ตำนานนางเงือกยุโรป  นางเงือกสองหาง เมลูซีน 

ตำนานนางเงือกยุโรป  นางเงือกสองหาง เมลูซีน 

ภาพนางเงือกในโซนยุโรปนั้นว่ากันว่ามีการเรียกชื่อนางเงือกนี้ว่าเมลูซีน ซึ่งตำนานของ  เมลูซีน นั้นมีการระบุรูปร่างของเธอเอาไว้ว่าด้านบนของเมโลเดียนจะเหมือนกับหญิงสาวทั่วไปส่วนด้านล่างนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับงู

ซึ่งด้านบนของ  เมลูซีน  นั้นนอกจากผู้หญิงแล้วยังมีปีกเหมือนกับนก มีเรื่องเล่าย้อนไปหลายพันปี ว่ามีกษัตริย์องค์หนึ่งชื่อว่าalias   อยู่มาวันหนึ่งกษัตรย์alias  ได้เดินทางไปล่าสัตว์ในป่าแล้วเขาก็ไปเจอกับหญิงสาวงามคนหนึ่งอยู่ในป่า กษัตรย์ alias ตกหลุมรักหญิงงามในทันทีโดยที่พระองค์ไม่รู้เลยว่าหญิงงามคนดังกล่าวนั้นคือนางฟ้า กษัตรย์ alias ได้ขอนางฟ้าแต่งงานและชวนไปอยู่ในเมืองด้วยกัน นางฟ้าตอบตกลงโดยเธอมีข้อแม้ว่า

ถ้าเธอมีลูกขณะที่เธอคลอดลูกและตอนที่เธออาบน้ำให้กับลูก กษัตรย์ alias จะต้องไม่เข้าไปดูเด็ดขาด ซึ่ง กษัตรย์ alias ได้ตอบตกลงหลังจากนั้นทั้งสองคนก็ไปอยู่ในเมืองด้วยกันครองเมืองอย่างมีความสุขเรื่อยมาจนวันนึงนางฟ้าตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมา ซึ่งระหว่างที่มีการคลอดลูกอยู่นั้นกษัตรย์ alias ได้เดินเข้าไปในห้องคลอด

เพราะพระองค์ไม่เห็นว่าจะมีคนใช้คนไหนเข้าไปช่วยพระมเหสีของพระองค์ทำคลอดทำให้พระองค์รู้สึกเป็นห่วงพระมเหสีของตนเองเป็นยิ่งนักแต่เมื่อพระองค์เปิดประตูเข้าไปข้างในห้องที่กำลังมีการคลอดลูกนั้นพระองค์ก็พบว่าพระมเหสีของพระองค์นั้นไม่ใช่มนุษย์และเมื่อพระมเหสีเห็นว่า กษัตรย์ aliasผิดคำพูดที่เคยให้ไว้นางฟ้าจึงได้อุ้มทารกทั้งสามคนนี้หายไปบนอากาศ และไปซ่อนตัวที่เกาะอวารอน หลังจากนั้นก็อยู่ที่เกาะเหล่านั้นเรื่อยมา

ซึ่งเด็กแฝดทั้ง 3 คนนั้นโตมาก็กลายเป็นสาวสวยโดยพี่สาวคนโตชื่อว่า  เมลูซีน ซึ่งเธอรู้สึกไม่พอใจที่พวกเธอทั้งสามคนต้องมาอยู่เกาะเมลูซีนจึง ได้ชวนน้องทั้งสองคนของเธอไปทำการแก้แค้นพ่อ ด้วยการจับพ่อมาขังเอาไว้ เมื่อแม่ของของทั้งเมลูซีนรู้เรื่องจึงได้มาช่วยปล่อย    กษัตรย์ alias และนางยังได้ทำโทษเมลูซีนด้วยการสาป

คำสาปนั้นคือในทุกวันเสาร์นางในร่างกายท่อนล่างจะต้องกลายเป็นหาง   เมลูซีน เสียใจมากจึงได้หนีออกจากเกาะ และไปอยู่คนเดียวตามลำพัง โดยทุกวันเสาร์ร่างกายท่อนร่างจะมีหาง นางต้องอยู่ภายในน้ำ อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ เลมูซีนกำลังนั่งร้องเพลงอยู่ในป่ามีอัศวินหนุ่มเดินทางมาพบและขอนางแต่งงาน

โดยนางบอกกับอัศวินหนุ่มว่าทุกวันเสาร์อัศวินหนุ่มจะต้องปล่อยให้ตัวเองอยู่ลำพังไม่ให้ใครมารบกวน ซึ่งอัศวินหนุ่มตอบตกลง และทั้งคู่ก็อยู่ด้วยกันเรื่อยมาจนมีลูกด้วยกัน 3 คน จนอยู่มาวันหนึ่งอัศวินหนุ่มได้มาแอบดูจึงทำให้รู้ว่า เมลูซีนไม่ใช่คนแต่มีท่อนร่างเหมือนงูเพราะขาทั้งสองข้างเหมือนหางงู เมื่อคืนรู้ความจริงจึงได้แปลงร่างกายเป็นมังกรและหนีไป 

 

ขอขอบคุณ  bk8  ที่สนับสนุนมาโดยตลอด

คดีที่ทำให้ทางการFBIสะเทือนใจ

บอนนี และไคลด์ คู่แท้จอมโจร

บอนนี และ ไคลด์ ได้โด่งดังขึ้นมาในหลังเดือนมีนาคมในปี1933 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าบุกในพื้นที่กบดานของชาวแก๊งของเขาได้ ซึ่งโดยทั้งคู่นั้นได้สามารถหลบหนีออกไปได้พร้อมกับได้ฆ่าเจ้าหน้าที่ไปอีกประมาณ2นายเมื่อได้เข้าตรวจค้นในสถานที่เจ้าหน้าที่ก็ได้พบเข้ากับบทกลอนของฝันของบอนนีที่มีความเกี่ยวข้องกับการผจญภัยของทั้งคู่

