่บางวันจะได้ยินเสียงดนตรีเล่นเองบ่อน้ำข้างโรงเรียนที่มีเด็กตกน้ำตายทุกๆปีเป็นต้น

ซึ่งเรื่องเล่าพวกนี้ได้ถูกถ่ายทอดผ่านเจ้าบ้านที่ชื่ออะไรไม่รู้เราจำไม่ได้แต่จำลักษณะได้ว่าเป็นคนตัวสูงตัวผอมแต่หัวใหญ่หน่อยพวกเราเลยเรียกเขาว่าหัวโตซึ่งนั่นแหละมันคือชื่อที่ผมจำได้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ทุกครั้งของการเข้าห้องน้ำห้องส้วมครูฝึกมักจะบอกเอาไว้เสมอว่าให้ไปเป็นคู่ห้ามไปคนเดียวโดยเด็ดขาดเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้มีคนรู้

ซึ่งมันได้เหมือนกับเหตุการณ์นี้เดี่ยวได้เกิดปวดท้องขึ้นมาในเวลาตีสี่ก็เลยเรียกคู่อย่างบอลที่กำลังหลับสบายอยู๋ลงไปเข้าห้องน้ำด้วยกันในขณะที่ลากลงไปบอลก็ยังไปแบบหลับๆตื่นๆพอถึงห้องน้ำเดี่ยวก็รีบเข้าห้องน้ำเลยจากนั้นก็มีเสียงมาหอนมาเรื่อยเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างเคลื่อนผ่านพวกมันเดี่ยวก็เลยวิ่งออกมาก็ไม่เจอบอลแล้วก็เลยวิ่งไปนอน

 

สนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

เรื่องราวของผีกระสือ

ซึ่งเราได้เกิดความสงสัยว่าตามหลักความเชื่อของชาวบ้านเกี่ยวกับกระสือมันเป็นพวกผีในรูปแบบลักษณะไหนกันแน่ปรากฏว่าเราก็ได้ข้อมูลในส่วนนี้มานั่นก็คือ 

โดยส่วนใหญ่แล้วเขาเชื่อกันว่ากระสือมันคือภูตผีวิญญาณชนิดหนึ่งที่ได้มีวิบากกรรมที่หนักมากเพราะในช่วงที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ชอบโกงคนอื่นมีความอยากได้ทรัพย์ของคนอื่นมาเป็นของตัวเองคนเหล่านี้

เมื่อได้เสียชีวิตไปแล้วเขาก็จะมีความชอบกันว่าคนเหล่านั้นก็จะต้องไปชดใช้กรรมในรูปแบบของการไปเกิดเป็นเปรตก่อนในช่วงแรกและหลังจากที่ได้ชดใช้กรรมไปได้ช่วงหนึ่งแล้วถ้าหากหมดเวรหมดกรรมก็จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์แต่ถ้ายังไม่หมดเวรหมดกรรมคนเหล่านั้นก็จะต้องไปชดใช้กรรมต่อในรูปแบบของผีกระสือที่จะต้องมากินของเน่าของเสียนั่นเอง

ซึ่งตรงจุดนี้มันก็ยังได้มีอีกความเชื่อหนึ่งที่เกี่ยวกับกระสือนั่นก็คือจริงๆแล้วกระสือมันคือวิชามนต์ดําของขลังชนิดหนึ่งที่ว่ากันว่าบางคนได้ใช้วิชามนต์ดำของขลังจนมากเกินไปแล้วได้ทำให้วิชาเหล่านั้นได้กลับย้อนเข้ามาหาตัวเองจนทำให้ตัวเองนั้นได้เป็นปีกระสือในที่สุดนั่นเอง

โดยในข้อมูลตรงนี้มันค่อนข้างที่จะน่าสนใจมากเพราะจากที่เราได้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของความเชื่อเรื่องพวกมนต์ไสยมนต์ดำมาปรากฏว่ามันได้มีวิชาของผีกระสืออยู่จริงๆด้วยและตรงนี้มันก็ได้มีประวัติค้นพบเจอที่กี่ยวกับผีกระสืออยู่เยอะมากมาย

นอกจากนี้จากหลักฐานที่เราได้ทำการรวบรวมมาหลักๆมันจะมีอยู่สองหลักฐานด้วยกันนั่นก็คือเรื่องของหลักฐานในรูปแบบของการบอกเล่ากับหลักฐานได้รูปแบบของภาพหรือวีดีโอนั่นเอง

โดยตรงจุดนี้เราขอแยกเป็นสองอย่างก่อนถ้าหากว่ามันเป็นหลักฐานในรูปแบบของเรื่องเล่าจะสามารถหาอ่านหรือสอบถามกับคนที่อยู่ต่างจังหวัดได้แล้วเราก็ได้ไปหาอ่านจากคนที่เราได้แชร์ประสบการณ์ว่าแต่ละคนนั้นได้ไปเจอในรูปแบบไหนมาบ้างฃ

ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่จะเจอมาในรูปแบบลักษณะคล้ายและใกล้เคียงกันหมดเลยในตอนแรกเราได้คิดในใจว่าเรื่องนี้มันอาจจะเป็นเรื่องที่ได้ทำการแต่งขึ้นมาก็เป็นได้แต่เราได้นึกขึ้นมาได้ว่าเพื่อนเราที่เคยอยู่ต่างจังหวัดและเคยเป็นคนที่เจอผีกระสือมาก่อน

