Caravaggio

Caravaggio

มีจิตรกรผู้โด่งดังคนหนึ่งในช่วงปี 1952 โดยชื่อของเขานั้นก็คือ Caravaggio เขานั้นได้มีการเดินทางมายังกรุงโรมประเทศอิตาลี เพื่อเข้ามาสู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขา และชีวิตใหม่ที่คาดหวังของเขานั้นก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังและราบรื่นสักเท่าไหร่นักโดยในช่วงชีวิตของเขานั้นก็ได้มีการเผชิญกับโรคเจ็บป่วยเพราะระหว่างการเดินทางนั่นเองเขาได้ประสบกับอาการป่วยอย่างหนักและทำให้เขาต้องหยุดเดินทางเพื่อรักษาตัว

และอาศัยอยู่ที่ซานตามาเรีย เป็นระยะเวลานานถึง6เดือนเลยทีเดียว และหลังจากที่เขานั้นมีการพักรักษาตัวเขาก็ได้มีการสร้างสรรค์ผลงานและทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นกับผลงานภาพเหมือนอย่าง Sick Bacchus ซึ่งเป็นภาพวาดที่เหมือนกับตัวของเขานั้นเอง

โดยภาพวาดนั้นที่เขาได้มีการสร้างสรรค์โดยการวาดและสีผิวที่เขาได้วาดนั้นจะเป็นสีผิวที่แทบจะออกเป็นสีเหลืองและจากสีผิวนั้นเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอาการป่วยของโรคที่เขานั้นเป็นอยู่นั่นก็คือโรคดิซาน ที่ทำให้เขานั้นทรมานและต้องหยุดพักเพื่อรักษาตัวนั่นเอง

โดย Bacchus นั้นเป็นชื่อของสิ่งที่เป็นตำนานของชาวโรมัน โดย Bacchus นั้นได้ชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งไวน์ส่วนอาการเจ็บป่วยที่อาจจะเป็นโรคดิซานนั้นหรือพิษสุราเรื้อรังนั้น Caravaggio เลยได้มีการใช้ตัวเองนั้นเป็นแบบอาการป่วยและสภาพร่างกายที่เขานั้นกำลังเผชิญอยู่แบบนี้นี่แหละที่เหมาะสมและให้ความสมจริงกับการเป็นเทพเจ้าผู้ติดเหล้าจนมีอาการดังกล่าวเช่นเขาเหล่านี้ และก็ถือว่าการสร้างสรรค์ผลงานนี้ขึ้นมานั้นแสดงและสื่อถึงความภักดีอีกรูปแบบหนึ่งที่ศิลปินสักคนจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่เกี่ยวกับเทพเจ้าที่เขานั้นได้เคารพนับถือได้ออกมาอย่างสวยงาม

ไม่มีสิ่งที่บอกชัดเจนว่า Caravaggio นั้นสามารถวาดภาพนี้ออกมาในขณะที่เขากำลังป่วยจนเสร็จออกมาสวยงามและสมบูรณ์ได้อย่างไร ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างมาก เพราะในขณะที่เขานั้นป่วยเขาก็ยังคงรักและมีความคิดที่จะสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองออกมาให้ผู้คนได้ชมอย่างดีที่สุดด้วย อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า Caravaggio จะได้ลาลับจากโรคไปแล้วแต่สิ่งที่ยังหลงเหลือและเป็นสิ่งที่เขานั้นได้ถ่ายทอดเอาไว้ก็คือผลงานอันสวยงามและแผงไปด้ยความหมายที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู

และไม่เพียงผลงานที่ได้รับความนิยมและโด่งดังไปทั่วโลกอย่าง Sick Bacchus เพียงเท่านั้น เขายังได้สร้างผลงานที่น่าสนใจและก็เป็นผลงานที่ถือว่าได้รับความนิยมมากเช่นกันอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ศิลปะด้วยสีน้ำมันบนผ้าใบที่มีความสวยงามและเป็นสิ่งที่ถือว่าแปลกใหม่อย่างมาก ทำให้ Caravaggio นั้นยังคงเป็นชื่อมีการกล่าวขานอยู่เสมอในแวดวงศิลปะและยงควมีการจัดนิทรรศการเพื่อระลึกถึง Caravaggio อยู่เสมอด้วย

 

สนับสนุนโดย    aesexy

ประวัติจอมพล ป. พิบูลสงคราม

เผยชีวิตจอมพล ป. พิบูลสงคราม ตั้งแต่เกิด จอมพลเรือ จอมพลอากาศ แปลก พิบูลสงครามผู้ที่ได้มีชีวิตอยู่ในระหว่างวันที่14กรกฎาคม พ.ศ.2440 ถึง วันที่11มิถุนายน พ.ศ.2507 หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีไทยที่ดำรงแหน่งนานที่สุดคือ 15ปี24วัน รวม8สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายที่สำคัญคือการมุ่งพัฒนาประเทศไทยให้มีความเจริญรุ่งเรืองเท่าเทียมกับนานาอรัญประเทศได้มีการปลุกระดมให้คนไทยรู้สึกรักชาติได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลายอย่าง