อีกทั้งยังมาพร้อมกับภาพถ่ายอีกมากมายและเมื่อรูปภาพเหล่านี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปผ่านยังสื่อก็ได้ทำให้ทางด้านสังคมได้เกิดจินตนาการไปไกลถึงความสำพันของคู่รักคู่นี้มันจึงได้ทำให้เกิดข่าวรือและความเชื่อแบบผิดๆตามมาไม่ว่าจะเปฌนเรื่องที่ตัวเขานั้นไปปล้นแต่คนที่รวยและธนาคารในทั้งที่ส่วนใหญ่เหยื่อของพวกเขาก็คือในร้านค้าที่มีขนาดเล็กตามทั่วไปมันจึงได้ทำให้พวกเขานั้นได้กลายมาเป็นฮีโร่ของชาวบ้านในยุคของเศรษฐกิจตกต่ำ

และในช่วงเวลาที่ความโกรธแค้นต่อธนาคารและสถาบันด้านการเงินนั้นยังมีอยู่นั่นเองทางด้านทางการFBIก็ได้ลงในพื้นที่เพื่อทำการสืบสวนและก็ยังได้ข้อมูลและที่อยู่อย่างแน่ขัดแล้วว่าบอนนี และ ไคลด์ ได้อาศัยอยู่ในเขตห่างไกลจากทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของชุมชนดังกล่าวในบ้านของครอบครัวและในเวลาต่อมาทางการก็ยังได้ข้อมูลอีกหนึ่งชิ้นว่าบอนนี และ ไคลด์กับสมาชิกในครอบครัวรวมไปถึงเม็ดวิ้นในบางส่วนต่างก็ได้ร่วมกับจัดงานปาร์ตี้ที่แบ็คแลชในหลุยส์เซียน่าในวันคือที่21พฤษภาคมในปี1934 และในทั้งคู่นั้นประมาณในอีกสองวันก็จะเดินทางกลับมาต่อมาในวันที่23พฤษภาคมในปี1934

ทางการเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลุยส์เซียน่าและในรัฐเท็กซัสรวมไปถึงเจ้าหน้าที่เท็กซัสเขาก็ได้ซุ่มตัวเองอยู่ในพุ่มไม้ริมข้างทางหลวงที่ไกล้กับไซเลซจนในกระทั่งบอนนี และ ไคลลด์ก็ได้มาปรากฏตัวที่รถยนต์ทางการเจ้าหน้าที่ก็ได้วิ่งเข้าไปจับกุลบอนีและไคลด์ในทันทีแต่ในทั้งคู่นั้นต่างก็จะพยายามที่จะหาทางหลบหนีจากทางการเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาจับกุลตัวบอนนีลไคลด์

จากนั้นทางการเจ้าหน้าที่กได้ทำการที่จะเปิดฉากยิงออกไปจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ทางด้านบอนนีและไคลด์ได้เสียชีวิตลงในทันทีจากนั้นทางด้านคดีของบอนนีและไคลด์ก็ได้สิ้นสุดลงในทันทีที่ได้มีการเปิดฉากยิงเขาทั้งสองทางการเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่มีทางเลือกในระหว่างที่บอนนีและไคลด์กำลังที่จะหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เปิดฉากยิงบอนนีและไคลด์ในทันทีที่เขาทั้งสองคนนั้นกำลังพยายามที่จะหลบหีจากเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาจับกุมตัวเขาทั้งสอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  entaplay

สิ่งก่อสร้างจากพีระมิดที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้

คนงานที่ได้รับค่าจ้างเป็นคนงานสร้างพีระมิด

หลายคนก็คงจะเข้าใจกันมาตลอดเลยว่าผู้ที่ได้ก่อสร้างพีระมิดคือแรงงานยิวที่จะต้องทำงานท้ามกลางแดดที่ร้อนระอุและจะถูกลงโทษอย่างหนักหากว่ามีการแอบพักได้สืบเนื่องมาจากทิศดีของ  เฮอรอโดทัส ได้เป็นนักประวัติศาสตร์ชาวกรีกที่ได้ถูออธิบายเอาไว้จากนั้นทางฮอลลีวู้ดก็ได้นำเอาไปเป็นการสร้างภาพยนตร์จนมันดังอย่างมากแต่หลังจากนั้นมาเมื่อในปี1990หัวหน้านักโบราณคดีก็กลับได้พบความจริงจากการที่ได้ขุดค้นพบในสุสานแล้วว่าผู้ที่ก่อสร้างพีระมิดขึ้นมานั้น

ไม่ได้เป็นอย่างที่เรานั้นได้รู้จัดกันแต่มันเป็นช่างที่มีฝีมืดทางตอนเหนือและใต้ที่จะต้องการจะมีส่วนร่วมประวัติศษสตร์อันยิ่งใหญ่ต่างหากและจากหลักฐานที่ได้ค้นพบเจอมานั้นได้ว่ากันมาว่าได้มีแรงงานเป็นหมื่นๆคนโดยพวกเขานั้นจะได้รับค่าจ้างเป็นเนื้อสัตว์ในทุกๆวันและไม่ได้จะกินแต่ขนมปังอย่างที่ทุกคนนั้นได้เข้าใจกันแต่สิ่งที่ดูว่าหน้ามันจะเป็นจริงก็เห็นว่าจะเป็นงานที่หนักเอาการเนื่องจากได้มีการที่ได้ศึกษาด้านโครงกระดูกแล้วก็ได้พบว่าพวกเขานั้นได้มีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงมักจะเป็นโครข้อและกระดูกสันหลังอักเสบจึงมันได้ส่งผมให้อายุนั้นสั้นลงอย่างปกติทีนี้เราทุกคนก็จะเข้าใจอย่างตรงกันแล้วนะ