จากนั้นเราก็เลยไปสอบถามกับเพื่อนคนนี้ว่าจริงๆแล้วเขานั้นได้ไปพบเจอผีกระสือมาจริงๆหรือไม่เพื่อนเราคนนี้เขาได้ยืนยันกับตัวเองเลยว่าเขาได้เจอผีกระสือมาจริงๆ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรีได้เงินจริง

ตำนานตั๋งโต๊ะกับลิโป้

สำหรับ ลิโป้ ตอนเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่โด่งเด่นเป็นอย่างยิ่งเลยก็ตอนที่ ลิโป้ นั้นได้เข้ามาทำงานกับ เต๊งหงวน ที่เป็นเจ้าเมืองของ เต็งจิ๋ว คือต้องบอกแบบนี้ว่า เต๊งหงวน รัก ลิโป้ มากแล้วก็เป็นพ่อบุญธรรมของ ลิโป้ด้วยแต่ว่าเมืองที่ เต๊งหงวน อยู่ชื่อเมืองเต็งจิ๋งเป็นเมืองเล็กๆไม่ใหญ่มากแล้วก็ไม่ได้มีบทบาทอะไรมากมาย

ซึ่งก็ทำให้ ลิโป้ ที่เป็นลูกน้องแล้วก็ลูกบุญธรรมของเจ้าเมืองก็ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักกันมากนักแต่ว่าชื่อเสียงของ ลิโป้ เป็นที่รู้จักกันมากก็ตอนที่ ลิโป้ นั้นทำหน้าที่พิทักษ์รักษา เต็งหงวน จากการที่ ตั๋งโต๊ะ จะพยายามเข้าไปทำร้าย เต็งหงวน คราวเมื่อ เต๊งหงวนได้ไปขัดขวางในการกระทำครั้งใหญ่ของ ตั๋งโต๊ะ ที่จะทำการปลด จักรพรรดิ ฮั่นเซ่าตี้ ออกจากการเป็นฮ่องเต้

นอกจากนี้ ตั๋งโต๊ะ ก็ได้มีความประสงค์ที่จะตั้ง ตันลิวอ๋อง หองจูเหียบ ที่เป็นพระอนุชาของอค์จักรพรรดิฮั่นเซ่าตี้ให้ได้ขึ้นมาครองราชย์แทนและด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการประกาศศักดาให้มองเห็นว่าใครเป็นคนที่ใหญ่จริงใครเป็นคนที่มีอำนาจถึงขนาดที่เรียกได้ว่าปลดฮ่องเต้เลยก็ว่าได้

แต่อย่างไรก็ตามหลังจาก ตั๋งโต๊ะ ผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดินก็มองเห็นว่าในการประสงค์ที่จะตั้งฮ่องเต้ด้วยตนเองมีเพียง ลิโป้ ที่เป็นลูกบุญธรรมของเต๊งงวนเท่านั้นที่จะเป็นคนที่ขัดขวางตัวเองจากเป้าหมายที่ตัวเองได้วางเอาไว้ได้

ดังนั้น ตั๋งโต๊ะ จึงได้ทำการวางแผนกับบรรดาที่ปรึกษาแล้วก็ทหารฝ่ายของตัวเองว่าจะทำยังไงดีที่จะกำจัดลิโป้ให้พ้นทางให้จงได้เพราะว่าลิโป้แข็งแกร่งมากจริงๆแล้วถือได้ว่าเป็นเครื่องกีดขวางสำคัญต่อการก้าวต่อไปในชีวิตของ ตั๋งโต๊ะในการเจริญก้าวหน้าแล้วก็ในชีวิตการทำงาน

เนื่องจากนี้ตั๋งโต๊ะก็ได้ทำการส่ง ลิซก ที่เป็นคนบ้านเดียวกันกับ ลิโป้ ให้เข้าไปทำการเจรจา ลิโป้ รวมถึงมีการติดสินบน ลิโป้ และ ม้าเซ็กเธาว์ก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสินบนที่ ตั๋งโต๊ะ ได้ฝากให้ ลิซก ไปเจรจาด้วย

นอกจากนี้การที่ ลิซก ไปเจรจาเพื่อที่จะให้ ลิโป้ นั้นย้ายพวกย้ายข้างก็ถือว่าเป็นการสกัดไม่ให้ ลิโป้ นั้นเข้ามาช่วยเหลือ เต๊งหงวน อีกต่างหากแล้วแถม ลิโป้ จะย้ายข้างก็เพิ่มความแข็งแกร่งทำให้งานของ ตั๋งโต๊ะ มีความง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย 

สิ่งที่กุนซืออย่าง ลิยู รวมถึงทหารอย่าง ลิซก ได้ให้คำปรึกษาก็เรียกได้ว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวแล้วก็ได้นกถึงสองตัวกันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  betbb