ซึ่งในบางอย่างได้ประกาศให้เป็นกฎหมายในภายหลังหลายอย่างกลายเป็นวัฒนธรรมของชาติเช่นการรำวงก๋วยเตี๋ยวผัดไทเป็นผู้เปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทยและได้เป็นผู้เปลี่ยนเพลงชาติไทยมาเป็นเพลงที่เรานั้นได้ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังได้มีคำขวัญที่เรานั้นได้รู้จักกันเป็นอย่างดีของนายกรัฐมนตรีผู้นี้คือเชื่อผู้นำชาติพ้นภัยหรือท่านผู้นำไปไหนฉันไปด้วยและไทยอยู่คู่ฟ้าในสายตานักวิชาการประวัติศาสตร์การเมืองไทยส่วนหนึ่งได้เห็นว่า

จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นเผด็จการทางทหารที่ได้มีบทบาททางการเมืองสูงและให้ความสนใจกับความคิดที่ส่องไปในเชื้อชาตินิยม

ซึ่ง จอมพล  ป. พิบูลสงคราม ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่21มิถุนายน พ.ศ.2507 ในเวลาประมาณ20.30นาทีที่บ้านพักส่วนตัวชาญกรุงโตเกียวอายุได้เพียง67ปี 

ในวัยเด็ก จอมพล  ป. พิบูลสงคราม แปลกขีตสังคะ สำหรับชื่อจริงคำว่า แปลกนั้นเป็นเพราะว่าช่วงที่ได้เกิดมาครั้งแรกนั้นบิดาได้มองเห็นว่าหูของเขานั้นได้อยู่ต่ำไปกว่าตาของเขาทั้งสองข้างมันผิดไปจากบุคคลธรรมดาจากนั้นบิดาเขาก็เลยได้ตั้งชื่อให้ว่าแปลก แปลกขีตสังคะ ได้เกิดวันที่14กรกกฎาคม พ.ศ.2440 บิดาของเขานั้นชื่อนายขีดและมารดาของเขาชื่อนางสำอางในนามสกุลขีตสังคะ บ้านเกิดของเขาได้เป็นบ้านหลังใหญ่ขนาดสองชั้นที่ปากคลองบางเขนเก่าอยู่ตรงข้ามกับวัดปากน้ำไม่ห่างไปจากศาลากลางจังหวัดนนทบุรีและวัดเขมาภิรตารามอำเภอเมืองจังหวัดนนทบุรี

สำหรับอาชีพภายในครองครัวนั้นได้ทำอาชีพเกษตรกรรมปลูกสวนทุเรียนและผลไม้โดยเด็กชายแปลกขีดตะสังคะเขาได้เป็นบุตรคนที่สองทั้งหมดในพี่น้องทั้ง5คนและพี่ชายคนโตของเขานั้นมีชื่อว่านายประเกิคได้รับราชการทางทหารได้ยศพลตรีคนที่สามได้ชื่อเตีนคนที่สี่เป็นชายมีชื่อว่าปรุงและคนสุดท้ายแล้วชื่อนายคันชิตเข้ารับราชการทางทหารได้ยศพลตรี

นอกจากนี้ดานการศึกษาและการเข้าสู่อาชีพของทหารเด็กชายแปลกนั้นได้เข้าระบบการศึกษาครั้งแรกที่วัดวัดเขมาภิรตารามจังหวัดนนทบุรี เมื่อพ.ศ.2452

เหตุการณ์กบฏ ร.ศ.130

เมื่อวิถีที่เคยดำรงอยู่นับพันปีก็เริ่มสั่นคลอนความหวาดกลัวการเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นในหมู่ชนชั้นสูงของสยามโดยทั่วไปความขัดแย้งเหล่านี้เขมรเกลียวขึ้นทุกขณะก่อนถึงเช้าวันที่24มิถุนายน 2475 วันที่ดุลอำนาจในสังคมสยามพลิกผันอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน 

บริเวณหน้าวัดพนมยงค์แห่งนี้เมื่อราว100ปีก่อนเคยเป็นที่จอดเรือนแพของ นายเสียง พนมยงค์ บุตรคหบดีผู้รักชีวิตอิสระและการเผชิญโชคพร้อมทั้งนางลูกจันทร์ภรรยาทั้งสองได้ให้กำเนิดบุตรธิดารวม6คนหนึ่งในนั้นก็คือเด็กชาย ปรีดี 

ซึ่งเริ่มมาสนใจความเป็นมาของบ้านเมืองตั้งแต่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมครูในโรงเรียนที่สอนอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ท่านมักจะเล่าให้ท่านผู้ฟังเกี่ยวกับเรื่องของการเปลี่ยนแปลงในประเทศจีนสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาจะเป็นชุมชนที่มีลักษณะพิเศษก็ได้เพราะว่าแม้กระทั่งงิ้วที่วัดพนัญเชิงก็ยังได้เอาเรื่องของกบฏเอามาเล่นกันครูมักจะเล่าเรื่องนี้โยมกับเหตุการณ์ของโลกว่าบ้านเมืองทั่วโลกเวลานี้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือระบอบที่เคยมีผู้ปกครองเพียงคนเดียวเป็นระบอบประชาธิปไตย

เหตุการณ์กบฏ ร.ศ.130ได้เกิดขึ้นเมื่อ นายปรีดี มีอยู่เพียง12ปีแม้ความพยายามเปลี่ยนแปลงสยามสู่ประชาธิปไตยในครั้งนั้นจะต้องแลกด้วยชีวิตและอิสรภาพของกลุ่มแกนนำแต่สิ่งที่ได้เกิดขึ้นทดแทนคือนออนของประชาธิปไตยที่ค่อยๆเติบโตขึ้นทั่วผืนแผ่นดินรวมทั้งเรือนแพในริมน้ำหน้าวัดพนมยงค์แห่งนี้

