หมวดหมู่: สังคมทั่วไป

ชั่วโมงบินที่ลดลง กับรายได้ที่หายไป

เมื่อก่อนหลายๆ อาชีพเคยตั้งแง่และมีความอิจฉาต่ออาชีพของพนักงานสายการบิน ที่ดูดีมีชาติตระกูล และมีรายได้ที่ดีมากมายในแต่ละเดือน ทั้งในแง่เงินเดือนประจำที่สูงอยู่แล้ว รวมกับรายได้ของการทำงานที่เรียกกันในสายอาชีพนี้ว่า ชั่วโมงบิน ยิ่งหากพนักงานเหล่านี้ได้ทำงานและออกบินต้อนรับผู้โดยสารมากขึ้นเท่าไหร่ พวกเค้าเหล่านี้ก็จะมีหลายได้มากขึ้นเท่านั้น

และยิ่งมีชั่วโมงบิน ที่เรียกได้ไม่ต่างของการเก็บวิชาและประสบการณ์มากขึ้นตามอายุงานและชั่วโมงการบิน พนักงานเหล่านี้จากที่ได้ออกบินและต้อนรับผู้โดยสารบนเครื่องเป็นไฟท์การเดินทางที่สั้นๆ ราวสองถึงสาม ชั่วโมงต่อเที่ยวบิน พวกเค้าก็จะได้รับการโปรโมทและเลื่อนเป็นไฟท์เที่ยวบินของเส้นทางยุโรปแทน ซึ่งก็ต้องมีอย่างน้อยแปดถึงเก้าชั่วโมงต่อเที่ยวบินขึ้นไปแต่ในเวลานี้อาชีพที่หลายๆคนต้องอิจฉาในเรื่องของรายได้นั้น กลับไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป

เพราะพวกเค้าเหล่านี้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เปรียบเสมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ที่ฝากความหวังไว้กับสายป่านขององค์กรของตัวเองว่า จะอดทนสู้รบปรบมือกับศัตรูตัวฉกาจที่มีชื่อว่า ไวรัสโควิด19 ได้นานแค่ไหน และจะแบกรับอดทนกับการต่อสู้ที่ยืดเยื้อนี้ได้นานเท่าไหร่ ลมหายใจของอาชีพพนักงานสายการบินที่เคยสวยหรูของพวกเค้าก็จะมีเวลาตามนั้น 

เพราะจากความเปลี่ยนแปลงแรกที่พวกเค้าต้องเจอนั้นก็คือ ชั่วโมงการบินที่ลดลง เนื่องจากมีเที่ยวบินในประเทศและเส้นทางบินระหว่างประเทศมีการปิดเขตแดน เพื่อลดจำนวนความเสี่ยงของการแพร่ระบาดไข้ไวรัสตัวนี้ บางคนเคยมีชั่วโมงบินเจ็ดสิบ ถึงเก้าสิบชั่วโมงต่อเดือน แต่ปัจจุบันลดลงเหลือไม่ถึงสามสิบชั่วโมงต่อเดือน

หรือบางคนอาจจะไม่เหลือเลย เพราะในขณะนี้จำนวนผู้โดยสารไม่ว่าจะเป็นโซนยุโรปที่ถูกปิดไปตั้งนานแล้วหรือโซนเอเชียที่สมัยก่อนมีจนแทบต่อเพิ่มไฟท์บินกันในแต่ละวัน แต่วันนี้ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว ส่วนเส้นทางบินในประเทศก็เหลือผู้โดยสารน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดือนที่แล้วก่อนที่จะมาตรการจากรัฐบาลให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคม และงดเดินทางหากไม่จำเป็น ดังนั้นพนักงานเหล่านี้ที่เคยใช้ชีวิตอยู่บนฟ้าในแต่ละวันของเวลาการทำงาน ต้องมานั่งอยู่ที่บ้านแทน

ซึ่งหากใครที่มีอาชีพเสริมหรือรายได้อื่นก็น่าจะพอประทังชีวิตตัวเองไปได้อีกสักระยะ แต่ถ้าใครมีรายได้ทางเดียวจากชั่วโมงบินนี้แล้วหละก้อ สิ่งที่ตามมาก็คือความเครียด ที่จะต้องนั่งอยู่บ้านแล้วรอคอยอย่างมีความหวังว่า เมื่อไหร่ที่พวกเค้าจะได้มีโอกาสกลับไปทำงานเสียที

 

สนับสนุนโดย  rb88 ฟรี 300

ชนวนเหตุที่อาจทำให้เกือบจะทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่3

