ผู้เขียน: admin

เรื่องราวของหลวงปู่กับเครืออาถรรพ์

มีความเชื่อว่าต้นเครือเขาหลงนั้นมันจะมีอยู่มากในป่าดงดิบตรงบริเวณที่มันได้ด้านทางเข้าของเมืองลับแล สำหรับในคดีตนั้นใครที่มีอาคมเก่ากล้าก็มักจะใช้ต้นเครือเขาหลงชนิดนี้เป็นม้วลสารที่ใช้สำหรับการสร้างวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่จะมีอนุภาพทางด้านเมตตามหานิยมเสน่ห์หาจึงได้ทำให้ผูคนที่ต้องมนต์นั้นต่างก็ได้มีความหลงไหลเป็นอย่างมากในตัวของผู้ที่ได้มาครอบครอง

เนื่องจากนี้ยังได้นำเอาไปมัดติดกับที่ด้านเสาประตูคอกวัวเพื่อจะทำให้โจนนั้นที่จะเข้ามาลักขโมยวัวหลงทางและจะหาทางออกไปเจอ เนื่องจากนี้เหล่าด้านร้านขายของต่างๆ ต่างก็นำได้เอาวัตถุมนคลที่ได้มีวัตถุของเครือเขาหลงปนอยู่หานำเอามาบูชา เพราะได้เชื่อกันว่าจะทำให้เหล่าลูกค้านั้นหลงไหลและจะต้องมาซื้อของที่ร้านเขาเป็นประจำ

โดยส่วนมากแล้วมักจะเลือกเอาเครือเขาหลงในวันอังคารเพราะเชื่อว่าฤทธิ์ของมันนั้นจะแรงกว่าวันอื่นๆ และก่อนใช้วานดังกล่าวจะมีคาถาเพิ่มให้กับเครือเขาหลงจากคำบอกเล่าจาก หลวงปู่พรหม นรินโทได้พูดถึงเรื่องด้านประสบการณ์ที่จะต้องตกอยู่กับอาถรรพ์ของเครือเขาหลงในครั้งหนึ่งว่าในครั้งนั้น ท่านได้เดินไปธุดงค์ไปยังป่าดงดิบแห่งหนึ่งเพื่อเจริญภาวนา

ในตอนแรกนั้นท่านก็ได้รู้สึกแปลกๆกับพื้นป่าแห่งนี้แค่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักท่านก็ยังได้ทำหน้าที่ของสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป แต่เวลาผ่านไปสองคืนสองวันท่านกลับพบว่าตนเองได้เดินวนเวียนอยู่บริเวณที่เดิมจนกระทั่งเลยเวลามาถึงตอนเที่ยงของวันที่สาม ท่านได้รู้สึกเหนื่อยล้าท่านจึงได้นั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง

ในขณะที่ท่านได้นั่งบําเพ็ญภาวนาอยู่นั้นปรากฏว่าได้มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งมาร้องเรียก หลวงปู่ หลวงปู่ พอลืมตาขึ้นท่านก็ได้เห็นหญิงสาวแต่งตัวอยู่ในชุดไทย ซึ่งก็ได้แปลกใจแล้วว่าผู้หญิงตนนี้มาอยู่ในป่าได้อย่างไรท่านจึงได้ถามออกไปว่าเป็นผู้หญิงมาอยู่ในป่าคนเดียวได้อย่างไรไม่กลัวผีซางนางไม้ หรือสัตว์ร้ายหรืออย่างไร หญิงสาวเลยตอบว่าไม่กลัวหรอกเพราะเป็นเทพรักษาที่ป่าแห่งนี้ใครจะเข้าจะออกป่าใครทำดีหรือทำชั่วรู้หมดนอกจากนั้นนางยังได้เล่าว่าที่ผ่านมาได้มีคนเข้ามาบุกรุกป่าเป็นจำนวนมาก

ในบางทีนางก็ได้แก้งทำให้ต้นไม้นั้นล้มใส่จนตายก็มีและนอกจากนี้นางก็ได้ถามต่ออีกว่า หลวงปู่นั้นได้เข้ามาที่ป่าแห่งนี้ทำไม หลวงปู่ตอบว่าหลวงปู่เข้ามาแสวงธรรมหลวงปู่ได้ตอบทั้งที่ผู้หญิงดังกล่าวรู้ความเป็นมาของเรื่องราวทั้งหมดอยู่แล้ว

ข้อเรื่องที่เกี่ยวกับนายคิมจองอึน

คุณคงรู้จักคิมจองอิลที่เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศเกาหลีเหนือที่เรานั้นมักจะเห็นเขาในรูปแบบของสื่อต่างๆและในวันนี้เราจะพาคุณมาพบกับเรื่องจริงของคิมจองอิลที่คุณอาจไม่เคยรู้

ประวัติโดยสังเขป 

คิมจองอึนนั้นคือลูกชายผู้สืบสายเลือดมาจากอดีตของผู้นำสูงสุดอย่างนายคิมจองอิลเขาได้เกิดในวันที่8มกราคม ปีเกิดของเขานั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างคลุมเครือโดยจะมีการคาดการเอาไว้ว่าเขาน่าจะเกิดในช่วงปี1982ไปถึงปี1984เขามีพี่น้องทั้งหมด3คนและแม้ว่าตัวเขาจะมีพี่ชายแต่ ซึ่งที่ทำให้คิมจองอึนเป็นตัวเต็งที่จะสืบต่อจากพ่อก็เป็นเพราะลูกชายคนโตนั้น