ตำนานคำสาปแช่ง แห่งเมืองหนองหารจังหวัดอุดรธานี 

          มีเรื่องราวเล่าต่อกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษว่าแต่เดิมทีนั้นเมืองหนองหานนั้นได้ถูกคำสาปแช่งจากผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขานั้นถูกทำร้ายต้องตายอย่างไม่เป็นธรรมดังนั้นก่อนที่เขาจะตายเขาจึงได้สาปแช่งคนในเมืองหนองหานเพื่อหวังจะคลายความโกรธแค้นให้กับตนเองโดยตำนานการสาปแช่งของเมืองหนองหานนี้มีการเล่าถึงชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งโดยเขามีชื่อว่าเชียงงามเขาเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีที่สุด

และไม่ว่าผู้หญิงคนไหนได้เห็นหน้าตาของเชียงงานต่างก็พากันตกหลุมรัก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหญิงโสดหรือหญิงหม้ายหรือแม้แต่หญิงที่แต่งงานแล้วก็พากันมาเอาอกเอาใจชายหนุ่มคนนี้กันเป็นอย่างมากซึ่งหลังจากที่เขาเริ่มโตเป็นหนุ่มพ่อของเชียงงามก็ได้มีการส่งเชียงามให้ไปทำการบวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นวัดที่อยู่แถบทางชานเมืองอย่างไรก็ตามเมื่อหญิงสาวทั้งหลายต่างรู้ว่า เชียงงามไปบวชเป็นสามเณรต่างก็พากันเดินทางไปถวายอาหารให้กับสามเณรเชียงงามกันทุกวันจนถึงวัยที่เชียงงาม

มันก็จะไปนั้นจะต้องบวชเป็นพระ พ่อของเชียงงามนั้นให้เชียงงามสึกออกมาอยู่ที่บ้านเป็นการชั่วคราวก่อนเมื่อหญิงสาวทั้งหลายรูเข้าต่างก็พากันมาที่บ้านของเชียงงามและนำเข้าของมาให้เชียงงามกันทุกวัน ทำให้สามีของผู้หญิงเหล่านั้นเกิดอาการไม่พอใจที่ภรรยาของตนนั้นมันหลงชายหนุ่มรูปงามจึงได้พากันไปร้องเรียนกับท่านเจ้าเมืองหนองหาน

ซึ่งท่านเจ้าเมืองเองก็ได้สั่งให้ทหารนั้นมาจับกุมตัวเชียงงามและเมื่อไปถึงท่านเจ้าเมืองก็ไม่ได้สืบสาวราวเรื่องให้ดีว่าเรื่องราวนั้นเป็นมาอย่างไรโดยเจ้าเมืองหนองหานนั้นได้ตัดสินใจสั่งให้ทหารนั้นประหารชีวิตของเชียงงามแล้วนำหัวของใช้งานนั้นไปเสียบประจานที่หน้าเมืองโดยมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะความรูปหล่อของเชียงงามเอง

โดยเชียงามนั้นมั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ความผิดของตนเองเขาจึงได้อาฆาตแค้นและเขาได้สาปแช่งเจ้าเมืองหนองหานก่อนที่เขาจะตายว่า ก็ขอให้คนในเมืองน้องทานนั้นไม่มีความอยู่เย็นเป็นสุขบ้านเมืองเจอแต่เรื่องทุกข์ยากเพราะเขาตายทั้งที่เขานั้นบริสุทธิ์โดยยังบอกอีกว่าหากว่ามีโอกาสเจริญรุ่งเรืองเมื่อไหร่ก็ขอให้เจริญแค่เพียงแป๊บเดียวแล้วก็กลับมาตกต่ำอีกครั้งหนึ่งซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาคำสาปแช่งของชายหนุ่มก็ส่งผลให้เมืองหนองหารนั้นเป็นเมืองที่ความเจริญยังไม่เข้าถึงตราบจนทุกวันนี้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

อสังหาริมทรัพย์พรพรหม พาราไดซ์ 

สวนน้ำชื่อดังที่ได้ถูกปิดตัวลงไปแล้วที่จังหวัดเชียงใหม่สถานที่แห่งนี้ได้มีชื่อว่า สวนสนุกพรพรหม พาราไดซ์ หลังจากที่ได้ปิดตัวไปแล้วมันก็จะค่อยๆรกร้างและโทรมลงเรื่อยๆมันจึงได้ทำให้สถานที่แห่งนี้มันได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งจุดที่จะเข้ามาทำการสำรวจในเรื่องลี้ลับว่ากันว่าในคืนวันพระใหญ่เฉพาะวันออกพรรษาในช่วงดึกๆ

มักจะมีเสียงกระโดนน้ำหรือโลยตัวสไลเดอร์ลงมาบ้างก็ว่าได้ยินเสียงหัวเราะสนุกสนานดังขึ้นโดยบริเวณรอบๆของสวนน้ำแห่งนี้แต่ในความจริงเราได้มองว่าเรื่องน่ากลัวๆหรือในเรื่องเล่าต่างๆมันมักจะชอบเกิดขึ้นในพื้นที่น่ากลัวๆหรือเป็นสถานที่รกร้างได้บ่อยมากเหมือนอย่างที่ใครๆหลายคนได้พูดว่ามักจะเจอผู้หญิงผมยาวใส่ชุดขาวในสถานที่แห่งนั้น