นิสัยรักการผจญภัยทำให้นายเสียงไปบุกเบิกพื้นที่ทำกินผืนใหม่ ในเขตอำเภอวังน้อย จังหวัดสระบุรี ในปัจจุบันกระทั่งท้องทุ่ง

ซึ่งเต็มไปด้วยโขลงช้างป่าได้ตายลงไปเป็นเบ้าหลอมของความคิดของเด็กชายปรีดีอย่างสำคัญยิ่งในระยะต่อมาพื้นที่แห่งนี้อดีตเคยเป็นเรือนไม้ของครองครัวพนมยงค์รอบล้อมด้วยผืนนา200ไร่ที่ได้จากการบุกเบิกขับไล่โขลงช้างป่าคุณยายน้องได้เล่าให้ฟังว่านายปรีดีได้ความคิดเปลี่ยนแปลงการปกครองมาจากประเทศฝรั่งเศสคุณยายบอกแก่ไม่เชื่อเพราะว่าจริงๆแล้วพี่ชายของท่านมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านใหม่ตอนที่ได้เข้ามาอยู่ในท้องนาที่นี่

ท่านก็มักจะคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่คุยเรื่องปัญหาบ้านเมืองปัญหาอะไรต่างๆบอกว่าได้หายไปในท้องไร่ท้องนาทั้งวันจากนั้นพ่อของนายปรีดีก็ได้ใช้งานยอย่างหนักถามว่าเหนื่อยไหมเหนื่อยและยังอยากจะเรียนอยู่อีกหรือไม่เรียนและจะไปเรียนอะไร

ซึ่งเขาได้บอกว่าอยากเรียนกฎหมายหลังจากนั้นนายปรีดีก็ได้เข้าเรียนศึกษากฎหมายโรงเรียนกรวงธรรมการเมื่ออายุได้17ปีและสอบไล่วิชากฎหมายขั้นเนติบัณฑิตย์ได้ในอีก2ปีต่อมาก่อนได้ขัดเลือกจากกระทรวงยุติธรรม

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าdewabet

ยุคสยามใหม่ทำไมต้องเก็บเงินรัชชูปการในรัชสมัยรัชกาลที่6

เมื่อปี พ.ศ.2472ประชากรสยามมีประมาณ11ล้านคนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่ไม่ใช่เล็กๆแล้วแต่การใช้สิทธิหรือ การมีปากเสียงเพียงอย่างเดียวของราษฎรก็คือการถวายฎีกาให้พระเจ้าอยู่หัวเราเป็นชาวนา เรามีความเดือดร้อนในเรื่องภาษีอากรหรือว่าที่ดินทำกินเราสามารถฎีกากับพระมหากษัตริย์ได้โดยตรงและจะมีข้าราชการตรวจสอบเรียกว่ากรรมการศาลฎีกาคอยคัดแยกฎีกาให้เข้ากับความเดือดร้อนตามหมวดหมู่ถ้าไม่เข้าหมวดหมู่ฎีกาของเราก็อาจจะไปไม่ถึงไหน

ส่วนคนที่เขียนก็จะต้องเขียนให้มันถูกต้องตามราชการกำหนดต้องรู้ตัวเองว่าเรืองจองตนเป็นเรื่องที่เดือดร้อนจริงๆถึงจะต้องแจ้งใครแจ้งแล้วราชการบอกว่าเป็นความเท็จคนแจ้งก็จะมีโทษไปอีกแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังเขียนอ่านไม่ได้ต้องพึ่งคนที่เรียกว่าพวกหัวหมอ

ซึ่งเป็นทนายแบบจารีต หมายถึงในยุคที่ยังไม่มีมหาวิทยาลัยคนที่มีความรู้เขียนหนังสือได้ในบางคนมารับจ้างทำงานคล้ายทนายนั่นเองหรือจะต้องพึ่งพาพวกผู้ใหญ่และหัวหน้าชาวนาเพื่อเขียนฎีกาขึ้นมา

ซึ่งมันไม่มีอะไรรับประกันว่าปัญหานั้นจะได้รับการตอบสนองจากผู้มีอำนาจประกอบกับในยุคนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าราชการหน่วยงานไหนทำนโยบายพัฒนาการเกษตรยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่าธนาคารเพื่อการเกษตรที่คอยให้เกษตรกรกู้เงินเพื่อการประกอบอาชีพแบบในปัจจุบันแต่กลับมีภาษีอากรจำนวนมากและทับซ้อนกันเอง เช่น มีอากรค่านาข้าว อากรนาเกลือ มีอากรสมพัตสร เป็นภาษีต้นไม้ที่ให้ผลผลิตและถึงจะเป็นช่วงที่เลิกทาสมานานแล้วมีการยกเลิกค่าส่วยแต่ในยุคสยามใหม่นี้

ได้มีการเก็บเงินค่าที่เรียกว่า เงินรัชชูปการตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่6เป็นเงินอากรแบบหนึ่งที่ต้องจ่ายเกือบทุกคนยกเว้นอาชีพทางศาสนาทหาร ตำรวจ กำนัน ผุ้ใหญ่บ้าน และ คนที่ “ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า” ให้ไม่ต้องเก็บ

โดยเขียนกฎหมายกำหนดเอาไว้ว่าชายฉกรรจ์อายุ18-60ปีต้องจ่ายเงินถวายหลวง6บาทต่อปีคล้ายกับส่วยที่ต้องจ่ายถ้าไม่มาเกณฑ์เป็นทหารหรือเป็นแรงงาน