ได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกมากเกินไปถึงขนาดเสนอให้เปิดประเทศ ซึ่งเป็รสิ่งที่ผู้เป็นพ่อนั้นรับไม่ได้นั่นจึงทำให้คิมจองอึนนั้นจึงมีความเหมาะสมมากกว่าจากนั้นนายคิมจองอิลผู้เป็นพ่อก็เสียชีวิตลงและก็ได้มีการประกาสแต่งตั้งให้นายคิมจองอึนได้เป็นผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือตั้งแต่ในช่วงปลายปี2011เป็นต้นมาและยังคงเป็นสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ชีวิตในวัยเรียน

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าในช่วงของวัยเรียนของผู้นี้เขาได้เข้าศึกษาที่lnternational School of Berneที่อยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงราวๆปี1998ไปจนถึงปี2000โดยที่ในเวลาต่อมาด้านสืบต่างๆก็ได้มีโอกาสได้เข้าไปสัมภาษณ์เพื่อนร่วมชั้นของคิมจองอึนว่าในตอนนั้นตัวเขาเป็นอย่างไร ซึ่งพวกเขาได้กล่าวว่าคิมจองอึนในเวลานั้นไม่ได้เปิดเผยสถานของตัวเองเอาบอกว่าเขาเป็นลูกชายจากทูตของเกาหลีเหนือ

โดยมีการใช้ชื่อว่า พัค อึน เขาเป็นเพื่อนที่ดีเป็นคนสนุกสนานมีอารมณ์ขันเขาแถบจะไม่แสดงออกในเรื่องของการเมืองเลยแต่ก็มีลักษณะนิสัยอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือตัวเขานั้นได้เป็นคนที่เกียรความพ่ายแพ้และเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับชัยชนะ ซึ่งนอกเหนือจากนี้คอมจองอึนนั้นได้ชื่นชอบในกีฬาบาสเกตบอลมากเป็นพิเศษ

คิมจองอึนกับนักบาส

อย่างที่ได้มีการกล่าวมาแล้วว่าคิมจองอึนนั้นได้ชื่นชอบกีฬาบาสเกตบอลมากเป็นพิเศษถึงขณะได้เป็นเพื่อนกับนักบอสโดยในปีประนมาณ2014นั้นด้านตัวเขาและนักกีฬาDennis Rodmanได้พบกันที่กรุงเปียงยางพวกเขาได้นั่งชมการแข่งขันบอสระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือด้วยกันมีการพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ซึ่งทางDennis Rodmanก็ได้เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าเอานั้นได้เจอกับนายคิมจองอึนกันอย่างได้

ไกล้ชิดกันมากๆพวกเขาสามารถพูดคุยในเรื่องต่างได้มากมายแต่นั้นก็ไม่ได้มีการเมืองการทหารเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใดและตัวเขายังได้กล่าวอีกว่าคิมจองอึนนั้นไม่ได้เป็นคนที่เลวร้ายอะไรอย่างที่ผู้คนนั้นคิดกันนอกจากทั้งสองคนที่ก็ยังมีโอกาสที่ได้พบเจอกันบ้างอยู่บ่อยครั้งและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเรื่อยมา

ตำนานกุมารทอง

  กุมารทองเป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันก็ยังมีการเชื่อว่ามีกุมารทองอยู่ซึ่งคนเริ่มรู้จักกุมารทองมาจากวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน   โดยตามตำนานของขุนช้างขุนแผนนั้นต้นกำเนิดของกุมารทองมาจากที่คุณแผนจับได้ว่าเมียของตนเองที่ชื่อว่านางบัวคลี่ซึ่งขณะนั้นกำลังตั้งท้องอยู่ได้มีการคิดจะฆ่าขุนแผนด้วยการวางยาพิษดังนั้นขุนแผนจึงได้ฆ่านางบัวคลี่และผ่าท้องเอาเด็กออกมาจาก ท้องมาทำกุมารทอง ซึ่งในนิยายคุณช้างขุนแผนนี้เองกุมารทองจะกลายเป็นผู้ช่วยที่คอยช่วยเหลือขุนแผนอยู่ตลอดเวลา 

         ตามความเชื่อนั้นเชื่อกันว่ากุมารทองเกิดมาจากวิญญาณของเด็กผู้ชายที่ตายในท้องของมารดาแต่หากวิญญาณนั้นเป็นผู้หญิงจะเรียกอีกชื่อว่าหงส์พรายซึ่งตามความเชื่อนั้นเกิดจากคนที่มีวิชาอาคมแกร่งกล้าไปเอาวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่มาเลี้ยงไว้เป็นลูก ซึ่งมีหลักฐานเป็นเอกสารเขียนถึงขั้นตอนการทำกุมารทองเอาไว้ว่า จะต้องมีการไปนำเอาร่างของเด็กที่ตายท้องกลมออกมาจากท้องของแม่เด็ก และทำพิธีกรรม หลังจากนั้นต้องนำร่างของเด็กมาเผาไฟให้ร่างกายของเด็กแห้งสนิท

โดยต้องเผาให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วนำร่างที่เผาแห้งแล้วมาลงรักปิดทองให้ทั่วทั้งตัว ทำให้เรียกชื่อกันว่า กุมารทองแต่ต่อมาประเทศชาติมีการพัฒนามากขึ้นผู้ที่มีอาคมไม่สามารถที่จะนำศพของเด็กทารกมาเผาแล้วปิดทองเป็นกุมารทองได้จึงได้มีการเปลี่ยนวิธีการการสร้างกุมารทองขึ้นมาใหม่โดยการนำดินเจ็ดป่าช้า มาสร้างเป็นรูปกุมารทอง และบริกรรมคาถา สร้างเป็นกุมารทองขึ้นมา 

ตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบันผู้คนต่างพากันกราบไหว้บูชากุมารทองเพื่อให้ช่วยเหลือเนื่องจากมีความเชื่อกันว่ากุมารทองนั้นมีอิทธิฤทธิ์มากมาย โดยในสมัยโบราณมักจะนิยมพกกุมารทองออกไปช่วยในการทำสงคราม  แต่ในปัจจุบันมีการสร้างกุมารทองเป็นรูปลักษณะเหมือนเด็ก และมีความเชื่อกันว่ามีวิญญาณของเด็กมาสิงสถิตอยู่ในรูปกุมารนั้น หากใครก็ตามที่จะเลี้ยงดูกุมารทองจะต้องมีการเลี้ยงดูเหมือนกับเลี้ยงดูลูกของตนเองต้องหาซื้อเสื้อผ้า 

ซื้อของเล่นรวมทั้งหาข้าวของมาให้กินเป็นประจำทุกวัน สำหรับปัจจุบันนี้คนที่นิยมบูชากุมารทองมักจะมีการนำน้ำแดงมาไหว้ และเวลากินข้าวหรือกินขนมก็ต้องเรียกกุมารทองมากินด้วย

ซึ่งมีการเชื่อกันว่าใครที่เลี้ยงกุมารทองแล้วดูแลกุมารทองเป็นอย่างดีกุมารทองก็จะให้คุณด้วยการช่วยเหลือด้วยการปกป้องอันตรายจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆรวมถึงอาจจะมาให้เลขให้หวยทำให้ที่บ้านมีฐานะดีขึ้น  และของที่จะมาเส้นไหว้กุมารทองนั้นนอกจากน้ำแดงแล้วยังสามารถใช้เป็นน้ำสีต่างๆหรือน้ำผลไม้ก็ได้รวมถึงขนมกุมารทองจะนิยมชอบขนมโบราณแบบกล้วยน้ำว้า 

ตำนานนางเงือกยุโรป  นางเงือกสองหาง เมลูซีน 

ภาพนางเงือกในโซนยุโรปนั้นว่ากันว่ามีการเรียกชื่อนางเงือกนี้ว่าเมลูซีน ซึ่งตำนานของ  เมลูซีน นั้นมีการระบุรูปร่างของเธอเอาไว้ว่าด้านบนของเมโลเดียนจะเหมือนกับหญิงสาวทั่วไปส่วนด้านล่างนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับงู

ซึ่งด้านบนของ  เมลูซีน  นั้นนอกจากผู้หญิงแล้วยังมีปีกเหมือนกับนก มีเรื่องเล่าย้อนไปหลายพันปี ว่ามีกษัตริย์องค์หนึ่งชื่อว่าalias   อยู่มาวันหนึ่งกษัตรย์alias  ได้เดินทางไปล่าสัตว์ในป่าแล้วเขาก็ไปเจอกับหญิงสาวงามคนหนึ่งอยู่ในป่า กษัตรย์ alias ตกหลุมรักหญิงงามในทันทีโดยที่พระองค์ไม่รู้เลยว่าหญิงงามคนดังกล่าวนั้นคือนางฟ้า กษัตรย์ alias ได้ขอนางฟ้าแต่งงานและชวนไปอยู่ในเมืองด้วยกัน นางฟ้าตอบตกลงโดยเธอมีข้อแม้ว่า

ถ้าเธอมีลูกขณะที่เธอคลอดลูกและตอนที่เธออาบน้ำให้กับลูก กษัตรย์ alias จะต้องไม่เข้าไปดูเด็ดขาด ซึ่ง กษัตรย์ alias ได้ตอบตกลงหลังจากนั้นทั้งสองคนก็ไปอยู่ในเมืองด้วยกันครองเมืองอย่างมีความสุขเรื่อยมาจนวันนึงนางฟ้าตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมา ซึ่งระหว่างที่มีการคลอดลูกอยู่นั้นกษัตรย์ alias ได้เดินเข้าไปในห้องคลอด

เพราะพระองค์ไม่เห็นว่าจะมีคนใช้คนไหนเข้าไปช่วยพระมเหสีของพระองค์ทำคลอดทำให้พระองค์รู้สึกเป็นห่วงพระมเหสีของตนเองเป็นยิ่งนักแต่เมื่อพระองค์เปิดประตูเข้าไปข้างในห้องที่กำลังมีการคลอดลูกนั้นพระองค์ก็พบว่าพระมเหสีของพระองค์นั้นไม่ใช่มนุษย์และเมื่อพระมเหสีเห็นว่า กษัตรย์ aliasผิดคำพูดที่เคยให้ไว้นางฟ้าจึงได้อุ้มทารกทั้งสามคนนี้หายไปบนอากาศ และไปซ่อนตัวที่เกาะอวารอน หลังจากนั้นก็อยู่ที่เกาะเหล่านั้นเรื่อยมา

ซึ่งเด็กแฝดทั้ง 3 คนนั้นโตมาก็กลายเป็นสาวสวยโดยพี่สาวคนโตชื่อว่า  เมลูซีน ซึ่งเธอรู้สึกไม่พอใจที่พวกเธอทั้งสามคนต้องมาอยู่เกาะเมลูซีนจึง ได้ชวนน้องทั้งสองคนของเธอไปทำการแก้แค้นพ่อ ด้วยการจับพ่อมาขังเอาไว้ เมื่อแม่ของของทั้งเมลูซีนรู้เรื่องจึงได้มาช่วยปล่อย    กษัตรย์ alias และนางยังได้ทำโทษเมลูซีนด้วยการสาป