โครงการพรพรหม พาราไดซ์ที่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่สวนสนุกแต่นี่มันคือโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในโครงการนี้จะขายที่ดินเป็นแปลงๆ สำหรับเอาไว้ปลุกบ้านตามที่ต้องการ ซึ่งในสมัยก่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังที่จะเติบโตไปทั่วประเทศ ซึ่งในยุคนั้นอสังหาริมทรัพย์ก็ได้รับความนิยมพอสมควรเลยที่เราได้เห็นกันในส่วนของสไลเดอร์นั่นก็คือสระน้ำในสโมสรส่วนกลางในพื้นที่แห่งนี้นี่เอง

แต่ก็เปิดให้คนนอกได้เข้ามาร่วมใช้บริการร่วมด้วยได้ ที่จริงสถานที่แห่งนี้ที่ปิดลงไปเพราะว่าพิษของเศรษฐกิจล้วนๆส่วนที่อยู่ด้านหน้าที่ได้เปิดขายของอสังหาริมทรัพย์ก็ขาดทุนเพราะว่าไม่มีคนเข้ามาซื้อจึงไม่สามารถที่จะทำให้ธุรกิจนี้เดินหน้าต่อไปได้พอมันไม่สามารถที่จะเดินทางต่อไปได้แล้วสถานที่แห่งนี้มันก็ได้ถูกปิดตัวลงไป

เมื่อสถานที่แห่งนี้มันได้ถูกปิดตัวลงไปแล้วมันก็ไม่มีใครที่จะเข้ามาทำให้สถานที่แห่งนี้กลับมาสวยงามอีก นอกจากสววนน้ำแล้วที่มันได้เป็นไฮไลท์ก็ยังมีสโมสรกอล์ฟและก็มีค่ายลูกเสืออีกด้วย ซึ่งหลายๆคนตอนเด็กๆก็เคยไปที่ค่ายลูกเสือแห่งนี้

ปัจจุบันในพื้นที่แห่งนี้พรพรหม พาราไดซ์ ก็ได้ประกาศขายกิจการอยู่ในตอนนี้หากใครมีเงินทุนสามารถเข้าไปซื้อได้พรพรหม พาราไดซ์ ราคา5.5ล้านบาท พื้นที่แห่งนี้มีเนื้อที่กว้างกว่า180ไร่มีทั้งสวนสนุกห้องพักห้องประชุมสนามกอล์ฟแต่ว่าสถานที่แห่งนี้มันค่อนข้างที่จะอยู่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่อยู่พอสมควรและนี่มันอาจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ที่สถานที่แห่งนี้ได้ปิดตัวลงไปเพราะว่ามันได้อยู่ไกลจากตัวเมืองจึงไม่ค่อยมีใครมากเท่าไหร่แต่ยังได้ทุกคนที่ได้อ่านเรื่องนี้ก็โปรดใช้วิจารณญาณกันด้วยซึ่งในทุกๆเรื่องมันชอบจะมีตำนานที่ซ่อนเอาไว้อยู่

 

สนับสนุนโดย  entaplayทางเข้า

การค้นพบสิ่งปริศนาที่หาสาเหตุไม่ได้ของ หินชาแมน และ OOPARTS

วัตถุทะลุเวลากับการไขปริศนาลึกลับแห่งยุคโบราณOOPARTSได้มีความหมายถึงสิ่งประดิษฐ์โบราณหรือวัตถุเก่าแก่ที่มันไม่น่าจะมีอยู่ในช่วงประวัติศาสตร์ในยุคของสมัยนั้นๆโดยได้มีผู้ที่สือความหมายของOOPARTSเอาไว้อยู่มากมายอย่างเช่นวัตถุโบราณปริศนาวัตถุเหนือยุควัตถุเหนือกาลเวลาวัตถุลึกลับแห่งโลกยุคโบราณส่วนในประเทศญี่ปุ่น

ก็ได้มีผู้ได้ให้ความหมายว่ามรดกแห่งโบราณยุคประวัติศาสตร์หรือสำหรับผู้คนในบางกลุ่มที่ไม่มีความเชื่อว่าโลกมันได้มีอยู่หลายมิติ ซึ่งมันได้ทับซ้อนกันอยู่OOPARTSมันได้เป็นหลักฐานที่มันได้แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงกันระหว่างโลกปัจจุบันกับโลกต่างมิติหรือในบางคนก็ยังได้เชื่อมั่นอีกว่าวัตถุลึกลับเหล่านี้มันได้เป็นร่องรอยของการมาเยือนของพวกมนุษย์ต่างดาว

แต่อย่างไรก็ตามวัตถุหรือสิ่งประดิษฐ์ต่างๆเหล่านี้ก็ได้ทิ้งสิ่งที่เป็นปริศนาให้แก่มนุษย์มาเป็นระยะเวลายาวนานแต่เมื่อวันเวลาผ่านไปได้กลับมาหลายกรณีที่มนุษย์สามารถไขปริศนาความลึกลับเหนือกาลเวลาได้สำเร็จอย่างเช่นวัตถุลึกลับที่ได้มีส่วนผสมของโลหะซิลิก้าและแร่ธาตุอื่นๆมันได้ถูกค้นพบโดยคนงานที่ทำงานอยู่ในเหมืองขนาดเล็กของประเทศแอฟริกาใต้เมื่อกว่า3ทศวรรษที่แล้ว

