เดือน: กรกฎาคม 2020

ประเพณีรับบัวโยนบัว 

  พูดถึงประเพณีเก่าแก่ที่มีการปฏิบัติมาตั้งแต่ในสมัยโบราณจวบจนปัจจุบันนี้ลูกหลานก็ยังคงยึดถือปฏิบัติตามบรรพบุรุษเรื่อยมาตัวอย่างประเพณีที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือประเพณีรับบัวโยนบัวซึ่งถือได้ว่าเป็นประเพณีของประชาชนชาวภาคกลางโดยเฉพาะ โดยประเพณีนี้ได้มีการจัดขึ้นที่จังหวัดสมุทรปราการโดยจะจัขึ้นในอำเภอบางพลีสำหรับประเพณีนี้มีการระบุเอาไว้ว่ามีการจัดงานกันมานานเกินกว่า 80 ปีมาแล้ว

ซึ่งประเพณีรับบัวโยนบัวนั้น เป็นประเพณีที่ เกี่ยวพันมากับตำนานนั่นก็คือตำนานที่เกี่ยวกับหลวงพ่อโตก่อนที่หลวงพ่อโตนั้นจะมาปฏิภาณอยู่ที่วัดในจังหวัดสมุทร ประการนั่นเองซึ่งในสมัยก่อนนั้นว่ากันว่าหลวงพ่อโตนั้นเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปทั้งสามรูปที่มีการลอยน้ำมาและหลวงพ่อโตก็ได้มาติดอยู่ตรงบริเวณท่าน้ำปากคลองสำรองซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นความตั้งใจขององค์พระพุทธรูปหลวงพ่อโตที่อยากจะมาช่วยเหลือชาวบ้านให้ผลทุกผลโศกจึงได้รอยตามน้ำมาถึงบริเวณนี้แล้วไม่ยอมรายไปที่ไหนนั่นเองซึ่ง ในครั้งนั้นที่ชาวบ้านสามารถอัญเชิญหลวงพ่อโตขึ้นมาจากน้ำได้นั้นก็ได้มีการทำบุญให้กับหลวงพ่อโตยังครั้งยิ่งใหญ่

และหลายคนยังได้เคยเห็นอภินิหารของหลวงพ่อโตมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนหากใครก็ตามที่ไปขอพรกับหลวงพ่อโตนั้นก็มักจะสมหวังทุกครั้งไปจึงมีคนไปแก้บนหลังจากที่ได้พรสมตามปรารถนาจากหลวงพ่อโตแล้วมากมายจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีการเดินทางไปบนบานศาลกล่าวกับหลวงพ่อโตกันอย่างไม่ขาดสายและแน่นอนว่าเมื่อชาวบ้านนั้นให้ความรักเคารพนับถือหลวงพ่อโต

จึงได้มีการสร้างประเพณีหนึ่งขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องของการจัดงานเพื่อแสดงถึงความเคารพให้กับหลวงพ่อโตนั่นเองโดยในทุกปี ของวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 11 ชาวบ้านที่อำเภอบางพลีจะมีการจัดงานรับบัวโยนบัวได้สมัยก่อนนั้นชาวบ้านจะนำพระพุทธรูปองค์หลวงพ่อโตใส่เรือขนาดใหญ่แล้วลอยไปตามน้ำเพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนั้นได้ทำบุญร่วมกันแต่เนื่องจากว่าเรือต้องรออยู่กลางน้ำประชาชนจึงทำบุญด้วยกันนำดอกไม้มาไหว้หลวงพ่อโตด้วยการโยนใส่เข้าไปในเรือที่มีองค์หลวงพ่อโตอยู่จึงเรียกบอกแค่นี้ว่าเป็นประเพณีโยนบัว

ซึ่งคนที่อยู่ในเรือก็จะคอยรับดอกบัวที่ชาวบ้านโยน เข้ามาในเรือเพื่อจะให้นำไปถวายหลวงพ่อโตซึ่งเรียกการกระทำนี้ว่าการรับบัวดังนั้นประเพณีนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นประเพณีโยนบัวรับบัวนั่นเองแต่เนื่องจากว่าดอกไม้ที่ชาวบ้านนำมาถวายนั้นมีมากจนเกินไปคนในเรือจึงได้มีการแบ่งดอกไม้ให้กับหลวงพ่อองค์อื่นๆเพื่อเป็นการแสดงความเคารพนับถือพระพุทธรูปองค์อื่นๆด้วย และประเพณีนี้ก็มีการทำแบบนี้เรื่อยมานับตั้งแต่ปู่ย่าตายายมาจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานนั่นเองปัจจุบันนี้ประเพณีรับบัวรวมตัวก็ยังคงมีอยู่

 