คำสาปนั้นคือในทุกวันเสาร์นางในร่างกายท่อนล่างจะต้องกลายเป็นหาง   เมลูซีน เสียใจมากจึงได้หนีออกจากเกาะ และไปอยู่คนเดียวตามลำพัง โดยทุกวันเสาร์ร่างกายท่อนร่างจะมีหาง นางต้องอยู่ภายในน้ำ อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ เลมูซีนกำลังนั่งร้องเพลงอยู่ในป่ามีอัศวินหนุ่มเดินทางมาพบและขอนางแต่งงาน

โดยนางบอกกับอัศวินหนุ่มว่าทุกวันเสาร์อัศวินหนุ่มจะต้องปล่อยให้ตัวเองอยู่ลำพังไม่ให้ใครมารบกวน ซึ่งอัศวินหนุ่มตอบตกลง และทั้งคู่ก็อยู่ด้วยกันเรื่อยมาจนมีลูกด้วยกัน 3 คน จนอยู่มาวันหนึ่งอัศวินหนุ่มได้มาแอบดูจึงทำให้รู้ว่า เมลูซีนไม่ใช่คนแต่มีท่อนร่างเหมือนงูเพราะขาทั้งสองข้างเหมือนหางงู เมื่อคืนรู้ความจริงจึงได้แปลงร่างกายเป็นมังกรและหนีไป 

 

ขอขอบคุณ  bk8  ที่สนับสนุนมาโดยตลอด

คดีที่ทำให้ทางการFBIสะเทือนใจ

บอนนี และไคลด์ คู่แท้จอมโจร

บอนนี และ ไคลด์ ได้โด่งดังขึ้นมาในหลังเดือนมีนาคมในปี1933 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าบุกในพื้นที่กบดานของชาวแก๊งของเขาได้ ซึ่งโดยทั้งคู่นั้นได้สามารถหลบหนีออกไปได้พร้อมกับได้ฆ่าเจ้าหน้าที่ไปอีกประมาณ2นายเมื่อได้เข้าตรวจค้นในสถานที่เจ้าหน้าที่ก็ได้พบเข้ากับบทกลอนของฝันของบอนนีที่มีความเกี่ยวข้องกับการผจญภัยของทั้งคู่

อีกทั้งยังมาพร้อมกับภาพถ่ายอีกมากมายและเมื่อรูปภาพเหล่านี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปผ่านยังสื่อก็ได้ทำให้ทางด้านสังคมได้เกิดจินตนาการไปไกลถึงความสำพันของคู่รักคู่นี้มันจึงได้ทำให้เกิดข่าวรือและความเชื่อแบบผิดๆตามมาไม่ว่าจะเปฌนเรื่องที่ตัวเขานั้นไปปล้นแต่คนที่รวยและธนาคารในทั้งที่ส่วนใหญ่เหยื่อของพวกเขาก็คือในร้านค้าที่มีขนาดเล็กตามทั่วไปมันจึงได้ทำให้พวกเขานั้นได้กลายมาเป็นฮีโร่ของชาวบ้านในยุคของเศรษฐกิจตกต่ำ

และในช่วงเวลาที่ความโกรธแค้นต่อธนาคารและสถาบันด้านการเงินนั้นยังมีอยู่นั่นเองทางด้านทางการFBIก็ได้ลงในพื้นที่เพื่อทำการสืบสวนและก็ยังได้ข้อมูลและที่อยู่อย่างแน่ขัดแล้วว่าบอนนี และ ไคลด์ ได้อาศัยอยู่ในเขตห่างไกลจากทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของชุมชนดังกล่าวในบ้านของครอบครัวและในเวลาต่อมาทางการก็ยังได้ข้อมูลอีกหนึ่งชิ้นว่าบอนนี และ ไคลด์กับสมาชิกในครอบครัวรวมไปถึงเม็ดวิ้นในบางส่วนต่างก็ได้ร่วมกับจัดงานปาร์ตี้ที่แบ็คแลชในหลุยส์เซียน่าในวันคือที่21พฤษภาคมในปี1934 และในทั้งคู่นั้นประมาณในอีกสองวันก็จะเดินทางกลับมาต่อมาในวันที่23พฤษภาคมในปี1934

ทางการเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลุยส์เซียน่าและในรัฐเท็กซัสรวมไปถึงเจ้าหน้าที่เท็กซัสเขาก็ได้ซุ่มตัวเองอยู่ในพุ่มไม้ริมข้างทางหลวงที่ไกล้กับไซเลซจนในกระทั่งบอนนี และ ไคลลด์ก็ได้มาปรากฏตัวที่รถยนต์ทางการเจ้าหน้าที่ก็ได้วิ่งเข้าไปจับกุลบอนีและไคลด์ในทันทีแต่ในทั้งคู่นั้นต่างก็จะพยายามที่จะหาทางหลบหนีจากทางการเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาจับกุลตัวบอนนีลไคลด์

จากนั้นทางการเจ้าหน้าที่กได้ทำการที่จะเปิดฉากยิงออกไปจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ทางด้านบอนนีและไคลด์ได้เสียชีวิตลงในทันทีจากนั้นทางด้านคดีของบอนนีและไคลด์ก็ได้สิ้นสุดลงในทันทีที่ได้มีการเปิดฉากยิงเขาทั้งสองทางการเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่มีทางเลือกในระหว่างที่บอนนีและไคลด์กำลังที่จะหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เปิดฉากยิงบอนนีและไคลด์ในทันทีที่เขาทั้งสองคนนั้นกำลังพยายามที่จะหลบหีจากเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาจับกุมตัวเขาทั้งสอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  entaplay