ซึ่งวัตถุลึกลับชนิดนี้ได้เป็นวัตถุผสมโลหะทรงกลม ซึ่งก็ยังไม่ทราบถึงแหล่งที่ของมันหรือต้นกำเนิดมันได้มีขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งถึงสองนิ้วจากการตรวจสอบด้วยการหาอายุวัตถุมันจึงได้ทำให้เราได้รู้ว่ามันได้มีอายุถึง2,800ถึง3,000ล้านปี ซึ่งมันได้อยู่ในยุค พรีแคมเรียนในยุคต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำแต่แม้แต่มนุษย์ก็ยังไม่ได้ปรากฎขึ้นมายังโลก

มันจึงจะไม่น่าจะมีวิทยาการใดๆที่จะใช้ความร้อนหล่อหลอมโลหะให้มันเกิดเป็นรูปทรงกลมเช่นนี้ได้แต่ต่อมาในยุคปัจจุบันนักธรณีวิทยาได้ทำการตรวจสอบและได้ยื่นยันแล้วว่าวัตถุผสมโลหะลึกลับนี้ ถึงแม้ว่ามันจะมีอายุประมาณ3,000ล้านปี จริงแต่มันก็ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์จากฝีมือมนุษย์แต่อย่างใดเพราะลักษณะรูปร่างโครงสร้างและองค์ประกอบต่างๆ

ที่มันดูคล้ายกันมากกับหินหินชาแมนที่ได้มีการค้นพบเพียงแต่วัตถุลึกลับชิ้นนี้ได้ผ่านอายุสภาพที่ยาวนานมากกว่าเท่านั้นเองหรือมันอาจจะต้องแปลกใจมันก็อาจจะอยู่ที่องค์ประกอบขอมันที่ดูคล้ายคลึงกับวัตถุทรงกลมที่อยู่บนชั้นหินของดาวอังคารที่ได้ถูกค้นพบในปี2014เป็นอย่างมาก ซึ่งวัตถุทรงกลมบนชั้นหินของดาวอังคารนี้มันได้ถูกเรียกว่าบลูเบอรี่ดาวอังคารที่มันยังได้เป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้

 

สนับสนุนโดย  next88 pantip

เหตุการณ์เพลิงโรงงานตุ๊กตาจังหวัดนครปฐม

หลังจากที่ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานตุ๊กตาแห่งนี้ก็ได้มีผู้ที่ไม่หวังดีได้แอบเข้าไปขโมยตุ๊กตาภายในโรงงานแห่งนี้ที่พึ่งจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ไปเองนำเอาออกมาให้ลูกหลานได้เล่นกันบางรายก็นำเอาไปขายแต่ทุกๆรายที่ได้นำเอาไปก็จะต้องนำเอากลับมาคืนที่โรงงานตุ๊กตาทุกตัวบางรายก็บอกว่าอยู่ดีๆตุ๊กตามันก็สามารถขยับขึ้นมาเองได้

อีกทั้งบางรายก็ยังได้พบอีกว่าได้กลิ่นเหม็นไหม้ออกมาจากตุ๊กตาช่วงที่ได้มีการเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานใหม่ๆชาวบ้านบางรายถึงขั้นเห็นว่าได้มีตุ๊กตาได้เดินข้ามถนนไปมาชาวบ้านว่ากันว่าโรงงานแห่งนี้เฮี้ยนมากๆไม่เพียงแต่เกิดเหตุแต่เรื่องของตุ๊กตาเท่านั้นว่ากันว่าคนขับรถสองแถวประจำทางก็ถูกผีหลอกเหมือนกัน

ซึ่งในเหตุการณ์วันนั้นเขาได้เล่าให้ฟังว่าเขาได้เห็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่ได้แต่งกายสวมชุดยูนิฟอร์มของโรงงานเขาจึงได้จอดรถรับหลังจากนั้นเขาก้ได้ขับรถไปชักระยะแต่เขากับนึกขึ้นได้ว่าตรงจุดที่เขาได้ไปรับหญิงสาวคนเมื่อกี้มันได้เป็นสถานที่โรงงานที่พึ่งเกิดไฟไหม้ไปนี่เองและเขาก็ไม่ได้เปิดกิจการมานานแล้วด้วยและหญิงสาวที่ได้ขึ้นมาบนรถของเราเป็นใครกันเสียงกริ่งได้

ดังขึ้นมาก่อนและจึงได้หยุดรถและได้หันด้านกระจกหลังปรากฏว่าพนักงานที่ได้ขึ้นมาบนรถก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยมากๆแต่เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวได้ผ่านไป โรงงานแห่งนี้เขาก็ได้กลับมาเปิดโรงงานกิจการของเขาอีกครั้งหนึ่งได้เป็นการเริ่มทำธุรกิจตุ๊กตาใหม่อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่นั้นไป