สนับสนุนโดย  entaplay pantip

ตำนานการสู้รบของทหารอังกฤษและเยอรมัน

บนเรียนทางภูมิศาสตร์

ภาพนี้ได้ถูกถ่ายขึ้นในปี1917ในสมรภูมิที่เมืองMessinesเป็นรูปภาพองทหารจำนวนมากที่ได้ยืนอยู่บนบริเวณหลุมระเบิดขนาดยักษ์ที่มีความกว้าง75เมตรและลึก12เมตร และยังได้กล่าวอีกว่าก่อนพื้นที่บริเวณนี้จะกลายเป็นหลุมเคยถูกใช้เป็นฐานที่มั่นของกองทัพเยอรมันหลายหมื่นชีวิตทางประเทศอังกษฤได้ใช่เวลากว่าหนึ่งปีในการขุดอุโมงค์ลึก22อุโมงค์เพื่อฝังระเบิดหลายลูกรวมน้ำหนักกว่า400ตันใต้บริเวณเขตแดนของกองทัพเยอรมันทหานเยอรมันกว่าหมื่นนายถูกกำจัดโดยทันทีจากระเบิดครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทีีมนุษย์สร้างขึ้นใมนยุคก่อนที่จะมีการประดิษฐ์ระเบิดปรมาณูก่อนเกิดการระเบิด นายพลชาร์ แฮร์ริงตันแม่ทัพภาคที่สองแห่งกองทัพอังกษฤได้กล่าวเอาไว้ว่าสุภาพบุรุษทุกท่าน แม้ว่าเราจะไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้ในพรุ่งนี้แต่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิศาสตร์ให้จงได้

การประกาศศักดา

เมื่อสงครามโลกครั้งที่1ได้จบลงแล้วในปี1918สหรัฐได้เฉลิมฉลองที่สามารถเอาชนะฝ่ายมหาอำนาจกลางได้จึงทำให้การรวมหมวกของทหารเยอรมันแล้วเรียงกันเป็นพีระมิด โดยตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟ Grand Central Terminal ในเมืองนิวยอร์ก หมวกPickelhaubesที่มีปลายแหลมจำนวน12,000ใบได้ถูกนำมาจัดแสดงตั้งเรียงเป็นทางยาวโดยมีธงและนกอินทรีย์ตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งเพ่ือแสดงถึงชัยชนอันสมบูรณ์จึงมีรูปปั้นของ ไนกี เทพเจ้าแห่งชัยชนะตั้งอู่บนยอดของพีระมิดนั้น

เสียงแห่งความสงัด

ภาพของแถบคลื่นเสียงนี้เป็นเสียงของการระดมยิงปืนใหญ่อย่างบ้าคลั่งที่บริเวณทัพหน้าของฝ่ายอเมริกันที่ได้เกิดขึ้นเป็นเวลาไม่กี่วินาทีก่อนเวลา11นาฬิกาของวันสงบศึกกับเยอรมนีในวันที่11พฤศจิกายน1918 และอีกช่วงหลายวินาทีต่อมา เมื่อสิ้นเสียงปืนพบว่ามีแต่ความสงัดไร้ซึ่งเสียงใดๆเวลาสิ้นสุดของสงครามอย่างเป็นทางการถูกกำหนดให้เป็นช่วงเวลาตีห้าแต่ทว่าชั่วโมงต่อมาจากนั้นทหารกว่าหมื่นนายยังคงทำการสู้รบทำให้มีผู้บาดเจ็บและล้มตายอีกเป็นจำนวนมากเหล่าบังคับบัญชาในฝ่ายสัมพันธมิตรยังคงได้ใช้เวลาในช่วงนาทีสุดท้ายก่อนสิ้นสงครามเพื่อสร้างอำนาจและการล้างแค้นเมื่อกองทัพเยอรมันจำนนในช่วง72ชั่วโมง

ก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาสงบศึกเหล่าผู้บังคับบัญชาฝ่ายเยอรมันต่างวิงวอนขอให้ฝ่ายสัมพันธมิตรหยุดยิงลงแต่ผู้บังคับบัญชาสูงสุดแห่งฝ่ายสัมพันธมิตร เฟอร์ดินองต์ ฟอช ยังคงออกคำสั่งต่อกองทัพว่าจะไล่ล่าและฝากรายดาบเอาไว้บนหลังของพวกเยอรมันเครื่องจักรสงครามซึ่งรูปภาพเหล่านี้ได้ถูกภ่ายขึ้นเมื่อในปี1916เป็นภาพที่ทหารอังกฤษกำลังยืนอยู่ที่กองกระสุนปืนใหญ่ขนาด105มม.กองมโหฬารได้แสดงให้เห็นถึงการสู้รบของทหารอังกฤษเพื่อต่อต้านทหารเใยอรมันในฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นในทุกวันโดยทหารอังกฤษนั้นจะคอยซุ่มอยู่ในโคลนหลังลวดหนามเพื่อระดมยิงปืนใหญ่

 

สนับสนุนโดย  next88 มือถือ