ซึ่งมันก็คือส่วยเหมือนสมัยก่อนนี่เองและด้วยความที่เป็นกฎหมายในสมัยก่อนก็ไม่มีการเขียนขยายความว่าชายฉกรรจ์ที่ว่าหมายถึงผู้ชายทุกคนหรือเปล่าปล่อยทิ้งไว้ให้อยู่ในฐานที่เข้าใจกันเองและไม่ว่าจะสมัยไหนชาวนาก็จะมี3แบบด้วยกันก็คือ หนึ่ง ชาวนาที่มีนาเป็นของตัวเอง สอง ชาวนาที่เช่านาเขาทำซึ่งได้มีจำนวนมากกว่าแบบแรก และ แบบที่สามก็คือ คนที่เช่านาไม่ไหวอาจจะเพราะนาล่มหรือขาดทุนมากเกินไปก็คือชาวนาที่ไม่มีอะไรเลยพอไม่มีเงินจะเสียภาษีสิ่งที่รัฐสยามจัดการกับคนที่ไม่มีเงินจ่ายภาษีก็คือยึดที่ดินขายทอดตลาด

ถ้าไม่มีจริงๆก็จะจับไปทำงานโยธาและคิดค่าแรงแทนจำนวนเงินภาษีที่ไม่ได้จ่าย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  dewabet

การถ่ายทอดความจริงผ่านศิลปะ2

ศิลปะเป็นสิ่งที่สวยงาม เป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินศิลปะนั้นมีกลาหลายประเภทและศิลปะที่ได้รับความนิยมประเภทหนึ่งก็คือศิลปะที่มีการถ่ายทอดเรื่องราวจากความเป็นจริงหรือสิ่งที่ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานได้เคยพบหรือเห็นสิ่งต่างๆเหล่านั้นมาแล้วและมีการนำมาถ่ายทอดผ่านมุมมองของศิลปินคนนั้นๆ

ศิลปะประเภทนี้ถือว่าเป็นศิลปะที่ได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะเป็นการสร้างสรรค์ที่เป็นเหมือนการบันทึกเรื่องราวว่าเหตุการณ์เหล่านี้นั้นเคยเกิดขึ้นและเกิดในลักษณะอย่างที่ศิลปินได้มีการวร้างสรรค์ขึ้นมา แต่ในบางครั้งก็อาจจะมีการบิดเบือนความจริงไปบ้างเพื่อเป็นสิ่งที่จะสร้างความแปลกใหม่ให้กับผลงานและเป็นสิ่งที่เป็นความคิดและจินตนาการของศิลปินน้นเองด้วย แต่อย่างไรก็ตามผลงานที่มีการถ่ายทอดจาดความจริงนั้น

ก็ยังคงเป้นสิ่งที่มีการถ่ายทอดออกมาในบรรทัดฐานที่เป็นความจริงหรือเรื่องราวที่เป็นความจริงนั่นเอง

ศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานประเภทนี้นั้นก็มีอยู่ไมน้อยในโลก เพราะเป็นผลงานที่สามารถสร้างสรรค์ให้มีความสวยงามได้และยังเป็นสิ่งที่ใช้เล่าเรื่องราวในอดีตสู่อนาคตได้ด้วยนั่นเอง Daumier เป็นศิลปินอีกคนหนึ่งที่มีผลงานที่น่าสนใขโดยเขานั้นจะเน้นผลงานการถ่ายทอดไปในทางการสะท้อนความจรองจากสังคมไม่ว่าจะเป็นการกดขี่ข่มเหงจากคนในสัมคมกลุ่มหนึ่งและอีกกลุ่มหนึ่ง

ผลงานจะมีการสร้างสรรคืในลักษณะที่มีความหยายและมีความเป็นจริงในเรื่องราวที่ได้ถ่ายทอดมากที่สุดและเป็นผลงานที่ไม่ได้มีการเน้นรายละเอียดในความสวยงามมากเท่า เป็นการวาดภาพเพื่อสื่อสารและให้โลกได้รับรู้ว่าครั้งหนึ่งเหตุการรืที่เขาได้วาดนั้นเคยเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ทำให้คนรุ่นหลังสมารถมองภาพออกอย่างง่ายว่าในขณะนั้นเคยเกิดเหตุการณ์อะไรบ้าง

เพราะภาพวาดที่เขานั้นมีการสร้างสรรค์เป็นภาพวาดที่มองง่ายไม่ได้มีความซับซ้อนในการสร้างสรรคืมากนัก ภาพวาดของเขาที่ได้รับความนิยมและเป็นภาพวาดที่มีการเล่าเรื่องราวก็ได้แก่ Freedom Of The Press เป็นภาพที่แสดงถึงเสรีภาพของหน่วยงานหนึ่งที่มีการออกมาต่อสู่และเรียกร้องเสรีภาพให้กับตนเอง

โดยภาพวาดนั้นก็จะมีการวาดในลักษระเป็นคนหลายๆคนที่อยู่ในภาพ และมีการวางองค์ประกอบภาพได้อย่างสมดุลทำให้มองภาพแล้วสามารถเข้าใจและเห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในขณะนั้น The Third Class เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับชนชั้นในโบกี้รถไฟขบวนหนึ่ง มรการเล่าเรื่องราวผ่านสิ่งที่เคยเห็นและเป็นการจินตนาการและความคิดของความยากจนที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง

โดยในภาพนั้นมีการวาดภาพออกมาอย่างสวยงามและมีความสมจริงในการวาดมากขึ้นถือว่าเป็นผลงานที่ไม่ได้มีความหยาบหรือดิบมาก แต่จะสะท้อนชีวิตที่ยากจนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลงานศิลปะที่น่าในอีกหนึ่งชิ้น เพราะเป็นผลงานที่ทำให้เรานั้นสามารถที่จะดูและเรียนรู้ความเป็นอยู่ของผู้คนในยุคนั้นได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  alpha88 เครดิตฟรี

เหตุผลและความเชื่อของการลอยกระทง

ประเพณีลอยกระทงเกิดมาจากความเชื่อของแต่ละพื้นที่ แต่ละท้องถิ่นด้วยกัน และเป็นการสื่บทอดต่อๆมา โดยมีมาเนิ่นนานตั้งแต่โบราณกาล ในช่วงเวลาที่มีการจัดให้ลอยกระทงนั้น โดยทุกครั้งจะจัดขึ้นในเดือนสิบสองของทุกปี แต่ว่าปฏิทินที่ว่านั้นจะเป็นปฏิทินจันทรคติไทยนะ เพราะถ้าหากนับจากรุ่นปัจจุบันของเราจะตรงกับเดือนสิบเอ็ดนั่นเอง

ในช่วงที่มีการจัดงานลอยกระทงนี้เชื่อกันว่าเป็นช่วงเวลาที่น้ำขึ้น หรืออาจจะเป็นเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงปลายฝนด้วยละมั้งเลยทำให้น้ำค่อนข้างเยอะอยู่ นอกจากนั้นยังมีช่วงที่เรียกว่าสิบห้าค่ำด้วยนะ ที่เป็นตัวกำหนดให้สามารถลอยกระทงได้ ข้อดีของวันขึ้นสิบห้าค่ำก็คือจะทำให้พระจันทร์เต็มดวง มองไปทางไหนก็สว่างไสว สวยงาม แถมมองไปยังพื้นน้ำที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มาลอยกระทง จะเห็นได้ว่าภาพเหล่านั้นสวยสดงดงามเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่าประเพณีลอยกระทงจะเป็นการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่าประเพณีลอยกระทงนี้มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่ แต่ก็มีในประวัติที่มีการบ่งบอกเอาไว้อยู่เหมือนกันนะว่าประเพณีลอยกระทงนี้ในสมัยสุโขทัยก็มีแล้ว ซึ่งในช่วงของพ่อขุนรามคำแหงนั้น ได้เรียกการลอยกระทงเช่นนี้ว่า “พิธีจองเปรียญ” หรือ “การลอยพระประทีป”

นอกจากนั้นยังทำการระบุที่คนรุ่นใหม่อย่างเราเชื่ออย่างแท้จริงว่าเป็นงานลอยกระทง ก็เพราะว่าได้มีการจารึกเกี่ยวกับงานใหญ่มโหราณ ที่มีการเผาเทียนเล่นไฟกัน ด้วยเหตุผลต่างๆนี้แหละที่ทำให้คนรุ่นใหม่อย่างพวกเราเชื่อตลอดมา

แต่ก็ยังมีการพูดถึงอีกนะว่าในช่วงสมัยก่อนหน้านี้ชาวบ้านนิยมเป็นการปล่อยโคมไฟเสียมากกว่า แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นเช่นไรก็ตาม เราเชื่อว่าในการลอยกระทงนั้นก็มุ่งเน้นให้ทุกคนได้มีการสำนึกถึงบุญคุณของแม่น้ำคงคาด้วยกันทั้งสิ้น โดยพวกเราทุกคนล้วนใช้น้ำเพื่อเป็นการใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการดื่ม การอาบ หรือการนำไปชำระล้าง แม้แต่ก็นำไปประกอบให้เกิดผลผลิต เป็นต้น

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่เราควรที่จะรำลึกถึงแม่น้ำเหล่านี้ นอกจากจะเป็นการทำกระทงเพื่อเป็นการขมาแล้ว ในวันนั้นก็ยังมีการจัดงานรื่นเริงในทุกพื้นที่อีกด้วยนะ เพื่อให้ชาวบ้านได้มารวมตัวเพื่อขมาแม่น้ำคงคาละยังเป็นการร่วมสนุก เพื่อให้ชาวบ้านรักกัน เกิดความปองดอง และสามัคคี แถมในงานก็มีกิจกรรมสนุกๆให้เลือกเล่น หรือถ้าไม่ถนัดที่จะเล่นเครื่องเล่นต่างๆก็มีกิจกรรมให้ทำอีกเพียบเลย

 

 

สนับสนุนโดย  rb888

ตำนานคำสาปแช่ง แห่งเมืองหนองหารจังหวัดอุดรธานี 

          มีเรื่องราวเล่าต่อกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษว่าแต่เดิมทีนั้นเมืองหนองหานนั้นได้ถูกคำสาปแช่งจากผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขานั้นถูกทำร้ายต้องตายอย่างไม่เป็นธรรมดังนั้นก่อนที่เขาจะตายเขาจึงได้สาปแช่งคนในเมืองหนองหานเพื่อหวังจะคลายความโกรธแค้นให้กับตนเองโดยตำนานการสาปแช่งของเมืองหนองหานนี้มีการเล่าถึงชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งโดยเขามีชื่อว่าเชียงงามเขาเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีที่สุด