เมื่อโรงงานได้ดำเนินกิจการขึ้นมาใหม่ก็จริงแต่เรื่องราวสุดสยองขวัญมันยังคงอยู่และมันยังไม่ได้ไปไหนว่ากันว่าแล้วถึงโรงงานแห่งนี้มันจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ก็ตามแล้วมันก็ยังได้มีพนักงานที่ได้พบเห็นเรื่องราวแปลกๆได้เกิดขึ้นที่โรงงานอยู่บ่อยครั้งอาทิเช่นได้มีพนักงานได้เล่ากันว่าคืนวันนั้นเขาได้เข้าไปในห้องน้ำในโรงงานและในช่วงนั้นได้เป็นเวลากลางคืนในระหว่างที่เขาได้ทำธุระของเขา เมื่อเขาเสร็จธุระแล้วเขาก็ได้มาหยุดอยู่ตรงที่อ่างล้างหน้าหลังจากที่เขาได้ล้างมือเสร็จเขาก็ได้หันหน้าขึ้นมามองกระจกจากนั้น

เขากลับตกใจ เมื่อได้พบว่าเขาได้เห็นคนที่อยู่ในกระจกประมาณ10คนไปยืนอยู่เต็มข้างหลังเขาเลยทีเดียวและด้วยความตกใจเขาจึงได้หันกลับไปดูแต่กลับได้พบว่าในห้องน้ำนั้นไม่มีใครนอกจากเขาเลยแม้แต่ รปภ. ที่ได้เฝ้าอยู่ที่โรงงานแห่งนั้นก็พบเจอแต่เรื่องหลอนๆทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  entaplay thailand

ตำนาน Chained Oak-ต้นโอ๊กที่ถูกล่ามโซ่

       ตำนานเกี่ยวกับต้นโอ๊คนี้เป็นตำนานเก่าแก่ของประเทศอังกฤษว่ากันว่ามีอายุมามากกว่า 200 ปีมาแล้วเป็นเรื่องราวอาถรรพ์และเกี่ยวกับเรื่องของการสาปแช่งเลยต้องออกที่เรากำลังจะพูดถึงกันอยู่ในขณะนี้ปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่ซึ่งตอนนี้ต้องเอาต้นนี้ถือว่าเป็นต้นโอ๊กที่เก่าแก่ที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านอัลตัน  ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของรัฐสแตฟฟอร์ดเชียร์ โดยต้นโอ๊กนี้จะขึ้นในอยู่ในป่า ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ  ตำนานเกี่ยวกับนัต้นโอ๊กนั้น เป็นตำนานต้องคำสาป

ซึ่งมีมาแต่โบราณโดยระบุว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นในช่วงคริสต์ศักราช 1830 ในตำนานนี้ที่พูดถึงครอบครัวตระกูล เอิร์ล ซึ่งสกุลนี้ถือได้ว่าเป็นตระกูลเก่าแก่และเป็นตระกูลขุนนางในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้เรื่องเล่ามีอยู่ว่าในขณะที่ เอิร์ล กำลังเดินทางออกจากที่ทำงานเพื่อจะไปที่บ้านของเขานั้นระหว่างทางเอิร์ล

ได้พบกับผู้หญิงแก่คนหนึ่งซึ่งเธอนั้นออกมายืนอยู่ริมถนนขวางรถม้าของเขาเอาไว้เลยเธอนั้นร้องขอเงินจากเอิร์ล ซึ่งเป็นเงินที่ไม่สูงมากนักเพียงแค่ประมาณ 1 เหรียญเท่านั้นแต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เอิร์ลทำนั่นก็คือเขาไล่หญิงชราคนนั้นไม่ให้มาขวางทางรถม้าของเขาอีกทั้งยังด่าทออย่างหยาบคายทำให้หญิงชราคนนั้นเกิดความไม่พอใจในที่สุดเธอ

ก็ได้เอ่ยคำสาปแช่งเอิร์ลออกมาด้วยคำสาปแช่งของเธอนั้นเป็นการสาปแช่งตระกูลของเอิร์ล เลยก็ว่าได้เพราะว่าหญิงชายคนนั้นบอกว่านับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปถ้าหากต้นโอ๊กที่อยู่ข้างทางตอนนี้มีกิ่งหักลงมาเมื่อไหร่จะส่งผลให้คนในครอบครัวของเอิร์ล คนใดคนหนึ่งนั้นจะต้องเสียชีวิตลงและทุกครั้งที่กิ่งของต้นโอ๊กก็จะมีคนเสียชีวิตทุกครั้งโดยคนนั้นจะเป็นคนในตระกูลของเอิร์ล  ทั้งสิ้นและแน่นอนว่าเอิร์ล ไม่เชื่อเรื่องนี้อยู่แล้วเขาจึงได้เดินทางกลับบ้านแต่อย่างไรก็ตามในคืนวันนั้นเอง

อยู่ๆคนในครอบครัวของเอิร์ล ก็เสียชีวิต 1 คนซึ่งรับไปดูที่ต้นโอ๊คแล้วปรากฏว่าในคืนนั้นมีพายุโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงทำให้กิ่งโอ๊คนั้นหักออกมา 1 กิ่งซึ่ง เอิร์ล ไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอนว่าจะเป็นเพราะคำสาปแช่งแต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเป็นต้นมาทุกครั้งที่มีต้นโอ๊กหักก็จะมีคนในตระกูลของเอิร์ล เสียชีวิตทำให้เอิร์ล