สิ่งก่อสร้างจากพีระมิดที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้

คนงานที่ได้รับค่าจ้างเป็นคนงานสร้างพีระมิด

หลายคนก็คงจะเข้าใจกันมาตลอดเลยว่าผู้ที่ได้ก่อสร้างพีระมิดคือแรงงานยิวที่จะต้องทำงานท้ามกลางแดดที่ร้อนระอุและจะถูกลงโทษอย่างหนักหากว่ามีการแอบพักได้สืบเนื่องมาจากทิศดีของ  เฮอรอโดทัส ได้เป็นนักประวัติศาสตร์ชาวกรีกที่ได้ถูออธิบายเอาไว้จากนั้นทางฮอลลีวู้ดก็ได้นำเอาไปเป็นการสร้างภาพยนตร์จนมันดังอย่างมากแต่หลังจากนั้นมาเมื่อในปี1990หัวหน้านักโบราณคดีก็กลับได้พบความจริงจากการที่ได้ขุดค้นพบในสุสานแล้วว่าผู้ที่ก่อสร้างพีระมิดขึ้นมานั้น

ไม่ได้เป็นอย่างที่เรานั้นได้รู้จัดกันแต่มันเป็นช่างที่มีฝีมืดทางตอนเหนือและใต้ที่จะต้องการจะมีส่วนร่วมประวัติศษสตร์อันยิ่งใหญ่ต่างหากและจากหลักฐานที่ได้ค้นพบเจอมานั้นได้ว่ากันมาว่าได้มีแรงงานเป็นหมื่นๆคนโดยพวกเขานั้นจะได้รับค่าจ้างเป็นเนื้อสัตว์ในทุกๆวันและไม่ได้จะกินแต่ขนมปังอย่างที่ทุกคนนั้นได้เข้าใจกันแต่สิ่งที่ดูว่าหน้ามันจะเป็นจริงก็เห็นว่าจะเป็นงานที่หนักเอาการเนื่องจากได้มีการที่ได้ศึกษาด้านโครงกระดูกแล้วก็ได้พบว่าพวกเขานั้นได้มีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงมักจะเป็นโครข้อและกระดูกสันหลังอักเสบจึงมันได้ส่งผมให้อายุนั้นสั้นลงอย่างปกติทีนี้เราทุกคนก็จะเข้าใจอย่างตรงกันแล้วนะ

ตำแหน่งของพีระมิดที่ชี้ไปยังขั้วโลกเหนือ

สำหรับในการก่อสร้างพีระมิดของชาวอียิปต์โบราณก็ได้ทิ้งข้อสงสัยถึงความสามารถในการก่อสร้างเอาไว้ให้กับนักโบราณคดีเป็นอย่างมากและหนึ่งในทิศดีในที่ปัจจุบันยังไม่สามารถที่จะหาคำตอบได้อย่างชัดเจนได้ก็คือตำแหน่งของพีระมิดนั้นสามารถที่จะชี้ไปทางขั้วโลกเหนือได้อย่างแม่นยำแต่สิ่งที่หน้าสนใจก็คือชาวอียิปต์โบราณนั้นเขาได้ใช้อะไรเป็นตัวชี้ทางนำทิศทางกันแน่ทั้งๆที่ไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัยสักหน่อยแต่ก็มีนักบราณคดีหนึ่งคนต่างก็ได้สันนิษฐานว่า

พวกเขาอาจจะใช้วิธีการสังเกตุการจากทิศทางจากกลุ่มดาวหมีใหญ่และกลุ่มดาวหมีเล็กแต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็จะไม่ใช้เรื่องที่ง่ายเลยที่จะก่อสร้างอะไรสักอย่างที่ที่จะให้ชี้ไปทางขั้วโลกเหนือได้อย่างแม่นยำได้ขนาดนี้มันก็อาจจะเป็นเพราะชาวอียิปต์โบราณและจะมีการคำนวนที่ซับซ้อนอยู่ก็เป็นได้ว่ากันว่าไม่มีความแม่นยำขนาดไกลเคียงกับเส้นเมริเดียนที่ได้ลากผ่านเมืองกรีนิชในประเทศอังกฤษด้วยน่าทึ่งกันเลยใช่มั้ยล่ะและถ้าพวกเขาได้มีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้มันอาจจะกลายเป็นผู้ที่ก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

ความลับของพีระมิดที่ไม่อาจรู้มาก่อน

เราเชื่อวาหลายคนก็คงจะหลงไหลไปกับอารยธรรมอียิปต์เพราะมันได้เต็มไปด้วยความลึกลับและมีความเป็นอาถรรพ์สุดๆที่น่ากลัวที่สุดก็น่าจะเป็นคําสาปฟาโรห์นี่แหละแต่เนื่องจากข้อมูลที่ได้มีความเกี่ยวกับสฟิงซ์และพีระมิดที่เรานั้นได้รู้จัดกันแล้วแต่ก็ยังได้มีความลับซ้อนอยู่อีกมากมายและถ้าคุณนั้นอยากรู้เรามากไขปริศนากันเลย

หินทรงกลมลึกลับบนยอดพีระมิดที่หายไป

หลายคนก็อาจจะคิดว่ามหาพีระมิดแห่งกีซาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสุสานเท่านั้นแต่ก็ยังมีบางคนที่คิดว่าจริงๆแล้วมมันได้ถูกใช้ให้เป็นแหล่งผลิตและส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่างหลากเล่าโดยนักโบราณคดีและนักทิศดีก็ได้เชื่อว่าที่นี่ก็หน้าจะใช้เป็นโรงงานไฟฟ้าด้วยการที่ใช้ประโยชน์จากน้ำในที่ราบสูงกกีซ่าเพื่อที่จะได้ผลิตกระแสไฟฟ้ามันจะเป็นไปได้