และไม่ว่าผู้หญิงคนไหนได้เห็นหน้าตาของเชียงงานต่างก็พากันตกหลุมรัก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหญิงโสดหรือหญิงหม้ายหรือแม้แต่หญิงที่แต่งงานแล้วก็พากันมาเอาอกเอาใจชายหนุ่มคนนี้กันเป็นอย่างมากซึ่งหลังจากที่เขาเริ่มโตเป็นหนุ่มพ่อของเชียงงามก็ได้มีการส่งเชียงามให้ไปทำการบวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นวัดที่อยู่แถบทางชานเมืองอย่างไรก็ตามเมื่อหญิงสาวทั้งหลายต่างรู้ว่า เชียงงามไปบวชเป็นสามเณรต่างก็พากันเดินทางไปถวายอาหารให้กับสามเณรเชียงงามกันทุกวันจนถึงวัยที่เชียงงาม

มันก็จะไปนั้นจะต้องบวชเป็นพระ พ่อของเชียงงามนั้นให้เชียงงามสึกออกมาอยู่ที่บ้านเป็นการชั่วคราวก่อนเมื่อหญิงสาวทั้งหลายรูเข้าต่างก็พากันมาที่บ้านของเชียงงามและนำเข้าของมาให้เชียงงามกันทุกวัน ทำให้สามีของผู้หญิงเหล่านั้นเกิดอาการไม่พอใจที่ภรรยาของตนนั้นมันหลงชายหนุ่มรูปงามจึงได้พากันไปร้องเรียนกับท่านเจ้าเมืองหนองหาน

ซึ่งท่านเจ้าเมืองเองก็ได้สั่งให้ทหารนั้นมาจับกุมตัวเชียงงามและเมื่อไปถึงท่านเจ้าเมืองก็ไม่ได้สืบสาวราวเรื่องให้ดีว่าเรื่องราวนั้นเป็นมาอย่างไรโดยเจ้าเมืองหนองหานนั้นได้ตัดสินใจสั่งให้ทหารนั้นประหารชีวิตของเชียงงามแล้วนำหัวของใช้งานนั้นไปเสียบประจานที่หน้าเมืองโดยมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะความรูปหล่อของเชียงงามเอง

โดยเชียงามนั้นมั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ความผิดของตนเองเขาจึงได้อาฆาตแค้นและเขาได้สาปแช่งเจ้าเมืองหนองหานก่อนที่เขาจะตายว่า ก็ขอให้คนในเมืองน้องทานนั้นไม่มีความอยู่เย็นเป็นสุขบ้านเมืองเจอแต่เรื่องทุกข์ยากเพราะเขาตายทั้งที่เขานั้นบริสุทธิ์โดยยังบอกอีกว่าหากว่ามีโอกาสเจริญรุ่งเรืองเมื่อไหร่ก็ขอให้เจริญแค่เพียงแป๊บเดียวแล้วก็กลับมาตกต่ำอีกครั้งหนึ่งซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาคำสาปแช่งของชายหนุ่มก็ส่งผลให้เมืองหนองหารนั้นเป็นเมืองที่ความเจริญยังไม่เข้าถึงตราบจนทุกวันนี้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

ประวัติวัดห้วยลึก

วันนี้เราก็จะมาพูดถึงในสถานที่หนึ่ง ซึ่งเจ้าสถานที่แห่งนี้หากทุกคนได้ขับรถมาจากกรุงเทพลงใต้หรือว่าจากทางภาคใต้ขึ้นมาทางกรุงเทพก็จะพบเห็นกับสิ่งๆนี้จะตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั่นเอง นั่นก็คือ หงส์สีทองขนาดใหญ่ของวัดห้วยลึก นี้เอง 

ซึ่งเจ้าหงส์ตัวนี้ก็ได้มีประวัติความเป็นมาที่หลากหลายเอามากๆเลยและวันนี้เราก็ได้ไปหาข้อมูลเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับตำนานหงส์สีทองตัวนี้เอามาให้ทุกคนได้อ่านกันแต่เราต้องขอบอกก่อนเลยว่าต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านให้ดีๆเพราะเรื่องเหล่านี้มันเป็นเพียงเรื่องเล่าต่อกันมามันๆม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าสิ่งนี้มันจะเป็นเรื่องจริง

โดยที่เริ่มแรกเลยเราก็จะพูดถึงในส่วนของเรื่องในความเป็นมาของอวัดห้วยลึกกันก่อนเลยว่า ในอดีตของวัดห้วยลึกตั้งอยู่ที่บ้านห้วยลึกตําบลนาหูกวาง อําเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่30มิถุนายน 2523 เดิมที่แล้วก่อนที่จะมาเป็นวัดห้วยลึก สถานที่แห่งนี้เคยเป็นสำนักสงฆ์ที่มีชื่อว่าสำนักสงฆ์ห้วยหงส์ 

ซึ่งจุดเด่นของวัดนั้นก็จะมีหงส์ตัวขนาดใหญ่ที่ได้ตั้งอยู่ตรงหน้าวัดนี่แหละ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าหงส์ตัวขนาดใหญ่นี้มันอาจจะมีความสอดคล้องกับชื่อสำนักสงฆ์ในอดีตหลายๆคนที่ได้ขับรถไปเส้นเพชรเกษมเพื่อที่จะลงใต้หรือจากทางใต้ขึ้นมาก็จะยึดเอาสงห์นี้เป็นจุดที่ใครหลายๆคนเรียกกันว่าประตูสู่แดนใต้เพราะ