เรื่องเสื้อกับคำสาปแช่งนั้นจึงสั่งให้คนงานนำโชคขนาดใหญ่ไปมัดต้นโอ๊กเอาไว้เพื่อมิให้ กิ่งของต้นโอ๊กก็ลงมานั่งเองปัจจุบันนี้มีนักท่องเที่ยวหลายคนต่างก็พากันเดินทางไปดูต้นโอ๊กวันนี้ซึ่งลักษณะของต้นยังคงมีโซ่เก่าแก่ของอยู่และที่สำคัญบริเวณรอบต้นโอ๊กนั้นก็จะมีการทำทางเดินซึ่งเป็นม้าหินขึ้นไปสู่นักต้นโอ๊กต้นดังกล่าว  ตำนานเก่าแก่นี้ก็ยังคงมีการเล่าขานกันอยู่เรื่อยมา

ซึ่งนักท่องเที่ยวที่พากันเดินทางไปเที่ยวที่นี่ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขานั้นเชื่อเกี่ยวกับเรื่องตำนานนี้อย่างแน่นอนเพราะเมื่อเขาเดินทางไปเห็นโซ่เก่าแก่ที่คล้องอยู่กับต้นไม้เขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของต้นไม้ต้นนี้ราวกับว่ามันไม่อยากให้ใครไปเข้าใกล้มันนั่นเอง

 

สนับสนุนมาจาก  entaplay

ตำนาน เชียงใหม่กับชายรูปงามแห่งเมืองหนองหาร จังหวัดอุดรธานี 

          สำหรับตำนานนี้ได้พูดถึงชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาดีเป็นที่ชอบพอของหญิงสาวไม่ว่าจะเป็นหญิงโสดหรือหญิงหม้ายหรือหญิงที่มีสามีแล้วก็ตามจนทำให้เขาต้องจบชีวิตลงจากความรูปหล่อของเขาโดยที่เขานั้นไม่มีความผิดเลยซึ่งเรื่องราวนี้เกิดขึ้นในสมัยโบราณในช่วงที่มีลาวอพยพเข้ามาอยู่ในตำบลหนองหารแห่งนี้ ซึ่งในสมัยนั้นเป็นที่อยู่ของหมู่บ้านเชียงงาม ในสมัยนั้นมีครอบครัวครอบครัวหนึ่งมีลูกชายที่หน้าตาน่ารักมากซึ่งเมื่อเขาถึงวัยเจริญเติบโตถึงคราวที่จะต้องบวช เขาจึงได้ให้ลูกชายนั้นบวชที่วัดแห่งหนึ่งเมืองแถวชานเมือง และด้วยความที่หน้าตาดีนี้เอง

ต่างพากันเดินทางมาเพื่อที่จะมาทำบุญที่วัดแห่งนี้โดยส่วนใหญ่ก็มักจะมาทะเลาะเบาะแว้งกันเพื่อต้องการที่จะเอาใจสามเณรรูปงามองค์นี้ ต่อมาถึงกำหนดที่สามเณรนั้นจะต้องบวชเป็นพระด้วยสมัยโบราณนั้นหากเณรสึกออกมาจากการเป็นเณรแต่ยังไม่ได้บวชเป็นพระ จะเรียกกันว่าเชียง และด้วยที่สามเณรองค์นั้นมี รูปร่างหน้าตาที่งดงามทำให้เขาถูกเรียกว่าเชียงงาม

  หลังจากที่สาวๆรู้ว่าเชียงงามนั้นกลับมาอยู่ที่บ้านแล้วต่างก็พากันเดินทางมาที่บ้านของเชียงใหม่รามโดยพากันมาทะเลาะตบตีแย่งเพื่อที่จะปฏิบัติเอาใจเชียร์งามซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีเจ้าแม่เมืองของเมืองเชียงรายร่วมอยู่ด้วย ผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นหญิงโสดหรือหญิงที่มีสามีแล้วต่างก็พากันที่มาบ้านของเชนงามเพื่อมาเอาอกเอาใจเชรียงงามกันจนเป็นเหตุให้สามีของหญิงสาวเหล่านั้นต่างก็พากันไม่พอใจ

และบรรดาสามีของหญิงสาวเหล่านั้นต่างก็พากันลงตัวไปฟ้องเจ้าเมืองหนองหานบอกว่าเชียงงามนั้นมาแย่งภรรยาของตนเอง ทำให้ครอบครัวของพวกเขานั้นเดือดร้อนจนเป็นสาเหตุให้เจ้าเมืองหนองหานได้มีการเรียกเชียงงามเข้าพบ และมาสอบสวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยเชียงงามนั้นได้มีการปฏิเสธไปว่าตนเองนั้นไม่ได้มีการล่อลวงให้หญิงคนไหนมาปรนนิบัติพัดวีแต่ว่าผู้หญิงเหล่านั้น

เดินทางมาหาตนเองและนำเข้าของมาให้ตนเอง แต่เจ้าเมืองหนองหานนั้นไม่ยอมฟังคำอธิบายของเชียงงามโดยมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิดของเชียงงามจึงให้เพชฌฆาตมาทำการตัดหัวของเชียงงามไปเสียบประจาน เพราะเจ้าเมืองหนองหานมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนในขณะที่เพชฌฆาตกำลังจะตัดคอเชียงงามนั้น