ตำแหน่งของพีระมิดที่ชี้ไปยังขั้วโลกเหนือ

สำหรับในการก่อสร้างพีระมิดของชาวอียิปต์โบราณก็ได้ทิ้งข้อสงสัยถึงความสามารถในการก่อสร้างเอาไว้ให้กับนักโบราณคดีเป็นอย่างมากและหนึ่งในทิศดีในที่ปัจจุบันยังไม่สามารถที่จะหาคำตอบได้อย่างชัดเจนได้ก็คือตำแหน่งของพีระมิดนั้นสามารถที่จะชี้ไปทางขั้วโลกเหนือได้อย่างแม่นยำแต่สิ่งที่หน้าสนใจก็คือชาวอียิปต์โบราณนั้นเขาได้ใช้อะไรเป็นตัวชี้ทางนำทิศทางกันแน่ทั้งๆที่ไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัยสักหน่อยแต่ก็มีนักบราณคดีหนึ่งคนต่างก็ได้สันนิษฐานว่า

พวกเขาอาจจะใช้วิธีการสังเกตุการจากทิศทางจากกลุ่มดาวหมีใหญ่และกลุ่มดาวหมีเล็กแต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็จะไม่ใช้เรื่องที่ง่ายเลยที่จะก่อสร้างอะไรสักอย่างที่ที่จะให้ชี้ไปทางขั้วโลกเหนือได้อย่างแม่นยำได้ขนาดนี้มันก็อาจจะเป็นเพราะชาวอียิปต์โบราณและจะมีการคำนวนที่ซับซ้อนอยู่ก็เป็นได้ว่ากันว่าไม่มีความแม่นยำขนาดไกลเคียงกับเส้นเมริเดียนที่ได้ลากผ่านเมืองกรีนิชในประเทศอังกฤษด้วยน่าทึ่งกันเลยใช่มั้ยล่ะและถ้าพวกเขาได้มีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้มันอาจจะกลายเป็นผู้ที่ก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

ความลับของพีระมิดที่ไม่อาจรู้มาก่อน

เราเชื่อวาหลายคนก็คงจะหลงไหลไปกับอารยธรรมอียิปต์เพราะมันได้เต็มไปด้วยความลึกลับและมีความเป็นอาถรรพ์สุดๆที่น่ากลัวที่สุดก็น่าจะเป็นคําสาปฟาโรห์นี่แหละแต่เนื่องจากข้อมูลที่ได้มีความเกี่ยวกับสฟิงซ์และพีระมิดที่เรานั้นได้รู้จัดกันแล้วแต่ก็ยังได้มีความลับซ้อนอยู่อีกมากมายและถ้าคุณนั้นอยากรู้เรามากไขปริศนากันเลย

หินทรงกลมลึกลับบนยอดพีระมิดที่หายไป

หลายคนก็อาจจะคิดว่ามหาพีระมิดแห่งกีซาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสุสานเท่านั้นแต่ก็ยังมีบางคนที่คิดว่าจริงๆแล้วมมันได้ถูกใช้ให้เป็นแหล่งผลิตและส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่างหลากเล่าโดยนักโบราณคดีและนักทิศดีก็ได้เชื่อว่าที่นี่ก็หน้าจะใช้เป็นโรงงานไฟฟ้าด้วยการที่ใช้ประโยชน์จากน้ำในที่ราบสูงกกีซ่าเพื่อที่จะได้ผลิตกระแสไฟฟ้ามันจะเป็นไปได้

หรือแต่ก็ยังได้มีสถาปนิกชาวสเปนกลับได้คิดต่างเนื่องจากพวกเขานั้นได้พบตัวเลขชี้วัตที่ไม่น่าจะถูกระบุอยู่บนยอดพีระมิดเข้าและได้คิดว่าในชาวอียิปต์โบราณได้วางสิ่งของที่เป็นวัตถุวงกลมเอาไว้ที่บนยอดของมันด้วยซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นแหล่งกำเนิดของไฟฟ้าหรือเป็นพลังงานอย่างที่ได้เข้าใจกันมันอาจจะมีเอาไว้เพื่อบูชาดวงอาทิตย์และดาวซีเรียสดาวที่สหว่างมากที่สุดในท้องฟ้าซึ่งมันก็ได้อยู่ในความดูแลของเทพีไอซิสก็ได้แต่ก้จะไม่มีใครที่จะรู้ว่าสรุปแล้วมันได้มีเอาไว้ทำอะไรแต่ถ้าเกิดว่ามันมีอยู่จริงๆคนที่ได้เป็นคนสร้างนั้นจัดได้ว่าเป็นยอดอัจฉริยะเลยจริงๆ

ห้องลับหลังหูของสฟิงซ์

ในขณะที่นักโบราณคดีก็ได้คิดค้นหาในการขุดหาห้องลับในตัวของสฟิงซ์ขึ้นอยู่นั้นแตก็ไม่มีใครที่จสังเกตุเห็นในส่วนที่เป็นห้องลับอยู่ที่หลังหูของมันเลยสักนิดเดียวแต่เรื่องก็ดันมาความแตกจากนั้นได้มีหนุ่มเด็กอัจฉริยะชาวรัฐเซียก็ได้ออกมาบอกว่ามันได้มีอยู่จริงๆโดยอ้างว่าในห้องลับดังกล่าวได้มีกลไกที่ซับซ้อนอยู่หากว่าได้มีการปลอดล็อกเมื่อไรสิ่งที่มีชีวิตอยู่บนโลกนั้นก็จะเปลี่ยนไปเมื่อคุณได้ฟังดูแล้วอาจจะไม่น่าเชื่อใช่หรือไม่แต่ลองมาสังเกตดูดีๆ