หรือแต่ก็ยังได้มีสถาปนิกชาวสเปนกลับได้คิดต่างเนื่องจากพวกเขานั้นได้พบตัวเลขชี้วัตที่ไม่น่าจะถูกระบุอยู่บนยอดพีระมิดเข้าและได้คิดว่าในชาวอียิปต์โบราณได้วางสิ่งของที่เป็นวัตถุวงกลมเอาไว้ที่บนยอดของมันด้วยซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นแหล่งกำเนิดของไฟฟ้าหรือเป็นพลังงานอย่างที่ได้เข้าใจกันมันอาจจะมีเอาไว้เพื่อบูชาดวงอาทิตย์และดาวซีเรียสดาวที่สหว่างมากที่สุดในท้องฟ้าซึ่งมันก็ได้อยู่ในความดูแลของเทพีไอซิสก็ได้แต่ก้จะไม่มีใครที่จะรู้ว่าสรุปแล้วมันได้มีเอาไว้ทำอะไรแต่ถ้าเกิดว่ามันมีอยู่จริงๆคนที่ได้เป็นคนสร้างนั้นจัดได้ว่าเป็นยอดอัจฉริยะเลยจริงๆ

ห้องลับหลังหูของสฟิงซ์

ในขณะที่นักโบราณคดีก็ได้คิดค้นหาในการขุดหาห้องลับในตัวของสฟิงซ์ขึ้นอยู่นั้นแตก็ไม่มีใครที่จสังเกตุเห็นในส่วนที่เป็นห้องลับอยู่ที่หลังหูของมันเลยสักนิดเดียวแต่เรื่องก็ดันมาความแตกจากนั้นได้มีหนุ่มเด็กอัจฉริยะชาวรัฐเซียก็ได้ออกมาบอกว่ามันได้มีอยู่จริงๆโดยอ้างว่าในห้องลับดังกล่าวได้มีกลไกที่ซับซ้อนอยู่หากว่าได้มีการปลอดล็อกเมื่อไรสิ่งที่มีชีวิตอยู่บนโลกนั้นก็จะเปลี่ยนไปเมื่อคุณได้ฟังดูแล้วอาจจะไม่น่าเชื่อใช่หรือไม่แต่ลองมาสังเกตดูดีๆ

ก็จะพบเห็นช่องว่างนั้นจริงๆถึงเมื่อว่าคำกล่าวอ้างของเขานั้นจะทำให้นักโบราณคดีอียิปต์สั่นสะเทือนกันไปหน่อยแต่ก็อย่าพึ่งตกใจกันไปนะเพราะว่าห้องที่ได้กล่าวมานั้นยังไม่มีนักโบราณคดีคนไหนที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ไปออกมาฟันธงหรือบอกว่าสรุปแล้วมันเป็นจริงอย่างที่เขาบอกจริงหรือไม่จึงทำให้ห้องลับแห่งนี้ยังคงเป็นปริศนา

3ประเทศที่แย่เกินกว่าจะเยียวยา

3ประเทศที่แย่เกินกว่าจะเยียวยาและซ้อมแซมมันขึ้นมาใหม่ได้

เฮติ

เฮตินั้นเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในทวีปอเมริกาโดยสภาพเศรษฐกิจจะต้องหยุดซะงักความไร้เสถียรภาพทางการเมืองแทรกแซงจากต่างชาติและในการบริหารแบบผิดๆที่เรื้อรังมาเป็นเวลานานๆสหประชาชาติระบุว่ามีชาวเฮติจำนวน 5 ล้านคนจะคิดเป็น 40.5 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศอันเชิญภาวะการขาดสารอาหารนอกจากการไร้เสถียรภาพทางการเมืองการเผด็จการและการรัฐประหารที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในประเทศเล็กๆแห่งนี้จะต้องประสบภัยธรรมชาติสารพัดทั้งพายุเฮอริเคนและแผ่นดินไหวในการศึกษาที่ล้าหลังสุดๆให้ประชาชนยากจนข้นแค้นเป็นประเทศมีการทุจริตคอรัปชั่นสูงสุด

ดับต้นๆของโลกและทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีนักการเมืองครอบครองและยังได้มีระบบการเมืองที่อ่อนแอไม่สามารถที่จะบริหารประเทศได้ดีธานาธิบดีที่เป็นผู้นำประเทศเป็นได้เพียงแค่หุ่นเชิดที่ไม่มีอำนาจทางเด็ดขาดก่อให้เกิดการรัฐประหารและปฏิวัติมาครั้งแล้วครั้งเล่าและผลที่เกิดขึ้นก็คือความเร็วของประเทศความเจ็บปวดของประชาชนและในทุกวันนี้ก็ยังไม่มีท่าทีว่ามันจะดีขึ้นเลย

ซิมบับเว

ซิมบับเวมีชื่อเป็นทางการว่าสาธารณรัฐซิมบับเวอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาซึ่งได้เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลการพังย่อยยับภายใต้การปกครองระบบของ โรเบิร์ต มูกาเบ ที่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่2543 การบริหารจัดการที่ผิดพลาดอยากได้มีการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลมูกาเบ้ โดยที่ทางรัฐบาลออกกฎหมายใหม่ปฏิวัติจัดการที่ดินทำกินยึดครองกรรมสิทธิ์ที่ดินไร่ดินที่ดินของคนผิวขาวและนำเอามาแจกคนผิวดำให้มีที่ดินทำกินโดยที่ไม่มีแผนการรองรับ