เนื่องจากว่าถนนเส้นนี้ได้มีความยาวมากถ้าใครได้เคยลองขับรถลงใต้ก็จะรู้เลยว่าถนนเส้นนี้มันมีความยาวมากๆและหงส์ของวัดห้วยลึกมันก็จะเป้นจุดเด่นอีกสำคัญหนึ่งที่คอยบอกกับนักเดินทางว่าใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดของถนนเพชรเกษมแล้วแต่ถ้าผ่านไปผ่านมาในช่วงกลางคืนก็อาจจะหลอนได้เพราะว่าสงห์สีทองขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมถนนเลย

เนื่องจากในอดีตสงห์ตัวนี้มันไม่ได้ถูกสร้างอยู่ที่ริมถนนตรงนี้แต่ว่ามันได้ถูกสร้างอยู่ห่างไกลจากริมถนนที่จริงถนนเส้นที่อยู่หน้าวัดห้วยลึกหรือตำแหน่งที่ตั้งสงห์เป็นตำแหน่งที่สร้างถนนขึ้นมาใหม่จึงทำให้สงห์ได้อยู่ใกล้ืกับถนนสงห์มันไม่ได้เดินแต่ทว่าถนนนั้นมันสร้างเข้ามาหารูปปั้นหงส์เอง

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องหลอนในตำนานของสงห์ตัวนี้เราบอกเอาไว้เลยว่ามันก็อาจจะทำให้คุณหลอนพอสมควรเลยก็ว่าได้และเป็นเรื่องที่ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าสืบต่อกันๆมาจากรุ่นสู่รุ่น

 

สนับสนุนโดย  entaplay poker

อสังหาริมทรัพย์พรพรหม พาราไดซ์ 

สวนน้ำชื่อดังที่ได้ถูกปิดตัวลงไปแล้วที่จังหวัดเชียงใหม่สถานที่แห่งนี้ได้มีชื่อว่า สวนสนุกพรพรหม พาราไดซ์ หลังจากที่ได้ปิดตัวไปแล้วมันก็จะค่อยๆรกร้างและโทรมลงเรื่อยๆมันจึงได้ทำให้สถานที่แห่งนี้มันได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งจุดที่จะเข้ามาทำการสำรวจในเรื่องลี้ลับว่ากันว่าในคืนวันพระใหญ่เฉพาะวันออกพรรษาในช่วงดึกๆ

มักจะมีเสียงกระโดนน้ำหรือโลยตัวสไลเดอร์ลงมาบ้างก็ว่าได้ยินเสียงหัวเราะสนุกสนานดังขึ้นโดยบริเวณรอบๆของสวนน้ำแห่งนี้แต่ในความจริงเราได้มองว่าเรื่องน่ากลัวๆหรือในเรื่องเล่าต่างๆมันมักจะชอบเกิดขึ้นในพื้นที่น่ากลัวๆหรือเป็นสถานที่รกร้างได้บ่อยมากเหมือนอย่างที่ใครๆหลายคนได้พูดว่ามักจะเจอผู้หญิงผมยาวใส่ชุดขาวในสถานที่แห่งนั้น

โครงการพรพรหม พาราไดซ์ที่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่สวนสนุกแต่นี่มันคือโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในโครงการนี้จะขายที่ดินเป็นแปลงๆ สำหรับเอาไว้ปลุกบ้านตามที่ต้องการ ซึ่งในสมัยก่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังที่จะเติบโตไปทั่วประเทศ ซึ่งในยุคนั้นอสังหาริมทรัพย์ก็ได้รับความนิยมพอสมควรเลยที่เราได้เห็นกันในส่วนของสไลเดอร์นั่นก็คือสระน้ำในสโมสรส่วนกลางในพื้นที่แห่งนี้นี่เอง

แต่ก็เปิดให้คนนอกได้เข้ามาร่วมใช้บริการร่วมด้วยได้ ที่จริงสถานที่แห่งนี้ที่ปิดลงไปเพราะว่าพิษของเศรษฐกิจล้วนๆส่วนที่อยู่ด้านหน้าที่ได้เปิดขายของอสังหาริมทรัพย์ก็ขาดทุนเพราะว่าไม่มีคนเข้ามาซื้อจึงไม่สามารถที่จะทำให้ธุรกิจนี้เดินหน้าต่อไปได้พอมันไม่สามารถที่จะเดินทางต่อไปได้แล้วสถานที่แห่งนี้มันก็ได้ถูกปิดตัวลงไป

เมื่อสถานที่แห่งนี้มันได้ถูกปิดตัวลงไปแล้วมันก็ไม่มีใครที่จะเข้ามาทำให้สถานที่แห่งนี้กลับมาสวยงามอีก นอกจากสววนน้ำแล้วที่มันได้เป็นไฮไลท์ก็ยังมีสโมสรกอล์ฟและก็มีค่ายลูกเสืออีกด้วย ซึ่งหลายๆคนตอนเด็กๆก็เคยไปที่ค่ายลูกเสือแห่งนี้