ก็จะพบเห็นช่องว่างนั้นจริงๆถึงเมื่อว่าคำกล่าวอ้างของเขานั้นจะทำให้นักโบราณคดีอียิปต์สั่นสะเทือนกันไปหน่อยแต่ก็อย่าพึ่งตกใจกันไปนะเพราะว่าห้องที่ได้กล่าวมานั้นยังไม่มีนักโบราณคดีคนไหนที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ไปออกมาฟันธงหรือบอกว่าสรุปแล้วมันเป็นจริงอย่างที่เขาบอกจริงหรือไม่จึงทำให้ห้องลับแห่งนี้ยังคงเป็นปริศนา

3ประเทศที่แย่เกินกว่าจะเยียวยา

3ประเทศที่แย่เกินกว่าจะเยียวยาและซ้อมแซมมันขึ้นมาใหม่ได้

เฮติ

เฮตินั้นเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในทวีปอเมริกาโดยสภาพเศรษฐกิจจะต้องหยุดซะงักความไร้เสถียรภาพทางการเมืองแทรกแซงจากต่างชาติและในการบริหารแบบผิดๆที่เรื้อรังมาเป็นเวลานานๆสหประชาชาติระบุว่ามีชาวเฮติจำนวน 5 ล้านคนจะคิดเป็น 40.5 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศอันเชิญภาวะการขาดสารอาหารนอกจากการไร้เสถียรภาพทางการเมืองการเผด็จการและการรัฐประหารที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในประเทศเล็กๆแห่งนี้จะต้องประสบภัยธรรมชาติสารพัดทั้งพายุเฮอริเคนและแผ่นดินไหวในการศึกษาที่ล้าหลังสุดๆให้ประชาชนยากจนข้นแค้นเป็นประเทศมีการทุจริตคอรัปชั่นสูงสุด

ดับต้นๆของโลกและทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีนักการเมืองครอบครองและยังได้มีระบบการเมืองที่อ่อนแอไม่สามารถที่จะบริหารประเทศได้ดีธานาธิบดีที่เป็นผู้นำประเทศเป็นได้เพียงแค่หุ่นเชิดที่ไม่มีอำนาจทางเด็ดขาดก่อให้เกิดการรัฐประหารและปฏิวัติมาครั้งแล้วครั้งเล่าและผลที่เกิดขึ้นก็คือความเร็วของประเทศความเจ็บปวดของประชาชนและในทุกวันนี้ก็ยังไม่มีท่าทีว่ามันจะดีขึ้นเลย

ซิมบับเว

ซิมบับเวมีชื่อเป็นทางการว่าสาธารณรัฐซิมบับเวอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาซึ่งได้เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลการพังย่อยยับภายใต้การปกครองระบบของ โรเบิร์ต มูกาเบ ที่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่2543 การบริหารจัดการที่ผิดพลาดอยากได้มีการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลมูกาเบ้ โดยที่ทางรัฐบาลออกกฎหมายใหม่ปฏิวัติจัดการที่ดินทำกินยึดครองกรรมสิทธิ์ที่ดินไร่ดินที่ดินของคนผิวขาวและนำเอามาแจกคนผิวดำให้มีที่ดินทำกินโดยที่ไม่มีแผนการรองรับ

และยังไม่ได้ให้ความรู้ทักษะต่างๆแก่คนผิวดำไว้ก่อนเส้นทางไปเกาะเกิดการวิกฤตเงินเฟ้อเป็นอันดับที่สองประวัติศาสตร์ของโลกจากด้านปัญหาเศรษฐกิจจึงทำให้ประชาชนชาวซิมบับเวจะต้องเผชิญกับปัญหาอื่นๆตามมาอีกมากมายโดยเฉพาะปัญหาเรื่องสุขภาพมีรายงานว่ามีการติดเชื้อเอดส์ของชาวซิมบับเวได้ขึ้นสูงเป็นอันดับ 4 ของโลกหรือประชากรในวัยผู้ใหญ่มีโอกาสเสี่ยงจะติดเชื้อเอดส์อีกทั้งยังมีชาวซิมบับเวอีกหลายคนเสียชีวิตลงจากเอดส์ถึงปีละประมาณ 30,0000 คนเลยทีเดียว

เวเนซุเอล่า

ในครั้งหนึ่งเวเนซุเอล่าได้เคยเป็นประเทศที่ร้ำรวยที่สุดในประเทศลาตินอเมริกาแต่ในปัจจุบันนั้นพวกเขากำลังที่จะหมดสิ้นโดยซึ่งอาหารในโรงพยาบาลนั้นก็ยังเต็มไปด้วยเด็กไข้และในขณะที่หมอไม่มียาหรืออุปกรณ์ทางการพทย์มากเพียงพอที่จะทำการรักษาใดๆหรือแม้แต่ไฟฟ้าก็ยังไม่มีอะไรที่จะมารับประกันได้ว่ามันจะมีให้คนที่นี้ได้ใช้อยู่ตลอดเวลาแต่ที่ยังมีอยู่เหลืออยู่สิ่งเดียวก็คือความวุ่นวายเวเนซุเอล่าเป็นประเทศเดียวที่ได้มีน้ำมันดิบที่สำรองเอาไว้มากที่สุดในโลก

พวกเขาน่าจะมีแหล่งทำเงินได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดแต่ในสิ่งที่ได้เกิดขึ้นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลยเพราะตอนนี้งบประมาณของรัฐบาลเวเนซุเอล่ากำลังจะหมดลงราคาสินค้าก็พุ่งขึ้นสูงขณะที่โกลาหลของคนชั้นล่างซึ่งไม่พอใจที่คนชั้นสูงจำนวนน้อยควบคลุมของทุกสิ่งทุกอย่างของประเทศนี้เอาไว้