และยังไม่ได้ให้ความรู้ทักษะต่างๆแก่คนผิวดำไว้ก่อนเส้นทางไปเกาะเกิดการวิกฤตเงินเฟ้อเป็นอันดับที่สองประวัติศาสตร์ของโลกจากด้านปัญหาเศรษฐกิจจึงทำให้ประชาชนชาวซิมบับเวจะต้องเผชิญกับปัญหาอื่นๆตามมาอีกมากมายโดยเฉพาะปัญหาเรื่องสุขภาพมีรายงานว่ามีการติดเชื้อเอดส์ของชาวซิมบับเวได้ขึ้นสูงเป็นอันดับ 4 ของโลกหรือประชากรในวัยผู้ใหญ่มีโอกาสเสี่ยงจะติดเชื้อเอดส์อีกทั้งยังมีชาวซิมบับเวอีกหลายคนเสียชีวิตลงจากเอดส์ถึงปีละประมาณ 30,0000 คนเลยทีเดียว

เวเนซุเอล่า

ในครั้งหนึ่งเวเนซุเอล่าได้เคยเป็นประเทศที่ร้ำรวยที่สุดในประเทศลาตินอเมริกาแต่ในปัจจุบันนั้นพวกเขากำลังที่จะหมดสิ้นโดยซึ่งอาหารในโรงพยาบาลนั้นก็ยังเต็มไปด้วยเด็กไข้และในขณะที่หมอไม่มียาหรืออุปกรณ์ทางการพทย์มากเพียงพอที่จะทำการรักษาใดๆหรือแม้แต่ไฟฟ้าก็ยังไม่มีอะไรที่จะมารับประกันได้ว่ามันจะมีให้คนที่นี้ได้ใช้อยู่ตลอดเวลาแต่ที่ยังมีอยู่เหลืออยู่สิ่งเดียวก็คือความวุ่นวายเวเนซุเอล่าเป็นประเทศเดียวที่ได้มีน้ำมันดิบที่สำรองเอาไว้มากที่สุดในโลก

พวกเขาน่าจะมีแหล่งทำเงินได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดแต่ในสิ่งที่ได้เกิดขึ้นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลยเพราะตอนนี้งบประมาณของรัฐบาลเวเนซุเอล่ากำลังจะหมดลงราคาสินค้าก็พุ่งขึ้นสูงขณะที่โกลาหลของคนชั้นล่างซึ่งไม่พอใจที่คนชั้นสูงจำนวนน้อยควบคลุมของทุกสิ่งทุกอย่างของประเทศนี้เอาไว้

2ผู้นำประเทศที่มีความคลั่งอำนาจเห็นแก่ตัวมากเกินไป

ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ (เติร์กเมนิสถาน)

ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟผู้นำที่สุดแสนจะหลงตัวเองแห่งเติร์กเมนิสถานผู้ประกาสตนหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเมื่อปี1991ว่าเขาจะปกครองประเทศนี้ตลอดไปเขาคือผู้ที่เปลี่ยนเติร์กเมนิสถานให้กลายเป็นดินแดนส่วนตัวของตัวเองโดยการตั้งชื่อแลนด์มาร์คที่สำคัญของประเทศถนนหรือแม้แต่สวนสาธารณะเพื่อให้เกียรติสรรเสริญตนเองอีกทั้งยังได้เปลี่ยนชื่อเรียกเดือนเมษายนให้เป็นชื่อมารดาของเขาด้วยนับตั้งแต่ขึ้นปกครองประเทศจนกระทั่งหมดวาระเมื่อเขาได้เสียชีวิตลง นิยาซอฟ ก็ได้ตั้งข้อบังคับแปลกๆขึ้นมาหลายอย่างเพื่อที่บังคับใช้กับปชากรราวๆกว่า5ล้านคนที่จำต้องอยู่ในกรอบนั้นอย่างที่ไม่มีทางเลือก

ไม่ว่าจะเป็นบังคับให้นาฬิกาทุกเรือนจะต้องมีรูปของตัวเองอยู่บนหน้าปัดทำวอดก้าแบรนด์ของตัวเองที่มีรูปของตนเป็นโลโก้ให้เด็กๆเคี่ยวกระดูกเพื่อฟันที่แข็งแรงแทนที่จะส่งเสริมในทางที่เหมาะสมสั่งปิดห้องสมุดของชุมชนเพื่อขักขวางแสวงหาความรู้ของผู้ที่อ่านออกเขียนได้สั่งห้ามให้ผู้ชายไว้หนวดหรือไว้หนวดเคาห้ามมีวิทยุฟังในรถห้ามร้องและบรรทึกเพลงและสิ่งที่ได้แสดงถือความหลงตัวเองอย่างสุดๆก็คือ การสั่งให้ตั้งชื่ออุกกาบาตขนาด300กิโลกรัมที่ได้พุ่งตกลงมาในเขตเติร์กเมนิสถาน1998ว่าเพื่อเป็นการแสดงอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของตัวเองด้วย

คิมจองอิล ( เกาหลีเหนือ )

คิมจองอิลอดีตผู้นำสูงสุดของเกาหลีดหนือซึ่งก็ได้จากโลกนี้ไปเมื่อในปี2011ที่พึ่งผ่านม่ามกลางประกาสที่จะดูเหมือนกับว่าประชาชนของเกาหลีเหนือก็กำลังตกอยู่ในความเศร้าอาลัยอย่างแสนสาหัสถึงกับต้องมารวมตัวกันเพื่อร้องไห้กับผู้ที่ได้เสียชีวิตไปแล้วแต่ในหลายๆคนก็ได้วิเคราะห์กันไปว่าในการที่ประชาชนนั้นได้ร้องไห้เพีงเพราะแสดงความหวาดกลัวประชาชนชาวเกาหลีเหนือก็ได้ถูกให้มาแสดงอาการโสกเศร้าเพื่อให้สื่อต่างประเทศได้เห็นหากใครที่ไม่แสดงความอาลับอาวอนให้สมทบบาทประชาชนผู้นั้นและครอบครัวก็จะถูกลงโทษเกาหลีเหนือก็ได้กลายเป็นดินแดนที่ไร้เสรีภาพในด้านสื่อศาสนาการศึกษา