ปัจจุบันในพื้นที่แห่งนี้พรพรหม พาราไดซ์ ก็ได้ประกาศขายกิจการอยู่ในตอนนี้หากใครมีเงินทุนสามารถเข้าไปซื้อได้พรพรหม พาราไดซ์ ราคา5.5ล้านบาท พื้นที่แห่งนี้มีเนื้อที่กว้างกว่า180ไร่มีทั้งสวนสนุกห้องพักห้องประชุมสนามกอล์ฟแต่ว่าสถานที่แห่งนี้มันค่อนข้างที่จะอยู่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่อยู่พอสมควรและนี่มันอาจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ที่สถานที่แห่งนี้ได้ปิดตัวลงไปเพราะว่ามันได้อยู่ไกลจากตัวเมืองจึงไม่ค่อยมีใครมากเท่าไหร่แต่ยังได้ทุกคนที่ได้อ่านเรื่องนี้ก็โปรดใช้วิจารณญาณกันด้วยซึ่งในทุกๆเรื่องมันชอบจะมีตำนานที่ซ่อนเอาไว้อยู่

 

สนับสนุนโดย  entaplayทางเข้า

ประวัติศาสตร์ของสงครามโลกสมัยพระเจ้าKing George vi ที่6

สงครามโลกครั้งที่2 ถือได้ว่าเป็นการกระทำทางทหารที่ได้มีการสร้างความเสียหายครั้งที่ใหญ่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งมันได้กินระยะเวลามาประมาณ6ปีที่ได้ฆ่าเอาชีวิตของผู้คนด้วยปอกกระสุนในการสังหารหมู่ในความหิวโหยโรคภัยไข้เจ็บและอาวุธมหา ปะไรกว่า80ล้านคนและความเจ็บปวดก็ได้แผ่ไปทั่วทุกตารางนิ้วนอกจากนี้ทางด้านเศรษฐกิจมันได้กลับเข้าสู่ในยุคมืด

ซึ่งมันจะทำให้ประชากรได้หมดขวัญกำลังใจและมันยังได้เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต่างก็ได้หาความหมายของการเป็นมนุษย์มากที่สุดนอกจากนี้ยังได้มีผู้กำกับมากหน้าหลายตาต่างก็ได้นำเอาเรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่2ได้นำเอามาถ่ายทอดในมุมมองที่มันแตกต่างกันออกไปบ้างก็ได้ชักจูงในส่วนของความคิดบ้างก็เพื่อความบันเทิงบ้างก็ได้แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงครามบ้าง

ก็ยกย่องนักรบที่สู้ตายอย่างไม่ถอยจนกว่าชัยชนะจะบังเกิดวันนี้เราจะขอพาทุกคนทบทวนประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่2ที่ได้ผ่านภาพยนตร์หลากหลายลดชาติเพื่อต้อนรับการมาของDarkest Hourเป็นชั่วโมงพลิกโลกภาพยนตร์ชีวประวัติสุดระทึกที่จะเผยช่วงเวลาฮิตที่สุดของWinston Churchillชายผู้ที่ได้อยู่ที่เบื้องหลังและยังได้ถูกยกย่องให้เป็นวีรบุรุษผู้ที่พลิกเกมสงครามให้ฝ่ายสัมพันธมิตรคว้าชัยชนะที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดในดลก

1กันยายน 1939 หลังจากการขึ้นครองราชของสมเด็จKing George vi ที่6แห่งสหราชอาณาจักรไปได้3ปีระบอมนาซีของฮิตเลอร์ได้ทวีคูณความรุนแรงได้รุกลานไปถึงประเทศโปรแลนด์ส่งผลให้รัฐบาลอังกษฤต้องยื่นคำขาดให้เยอรมันถอนทัพออกจากพื้นที่ในทันทีแต่มันก็ไร้สิ่งในการตอบรับจึงทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรจะต้องประกาศสงครามกับประเทศเยอรมนีในวันที่3กันยายน

ในช่วงเวลาที่มืดมนเช่นนี้ประชาชนต่างก็ขวัญเสียและต้องการกำลังใจเป็นที่สุดหน้าที่จึงตกเป็นของประมุขที่จะต้องรับภารกิจกล่าวปลอบประชาชนให้ได้ลุกขึ้นมายืนยัดเคียงข้างในภาวะของสงครามแต่ในการที่จะพูดปลุกใจนั้นมันกลับไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยสำหรับสมเด็จพระเจ้าKing George vi ที่6เพราะพระองค์ไม่สามารถที่จะกล่าวสุนทรพจน์ได้อย่างชัดถ่อยชัดคำ เนื่องจากท่านทรงพระประชวรด้วย

โรคติดอ้างพูดไม่เป็นประโยคทุกครั้งที่ต้องอยู่ต่อหน้าผู้คนหรือในสถานการณ์ที่ตื่นเต้นThe Kings Speechสมเด็จพระเจ้าKing George vi ที่6จะต้องเขาชนะด้วยตัวของพระองค์เองเพื่อที่จะต้องรักษาอาการพูดติดอ้างให้ได้ด้วยพระองค์นั้นได้รับความช่วยเหลือจากนักแก้ไขในการพูดอย่างLionel Logueด้วย

วิธีที่สุดแปลกและดูเป็นกันเองตั้งแต่ก่อนที่พระองค์จะทรงขึ้นครองราชอย่างคาที่ประเทศต้องตกอยู่ในภาวะของสงครามมิตรภาพต่างชนชั้นแบบไร้เส้นแบ่งจึงได้เกิดขึ้นและด้วยแรงสนับสนุนจากหลายๆฝ่ายทางครอบครัวรัฐบาล

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ entaplay