2ผู้นำประเทศที่มีความคลั่งอำนาจเห็นแก่ตัวมากเกินไป

ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ (เติร์กเมนิสถาน)

ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟผู้นำที่สุดแสนจะหลงตัวเองแห่งเติร์กเมนิสถานผู้ประกาสตนหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเมื่อปี1991ว่าเขาจะปกครองประเทศนี้ตลอดไปเขาคือผู้ที่เปลี่ยนเติร์กเมนิสถานให้กลายเป็นดินแดนส่วนตัวของตัวเองโดยการตั้งชื่อแลนด์มาร์คที่สำคัญของประเทศถนนหรือแม้แต่สวนสาธารณะเพื่อให้เกียรติสรรเสริญตนเองอีกทั้งยังได้เปลี่ยนชื่อเรียกเดือนเมษายนให้เป็นชื่อมารดาของเขาด้วยนับตั้งแต่ขึ้นปกครองประเทศจนกระทั่งหมดวาระเมื่อเขาได้เสียชีวิตลง นิยาซอฟ ก็ได้ตั้งข้อบังคับแปลกๆขึ้นมาหลายอย่างเพื่อที่บังคับใช้กับปชากรราวๆกว่า5ล้านคนที่จำต้องอยู่ในกรอบนั้นอย่างที่ไม่มีทางเลือก

ไม่ว่าจะเป็นบังคับให้นาฬิกาทุกเรือนจะต้องมีรูปของตัวเองอยู่บนหน้าปัดทำวอดก้าแบรนด์ของตัวเองที่มีรูปของตนเป็นโลโก้ให้เด็กๆเคี่ยวกระดูกเพื่อฟันที่แข็งแรงแทนที่จะส่งเสริมในทางที่เหมาะสมสั่งปิดห้องสมุดของชุมชนเพื่อขักขวางแสวงหาความรู้ของผู้ที่อ่านออกเขียนได้สั่งห้ามให้ผู้ชายไว้หนวดหรือไว้หนวดเคาห้ามมีวิทยุฟังในรถห้ามร้องและบรรทึกเพลงและสิ่งที่ได้แสดงถือความหลงตัวเองอย่างสุดๆก็คือ การสั่งให้ตั้งชื่ออุกกาบาตขนาด300กิโลกรัมที่ได้พุ่งตกลงมาในเขตเติร์กเมนิสถาน1998ว่าเพื่อเป็นการแสดงอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของตัวเองด้วย

คิมจองอิล ( เกาหลีเหนือ )

คิมจองอิลอดีตผู้นำสูงสุดของเกาหลีดหนือซึ่งก็ได้จากโลกนี้ไปเมื่อในปี2011ที่พึ่งผ่านม่ามกลางประกาสที่จะดูเหมือนกับว่าประชาชนของเกาหลีเหนือก็กำลังตกอยู่ในความเศร้าอาลัยอย่างแสนสาหัสถึงกับต้องมารวมตัวกันเพื่อร้องไห้กับผู้ที่ได้เสียชีวิตไปแล้วแต่ในหลายๆคนก็ได้วิเคราะห์กันไปว่าในการที่ประชาชนนั้นได้ร้องไห้เพีงเพราะแสดงความหวาดกลัวประชาชนชาวเกาหลีเหนือก็ได้ถูกให้มาแสดงอาการโสกเศร้าเพื่อให้สื่อต่างประเทศได้เห็นหากใครที่ไม่แสดงความอาลับอาวอนให้สมทบบาทประชาชนผู้นั้นและครอบครัวก็จะถูกลงโทษเกาหลีเหนือก็ได้กลายเป็นดินแดนที่ไร้เสรีภาพในด้านสื่อศาสนาการศึกษา

และแน่นอนที่สุดก็คือว่าในด้านของการเมืองในยุคของคิมจองอิลก็ได้มีการจับนักโทษการเมืองกว่า200,000ราย จับจริงจากนั้นก็ได้ลงโทษกันอย่างจริงจังจนทำให้ชาวบ้านนั้นต่างหวาดกลัวในการแข็งข้อไม่ว่าจะเป็นการบังคับกดขี่มากซักเพียงใดก็ตามถึงแม้ว่าในความเป็นอยู่ของประชาชนจะต้องอดยากอย่างลำบากเหลือใจแต่ทางด้านผู้นำของประเทศกลับได้ใช้ชีวิตในทางตรงกันข้ามคิมจองอิลได้มีชีวิตที่กินดีอยู่ดีมีห้องใต้ดินที่เก็บวายชั้นเลิศเอาไว้เป็นพันๆขวดมีเที่ยวบินตรงจากญี่ปุ่นเพื่อเสริฟชูชิอย่างดีให้กับผู้นำและเขาก็ได้ใช้เงินมากกว่า 20ดอลลาร์

 

สนับสนุนโดย  next88

ทำไมรัฐฉานถึงไม่เข้าร่วมกับประเทศไทย

ในช่วงสมัยนั้นประเทศไทยเองก็ได้ทำเรื่องเอาไว้ไม่ดีมากชาวเชียงตุงในช่วงสมัยนั้นก็เลยเกียจประเทศไทยจึงได้เลือกที่จะไปขออยู่กลับประเทศพม่าและในความเห็นส่วนตัวจริงๆเขาก็คงอยากจะเป็นรัฐที่อิสระเพราะในสนธิสัญญา ปางโหลงค่อยข้างที่จะชัดเจนแต่ก็ดันมาโดยถูกหักหลังเสียก่อนไม่ใช่แค่ไทใหญ่ คะฉิ่น กระเหรี่ยงก็โดยกันไปทั่วหน้า