และแน่นอนที่สุดก็คือว่าในด้านของการเมืองในยุคของคิมจองอิลก็ได้มีการจับนักโทษการเมืองกว่า200,000ราย จับจริงจากนั้นก็ได้ลงโทษกันอย่างจริงจังจนทำให้ชาวบ้านนั้นต่างหวาดกลัวในการแข็งข้อไม่ว่าจะเป็นการบังคับกดขี่มากซักเพียงใดก็ตามถึงแม้ว่าในความเป็นอยู่ของประชาชนจะต้องอดยากอย่างลำบากเหลือใจแต่ทางด้านผู้นำของประเทศกลับได้ใช้ชีวิตในทางตรงกันข้ามคิมจองอิลได้มีชีวิตที่กินดีอยู่ดีมีห้องใต้ดินที่เก็บวายชั้นเลิศเอาไว้เป็นพันๆขวดมีเที่ยวบินตรงจากญี่ปุ่นเพื่อเสริฟชูชิอย่างดีให้กับผู้นำและเขาก็ได้ใช้เงินมากกว่า 20ดอลลาร์

 

สนับสนุนโดย  next88

ทำไมรัฐฉานถึงไม่เข้าร่วมกับประเทศไทย

ในช่วงสมัยนั้นประเทศไทยเองก็ได้ทำเรื่องเอาไว้ไม่ดีมากชาวเชียงตุงในช่วงสมัยนั้นก็เลยเกียจประเทศไทยจึงได้เลือกที่จะไปขออยู่กลับประเทศพม่าและในความเห็นส่วนตัวจริงๆเขาก็คงอยากจะเป็นรัฐที่อิสระเพราะในสนธิสัญญา ปางโหลงค่อยข้างที่จะชัดเจนแต่ก็ดันมาโดยถูกหักหลังเสียก่อนไม่ใช่แค่ไทใหญ่ คะฉิ่น กระเหรี่ยงก็โดยกันไปทั่วหน้า

ในเวลาต่อมาเราไดคิดว่ารัฐฉานอยากจะมีเอกราชเป็นของตนเองแต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถรู้อนาคตได้บ้านพี่เมืองน้องอย่างล้านนาดูเหมือนว่าจะรักษาเมืองเอาไว้ได้แต่พอได้มีการปฏิรูปการปกครองล้านนาก็เป็นอีกหนึ่งส่วนของสยามไปแล้วจากนั้นผู้คนก็ได้หล่อหลอมรวมกันเป็นชื่อไทย เขานั้นได้เป็นรัฐที่อิสระถึงในบางคราวจะเป็นประเทศราชชาติข้างเคียงแต่ก็จะต้องปกครองตนเองมาตลอด

และทำไมจะต้องมาเป็นอีกหนึ่งส่วนของประเทศไทยด้วยและรัฐบาลประเทญไทยในสมัยนั้นก็ไม่ได้มีนโยบายในการปกครองแบบสหพันธรัฐด้วยหากใครที่ได้มาเป็นหนึ่งส่วนของประเทศไทยก็จะต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลกรุงเทพเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นนอกจากนี้ฝฝรั่งเศษเองก็ได้ไปอ่านเจอว่าประเทศลาวของให้ประเทศไทยนั้นช่วยในการประกาสเอกราชจากประเทศฝรั่งเศษและจะขอเข้าร่วมเป็นสหพันธรัฐกับประเทศไทยโดยรัฐบาลไทยที่กรุงเทพก็อย่างปฏิเสธไปเลย

เนื่อจากนี้เองไทใหญ่นั้นจะเข้ามาอยู่กับประเทศไทยทำไมในเมื่อเหล่าสนธิสัญญา ปางโหลงในปี1947กำเนิดสหภาพพม่าในนั้นพม่าก็คือประเทศที่ได้เจริญเป็นอันสองในอาเชียลองมาจากฟิลิปปินส์ผู้ที่ส่งออกข้าวเป็นอันดันหนึ่งของโลกและยังได้ครองตลาดไม้สัก70%ของตลอดโลกประชากรรู้หนังสืออันดับหนึ่งในอาเชียควบคลุมเส้นทางการค้าขายระหว่างอินเดียกับจีนเป็นคู่ค้ากับโยกาสราเวยได้ครองลานนาที่มีคุณภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งและได้กำลังเริ่มขุดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติหนึ่งในประเทศที่ได้เติบโตอย่างเร็วที่สุดในโลกและในขนาดนั้นประเทศไทยเองก็แทบจะไม่มีอนาคตกับเผด็จการทหารและประติวัต รัฐประหารกันเองจนกระทั่งในปีพุทธศักราช1962นายพลเนวี่นก็ได้เข้ามายึดครองอำนาจถ้าพม่าได้เข้าสู่ยุคเผด็จการทางทหาร

และปิดประเทศสงครามกลางเมืองจึงได้ทำให้ประเทศไทยนั้นได้เข้ามาครองตลาดเป็นผู้ส่งออกข้าวจากนั้นก็ได้ทำให้ประเทศไทยได้ขึ้นมามีวันนี้แต่จริงๆแล้วเขาก้อยากที่จะให้เป็นเอกราชซะมากกว่าเพื่อให้ขึ้นกับสยามแค่ในปัจจุบันเดินทางจากกรุงเทพไปแม่ฮ่องสอนก็ยังเดินทางยากถ้าจะต้องไปรัฐฉานจะเป็นอย่างไรคิดถ้าว่าล้านนาไม่ขึ้นกับสยามรัฐฉานอาจอยากจะรวมกับล้านนามากกว่าพม่าก็เป็นได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  rb88