เขาได้ตะโกนสาปแช่งเจ้าเมืองหนองหาน และผู้คนในเมืองหนองหานให้ทุกคนนั้นไม่มีความเจริญรุ่งเรืองเนื่องจากว่าเขาต้องมาเสียชีวิตทั้งที่ตัวเขาเองนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยระบุว่าถ้าหากเมืองหนองหารนั้นมีความเจริญก็ขอให้เจริญแค่แป๊บเดียวแล้วก็กลับมาล่มจมอีก และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาคำสาปแช่งของเชียงงามก็กลายเป็นเรื่องจริงเพราะเมืองหนองหานนั้นทุกวันนี้ก็ยังไม่เจริญรุ่งเรืองเท่าที่ควรนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  next88

ตำนานเรื่องยักษ์มันมีจริงหรือว่าเป็นเรื่องแต่งขึ้นมา?

ตามข้อมูลที่เราได้ไปศึกษามาในเรื่องของยักษ์นั้นว่ามันยังมีอยู่อีกหรือเปล่าบนโลกของเรา ซึ่งเราตอบได้เลยว่ามันยังมีอยู่จริงๆและมันก็ยังได้มีอยู่อีกเยอะมากแต่คำว่าเยอะตรงส่วนนี้มันจะมีทั้งคำว่าของจริง และ ของปลอม และอีกอย่างหนึ่งที่เราได้มีความสนใจมันมากที่สุดนั่นก็คือมันยังได้มีอันที่ยังสรุปไม่ได้และไม่สามารถบอกได้ด้วยว่ามันได้เป็นของจริงหรือของเปล่าอยู่ ซึ่งตรงจุดนี้เราก็จะขอแยกออกมาเป็นทีละอย่างกันก่อนถ้าเราได้เอาของจริงที่เขายืนยันแล้วว่ามันได้มีการพบเจอได้มีการค้นพบกันจริงๆนั่นก็คือ หลักฐานรอยฟอสซิลที่มันได้มีอายุขัยมากกว่าหลักร้อยปี

ถ้าจะเอาตามข้อมูลที่เราได้ไปหามาแล้วเขายังได้บอกเอาไว้อีกว่าในปี1952นายสตอฟเฟล โคเอตซี ซึ่งได้เป็นนายพรานที่กำลังออกล่าสัตว์ป่าอยู่ใน ณ เวลานั้นเขาได้ไปเจอฟอสซิลที่เป็นรอยเท้าขนาดใหญ่อยู่ภายในป่าที่เขานั้นได้เข้าไปล่าสัตว์และเขาได้ไปแจ้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้เข้ามาทำการตรวจสอบเพื่อที่จะได้พิสูจน์ว่าหลักฐานชิ้นนี้มันได้เป็นซากฟอสซิลโบราณหรือเปล่าหรือมันได้เป็นเพียงสิ่ง

ที่ทุกคนนั้นได้จัดทำมันขึ้นมา ซึ่งรอยเท้าตรงนี้หลักจากที่ได้มีการตรวจสอบจริงๆปรากฎว่ารอยเท้าขนาดยักษ์ที่ได้มีรูปร่างรอยเท้าเหมือนมนุษย์ตรงนี้มันได้เป็นของจริงและมีอายุมากกว่า50ล้านปี ซึ่งตรงนี้เราได้เชื่อเลยว่ามันไม่น่าจะมาเป็นของปลอมอย่างแน่นอน

ถ้าไม่ได้มีการเข้ามาเปลี่ยคําวินิจฉัยหรือได้มีการเปลี่ยนแปลงผลพิสูจน์เราก็ยังเชื่อว่ารอยเท้าอันนี้มันน่าจะเป็นรอยเท้าของมนุษย์ในยุคดึกดำบรรพ์ ส่วนหลักฐานที่สองที่เราได้พูดถึงไปนั่นก็คือหลักฐานปลอม ซึ่งหลักฐานปลอมตรงนี้มันได้มีอยู่เยอะมากๆเท่าที่เราได้ไปศึกษาหามาโดยส่วนใหญ่แล้วมันจะเป็นหลักฐานในรูปแบบของโครงกระดูกขนาดใหญ่ที่ได้มีการถ่ายรูปมาแล้ว

มีการแชร์ลงในโลกอินเตอร์เน็ตหรือลงบนเว็บไซค์ต่าๆว่ากันว่าหลักฐานต่างๆเหล่านี้มันได้เป็นการสร้างเรื่องกันขึ้นมาแล้วทำให้มันดูเหมือนว่ามันได้เป็นของจริงยกตัวอย่าง เมื่อ3-4ปีที่แล้วถ้าใครจำได้มันจะมีข้อความหนึ่งที่ทางฝรั่งนั้นที่เขาได้มีการแชร์กันมาที่คนไทยได้มีการแชร์กันต่อเยอะแยะมากมายมันคือเรื่องของโครงกระดูกที่มันได้มีอายุมากกว่า9พันปีและมันได้เป็นโครงกระดูกที่มันได้เป็นรูปร่างคนแต่มันได้มีขนาดที่ใหญ่มากๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บา คา ร่า sagame