ในเวลาต่อมาเราไดคิดว่ารัฐฉานอยากจะมีเอกราชเป็นของตนเองแต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถรู้อนาคตได้บ้านพี่เมืองน้องอย่างล้านนาดูเหมือนว่าจะรักษาเมืองเอาไว้ได้แต่พอได้มีการปฏิรูปการปกครองล้านนาก็เป็นอีกหนึ่งส่วนของสยามไปแล้วจากนั้นผู้คนก็ได้หล่อหลอมรวมกันเป็นชื่อไทย เขานั้นได้เป็นรัฐที่อิสระถึงในบางคราวจะเป็นประเทศราชชาติข้างเคียงแต่ก็จะต้องปกครองตนเองมาตลอด

และทำไมจะต้องมาเป็นอีกหนึ่งส่วนของประเทศไทยด้วยและรัฐบาลประเทญไทยในสมัยนั้นก็ไม่ได้มีนโยบายในการปกครองแบบสหพันธรัฐด้วยหากใครที่ได้มาเป็นหนึ่งส่วนของประเทศไทยก็จะต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลกรุงเทพเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นนอกจากนี้ฝฝรั่งเศษเองก็ได้ไปอ่านเจอว่าประเทศลาวของให้ประเทศไทยนั้นช่วยในการประกาสเอกราชจากประเทศฝรั่งเศษและจะขอเข้าร่วมเป็นสหพันธรัฐกับประเทศไทยโดยรัฐบาลไทยที่กรุงเทพก็อย่างปฏิเสธไปเลย

เนื่อจากนี้เองไทใหญ่นั้นจะเข้ามาอยู่กับประเทศไทยทำไมในเมื่อเหล่าสนธิสัญญา ปางโหลงในปี1947กำเนิดสหภาพพม่าในนั้นพม่าก็คือประเทศที่ได้เจริญเป็นอันสองในอาเชียลองมาจากฟิลิปปินส์ผู้ที่ส่งออกข้าวเป็นอันดันหนึ่งของโลกและยังได้ครองตลาดไม้สัก70%ของตลอดโลกประชากรรู้หนังสืออันดับหนึ่งในอาเชียควบคลุมเส้นทางการค้าขายระหว่างอินเดียกับจีนเป็นคู่ค้ากับโยกาสราเวยได้ครองลานนาที่มีคุณภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งและได้กำลังเริ่มขุดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติหนึ่งในประเทศที่ได้เติบโตอย่างเร็วที่สุดในโลกและในขนาดนั้นประเทศไทยเองก็แทบจะไม่มีอนาคตกับเผด็จการทหารและประติวัต รัฐประหารกันเองจนกระทั่งในปีพุทธศักราช1962นายพลเนวี่นก็ได้เข้ามายึดครองอำนาจถ้าพม่าได้เข้าสู่ยุคเผด็จการทางทหาร

และปิดประเทศสงครามกลางเมืองจึงได้ทำให้ประเทศไทยนั้นได้เข้ามาครองตลาดเป็นผู้ส่งออกข้าวจากนั้นก็ได้ทำให้ประเทศไทยได้ขึ้นมามีวันนี้แต่จริงๆแล้วเขาก้อยากที่จะให้เป็นเอกราชซะมากกว่าเพื่อให้ขึ้นกับสยามแค่ในปัจจุบันเดินทางจากกรุงเทพไปแม่ฮ่องสอนก็ยังเดินทางยากถ้าจะต้องไปรัฐฉานจะเป็นอย่างไรคิดถ้าว่าล้านนาไม่ขึ้นกับสยามรัฐฉานอาจอยากจะรวมกับล้านนามากกว่าพม่าก็เป็นได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  rb88

สัตว์ที่ได้หายสาบสูญ

ในแต่ละวันที่มีสัตว์จำนวนมากมายที่ต้องสูญพันธ์ลงไปซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดว่าในอีก40ปีต่อจากนี้จะมีสัตว์ป่าสูญพันธ์เพิ่มขึ้นมากอีกถึง50%เลยทีเดียวแต่ในบางครั้งเรากลับได้พบสัตว์ที่ได้สูญพันธ์ไปแล้วอีกรอบอย่างไม่หน้าเชื่อซึ่งในวันนี้จะขอพาคุณไปพบกับสัตว์ที่ได้สูญพันธ์ไปแล้วแต่กลับได้พบเห็นอีกครั้งหนึ่งมันจะมีตัวอะไรกันบ้างเราไปดูกันเลย

1 ค้างคาวลิตเติลบราวน์ – สหรัฐอเมริกา

หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพวกมันได้สูญพันธ์ไปแล้วจากโรคจมูกขาว ซึ่งได้เป็นเชื่อลาที่ได้เติบโตที่บริเวณที่รอบๆจมูกปากและปีกในขณะที่พวกมันกำลังจําศีลแต่ในปัจจุบันได้มีการพบเห็นเจ้าค้างคาวชนิดนี้มากขึ้นและก็คาดว่าอาจจะใช้เวลานานถึง30 ถึง 40ปีที่พวกมันนั้นจะกลับมามีจำนวนเท่าเดิมอีกครั้งก่อนที่จะเจอภาวะโรคจมูกขาว

2 โลมาแม่น้ำจีน – จีน

เป็นโลมาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ําแยงซีเกียงตอนกลางและตอนล่างของประเทศจีนจนมาได้ฉายาว่าเทพทิดาแห่งแม่น้ําแยงซีเกียง ซึ่งโลมาชนิดนี้เคยอาศัยอยู่ในแม่น้ําแยงซีเกียงกว่า1,000ตัว ในช่วงศตวรรษที่1950ก่อนที่จะถึงสภาวะอดอยากจากนั้นมาก็ไม่มีใครได้พบเห็นอีกเลยตั้งแต่ในปี2007จนกระทั่งกลุ่มอนุรักษ์สมัคเล่นได้บังเอิญเข้ามาเจอและเชื่อว่าพวกมันยังคงมีชีวิตอยู่น้อยนิดในแม่น้ําแยงซีเกียง