ชนวนเหตุที่อาจทำให้เกือบจะทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่3 และ การข้ามเวลาไม่มีอยู่จริง

สำหรับเหตุการณ์เหล่านี้ถ้าใครจำได้คืออะไรก็คือ ไอซิส ซึ่งในช่วงตอนนั้นมันได้เป็นข่าวที่โดด่งดังมากๆมีการจับตัวประกันมาตัดคอแล้วก็ยิงตัวประกันต่างๆไปเยอะแยะมากมาย ซึ่งในตอนนั้นทางงด้านสหรัฐอเมริกาเขาได้ไปมีปัญหากันกับกลุ่มแถวปากีสถานแถวอิสราเอล จากนั้นปรากฎว่าทางฝั่งของรัฐเซีย ซึ่งได้เป็นประเทศที่เขาจะต้องดูแลและประเทศที่มันได้อยู่ในความดูแลของประเทศรัฐเซียที่ถูกโจมตีเขาก็ไม่ยอมเขาก็เลยได้ออกมาต่อต้านอยู่ดีๆคุณจะมาล้างเผ่าพันธุ์ประเทศเราได้ยังไงมันก็ไม่ได้เลวกันไปทั้งประเทศแต่ตนของสหรัฐก็ได้ถูกจับไปเป็นตัวประกันแล้วก็โดนฆ่าไปไม่รู้ต่อกี่ศพ

ซึ่งในตอนนั้นเองมันก็ได้เป็นชนวนเหตุที่ว่าเกือบจะทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่3และในตอนนั้นกำลังมีการเลือกตั้งใหม่กันอยู่พอดีถ้าหากจำได้กันจริงๆแล้วนี่ก็คือรูปภาพของJoohn Titorที่เขาได้บอกเอาไว้ว่าที่ผลิตขึ้นมาได้ในปี2036และเขาได้ติดมันมากับเครื่องยนต์และก็มีภาพยืนยันด้วยแต่พอหลังจากนั้นมาก็ได้มีการยืนยันบอกว่าเรื่องของ จอห์นไตเตอร์ มันเป็นเรื่องโกหกมันไม่ได้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเป็นเรื่องที่โดนวิเคราะห์ขึ้นมาบอกแล้วว่าจริงๆแล้ว จอห์นไตเตอร์ ได้เป็นเพียงหนุ่มในศตวรรษนั้นที่ถือกล้องถ่ายรูปแบบยาวๆ

ซึ่งมันได้เป็นเหมือนของคนในสมัยก่อนและอันนี้เราก็ไม่รู้ว่าเขายืนยันออกมาจริงหรือเปล่าแต่เขาได้บอกว่าเรื่องของ จอห์น นั้นมันได้เป็นเรื่องที่หลอกลวงหรือบางคนก็อาจจะบอกว่าเชื่อมันสามารถที่จะพิสูจน์ได้แล้วแต่สำหรับเราเราคิดว่าเชื่อ50ไม่เชื่อ50และอีกหนึ่งเรื่องที่มันได้มีคนพูดถึงกันเยอะมากที่สุดก็คือเรื่องของ ชาลีแชปลิน 

ทุกคนก็น่าจะเคยได้ยินเรื่องของชาลีแชปลินสำหรับใครที่เกิดในปี2000ต้นๆหรือในยุค90จะต้องเคยได้ยินเป็นตลกที่มาก่อนมิสเตอร์ บีนที่ดังมากๆในสมัยก่อนเป็นตลกที่ไร้คำพูดที่จะเล่นแต่ท่าทางแล้วก็เสียงเอฟเฟคอย่าง

เดียวต้องบอกเลยว่าในสมัยก่อนนั้นเราก็ยังไม่ค่อยได้มีทีวีอะไรแบบนั้นในยุคช่วงสิบยี่สิบปีที่แล้วแต่มันได้มีภาพอีกหนึ่งภาพที่มันได้หลุมออกมาเป็นภาพของชาลีแชปลินอยู่ในฉากที่ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังถือโทรศัพท์ได้เดินผ่านฉากซึ่งเราขอบอกเลยว่าชาลีแชปลินได้มีมาตั้งแต่ในปี1900แล้วก็เลิกผลิตไปแล้วก่อนในปี2000ด้วยซ้ำ ซึ่งตอนนั้นแน่นอนว่ามันจะไม่มีโทรศัพท์ที่มันจะสามารถเอียงหูได้ซึ่งมันไม่มีมันจะมีแต่เพียงวิทยุสื่บสารเขาก็เลยได้ตั้งข้อสงสัยกันว่ามันคืออะไรกัน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame เอเชีย