3 ฟิชเชอร์ – สหรัฐอเมริกา

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสัตว์สายพันธ์เดียวกับพังพอน แต่ก็ไม่มีใครที่จะพบเจอเจ้าฟิชเชอร์อีกเลยตั้งแต่ศตวรรษที่1008เป็นต้นมาจนกระทั่งปีในเดือนพฤศจิกายนปี2016พวกมันกับได้มีการค้นพบอีกครั้งผ่ายทางกล้องวีดีโอที่ได้ตั้งถ่ายเอาไว้ในป่าทางตะวันออกเฉียงใต้ของมินนิโซต้าและได้รับการยื่นยันจากเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรรัฐไอโอวา ว่ามันคือเจ้าฟิชเชอร์ตัวจริงเสียจริง

4 ทากเบียร์ – เยรมันนี

เจ้าทากเบียร์ชนิดนี้ไม่เคยได้ถูกค้นพบในเยรมันนีมาตั้งแต่ในปี1935จนผู้เชียวชาญเชื่อกันว่าพวกมันนั้นได้สูญพันธ์ไปจากโลกนี้แล้วแต่เมือเดือนเมษยนในปี2017 ได้มีการค้นพบเจ้าทากเบียร์เป็นครั้งแรกในรอบ80ปีและนี่ก็ถือว่าเป็นการค้นพบสัตว์ที่เชื่อว่สได้สูญพันธ์ไปแล้วล่าสุดในขณะนี่

5 เสือโคร่งอินโดจีน – ไทย

เมื่อประมาณ100ปีก่อนนักวิทยาศาสตร์คาดว่ามีเสือโคร่งอินโดจีนกว่า100,000ตัวแต่หลังจากบุกรุกทำร้ายป่าในพื้นที่อยู่อาศัยของเสอโคร่งอินโดจีนจึงทำให้พวกมันได้มีจำนวนที่ลดลงแลพก็ไกล้จะสูญพันธ์แต่ล่าสุดได้มีการค้นพบเสือโคร่งอินโดจีนที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทำให้นักอนุรักษ์มีโอกาสที่จะได้พบเสือโคร่งอิโดจีนในไทยมากขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  dewabet

ตำนาน ทหาร ว้าแดง

วันนี้เราจะมามาเล่าเรื่องเกี่ยวกับ กองทัพว้าแดง

ว่าเป็นกองกำลังที่มีประสิทธิภาพมากขนาดไหน กองทัพ ว้าแดงนั้นได้เก็บตัวเงียบมาตลาดในแวดวงการเมืองของประเทศหลังจากที่ได้ทำข้อตกลงหยุดยิงเมื่อปีพุทธศักราช 2532 ทำให้กองทัพว้าแดงนั้นได้สิทธิในการปกครองตนเองบนพื้นที่ที่มีขนาดเท่ากับเบลเยียมติดกับพรมแดนจีนและได้กลายมาเป็นเขตกันชนให้กับทางจีน โดยกองทัพว้าแดงนั้นได้ถูกตราหน้าว่าเป็นขบวนการค้ายาเสพติดที่ติดอาวุทหนักที่สุดของเอเชียแต่ในขณะนี้กบฏคนกลุ่มน้อยชาว ว้า ที่ได้รับการสนับสนุนจากจีนได้ผงาดขึ้นมา

เป็นผู้เล่นคนสำคัญในกระบวนการเมียนมาร์ (พม่า)สืบเนื่องมาจากอิทธิพลที่แข็งแกร่งของจีนที่มีเหนือประเทศเพื่อบ้านเมื่อ นางอองซานซูจี ผู้นำพลเรือนคนใหม่ของรัฐบาล เมียนมาร์ (พม่า) ได้มีการจัดประชุมสันติภาพรอบแรกกับกลุ่มชาติพันธต่างๆมากมายเมื่อปีที่แล้วและการเข้าร่วมเจรจาของ กองทัพว้าแดง เป็นเพียงตัวประกอบเท่านั้นโดยกองทัพว้าแดงนั้น

ได้เกินขึ้นมาจากคนกลุ่มน้อยที่มีชื่อว่า ว้า ซึ่งเป็นชนชาติเก่าแก่ของเมียนมาร์ (พม่า)มีรกลากอยู่บริเวณตอนบนของรัฐฉานซึ่งมีชื่อเสียงของชาวว้าในสมัยก่อนนั้นเป็นที่หน้าสะพรึงกลัวของชนเผ่าอื่นเพราะพวกเขาได้ถูกขนาดนามว่าเป็นนักล่าหัวมนุษย์โดยในอดีคชนชาติว้านั้นประกอบอาชีพหลักคือการเพาะปลูกจนมาถึงในช่วงที่ก่อตั้งกองกำลัง ว้าแดง

จึงได้หันไปปลูกฝิ่นเพื่อขายระดมทุนมาใช้ในการทำสงครามปลดปล่อยกับรัฐบาลพม่าจนกลายมาเป็นรายได้หลักมหาศาลซึ่งส่งผมให้กองกำลังว้าแดงนั้นได้มีเงินซื้ออาวุธที่ทันสมัยมาใช้ต่อกลอนกัยรัฐบาลในการเติบโตของกองกำลังว้าแดงนั้นได้ทำให้รัฐบาลพม่าถึงต้องกับหนักใจเพราะกองกำลังว้าแดงได้กลายเป็นกองกำลังติดอาวุธที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศโดยมีกำลังพลถึง30,000นายแบ่งออกเป็น4กลุ่มตั้งรกลากอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ

โดยแต่ละกลุ่มจะมีผู้นำที่ติดต่อเป็นพันธมิตรระหว่างกันโดยรัฐบาลพม่านั้นได้ตระหนักถึงข้อนี้ดีถ้าทั้ง4กลุ่มรวมตัวกันโจมตีก็จะทำให้การปราบปรามทำได้ยากจึงได้แก้ปัญหาด้วยการทำสัญญาหยุดยิงในปีพุทธศักราช2533 ซึ่งข้อตกลงนี้รัฐบาลพม่าถึงว่าได้ประโยช์นเช่นกันเพราะสามารถใช้กองกำลังว้าแดงปราบชนกลุ่มน้อยอื่นๆที่อยากจะแยกตัวออกจากพม่าได้เช่น กองกำลังรัฐฉานและในช่วงปีพุทธศักราช2551 ทางรัฐบาลพม่าได้ให้สิทธิ์ในการตั้งเขตปกครองตัวเองแก่กองกำลัง ว้าแดง ทั้งหมด6แห่งโดยมีศูนย์การปกครองอยู่ที่เมืองปางซาง พม่า ตั้งอยู่รัฐฉาน ติดอยู่กับมณฑลยูนนาน ประเทศจีน  

 

สนับสนุนโดย  9luck

ประเพณีล้านนา

ประเพณีล้านนา ประเพณียี่เป้ง

       สำหรับประเพณียี่เป็งเป็นประเพณีของชาวภาคเหนือที่นิยมจัดกันทุกปี โดยจะเลือกจัดงานตรงกับวันลอยกระทงของปีนั้นนั้น คือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งจะอยู่ในช่วงประมาณ เดือนพฤศจิกายน  ยี่เป็งเป็นภาษาล้านนา โดยมีการแยกคำออกมาว่า ยี่ ในทางภาษาของลานนานั้นหมายถึง เดือนสอง ซึ่งเดือนนี้เป็นเดือนพฤศจิกายนของทุกปีในความหมายของคนล้านนา

ส่วนคำว่าเป็งนั้น ในภาษาล้านนาหมายถึง พระจันทร์ในคือวันเพ็ญวันจันทร์ขึ้นเต็มดวง 

สำหรับการจัดเตรียมงานฉลองเทศกาลยี่เป็งนั้นทางชาวล้านนาจะมีการเตรียมตัวกันตั้งแต่วันขึ้น 13 ค่ำ ซึ่งวันดังกล่าวจะเป็นการเริ่มต้นการเตรียมงาน โดยจะเป็นการเรียมข้าวของ ทั้งอาหาร ขนมและอื่นอื่นอีกมากมาย สำหรับจะเอาไว้ไปทำบุญทีวัดในวันขึ้น 14 ค่ำ และพอตกลางคืนของวันขึ้น 15 ค่ำก็จะเป็นการเริ่มงานประเพณียี่เป็ง

โดยภายในงานจะมีการจัดทำกระทงไปลอยในแม่น้ำ ซึ่งถือว่าเป็นการลอยกระทงเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าและสิ่งศักดิ์ทุกองค์ตามความเชื่อของชาวล้านนา รวมถึงการขมาต่อแม่น้ำคงคา ที่มีการนำน้ำในแม่น้ำลำคลองมาใช้สำหรับกินและอาบ ซึ่งในวันนี้ชาวบ้านต่างก็จะพากันจัดทำโคมเพื่อประดับตกแต่งบ้านเรือนให้มีความสวยงาม รวมถึงจะมีการจัดงานทำบุญ ฟังเทศมหาชาติ ซึ่งชาวบ้านจะนำโคมมาตกแต่งทำซุ้มประตู นำมาประดับตกแต่งภายในงานที่จะใช้สำหรับให้พระสงฆ์นั่งเทศนาอีกด้วย

นอกจากนี้ยังจะมีการประดับไฟทั่วทั้งหมู่บ้านอย่างสวยงาม ในตอนพลบค่ำชาวบ้านต่างก็จะมารวมกันเดินทางไปที่โบสถ์เพื่อบูชาเทียน โดยมีความเชื่อกันว่าเป็นการต่อชะตา สะเดาะเคราะห์ และรับโชค รับพร โดยจะมีการทำไส้เทียนเท่ากับอายุตัวเอง และยังมีการเขียนวันเดือนปีเกิดตัวเองลงในกระดาษสา และเมื่อนำไปประกอบพิธีกรรมในโบสถ์เสร็จแล้วก็จะนำเทียนดังกล่าวกลับมาใช้ที่บ้าน ทั้งเอาไว้จุดบูชาพระ  จุดดอกไม้ไฟ หรือเอาไว้จุดปล่อยโคมไฟ 

     สำหรับเทศกาลประเพณียี่เป็งนี้ นอกจากทำบุญ และลอยกระทงแล้ว สิ่งที่เป็นไฮไลของงานที่ผู้คนนิยมเดินทางร่วมงานประเพณียี่เป็งกันมากที่สุดก็คือ การจุดโคมไฟให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยจะมีโคมไฟลอยขึ้นฟ้าเป็นจำนวนมากกว่า หนึ่งพันดวง ทำให้ท้องฟ้าสวยงามมองขึ้นไปเหมือนมีดาวเต็มท้องฟ้าไปหมด

ซึ่งท้องฟ้าในวันนี้จะเป็นเหมือนแสงสีแสด เปล่งประกายระยิบระยับ และประเพณีจัดกันทุกจังหวัดของภาคเหนือ แต่จะมีการจัดงานกันแบบยิ่งใหญ่ และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวงานมากที่สุดคือที่ จังหวัดเชียงใหม่

 

สนับสนุนโดย  sagame