เดือน: พฤษภาคม 2020

จุดเริ่มต้นของมุมมืดในการสร้างโคลอสเซียมจะเป็นอย่างไร?

ตามข้อมูลเขาได้บอกเอาไว้ว่าเพื่อที่จะสร้างโคลอสเซียมทางเวสเปเซียนจึงได้ส่งลูกชายของตัวเองที่ได้มีนามว่า TITVS FLAVIVS CAESARไปบุกที่เยรูซาเล็มเพื่อที่จะไปปล้นสิ่งที่มีค่านำเอามาเป็นเงินทุน แต่เงินที่ได้ปล้นมาจากเยรูซาเล็มเขาก็ได้บอกว่ามันก็ยังไม่เพียงพอในตอนนั้นเอง

TITVS FLAVIVS CAESARจึงได้เกิดคิดไอเดียว่าหลังจากที่ตีเยรูซาเล็มแตกแล้วเขาได้จับเฉลยมาเป็นทาสอยู่หลายพันคนเขาเลยนำทาสเหล่านั้นไปขายให้คนในกรุงโรมเพื่อไปรับใช้และเข้าไปเป็นทาสรับใช้ต่อที่นั่น นั่นเองซึ่งมันก็ประสบความสำเร็จด้วยหลังจากที่ได้เป็นปล้นเยรูซาเล็มมาแล้วได้ขายทาสทั้งหมดปรากฏว่ามีเงินทุนพอที่จะสร้างโคลอสเซียมได้แล้วเขาเลยได้ทำการสั่งสร้างโคลอสเซียมทันทีและหลังจากที่เขาได้สร้างโคลอสเซียมเสร็จแล้วและ

ได้เปิดให้บริการ ซึ่งในวันแรกที่ได้เปิดให้บริการเสียงตอบรับค่อนข้างที่จะดีมากเลยเพราะด้วยสนามที่จุคนได้มากกว่า50,000คนมีคนเข้ามาในวันแรกเต็มอัตราและวันต่อๆไปในช่วงนั้นเต็มทุกวันและนี่เลยทำให้เศรษฐกิจในกรุงโรมในยุคนั้นเริ่มดีขึ้นๆเป็นระดับแต่คำว่าดีขึ้นตรงนี้เราก็จะต้องแยกเป็นสองอย่างว่ามันมีดีขึ้นทั้งในด้านสว่าง

และมันมีดีขึ้นในทั้งด้านมืดในด้านสว่างเราก็น่าจะรู้ๆกันอยู่ก็คงจะเป็นพวกร้านค้าขายของที่ระลึกขายอาหารขายน้ำดื่มทั่วไป แต่ถ้าเป็นด้านมืดทุกครั้งที่ได้มีการแข่งขันกีฬาไม่ว่าจะเป็นกีฬาไหนก็แล้วแต่มันก็จะต้องมีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอนและการพนันเหล่านั้นถ้าคนที่พนันหมดเนื้อหมดตัวก็จะถูกจับให้เป็นนักโทษและบังคับให้ขึ้นสังเวียนกลาดิเอเตอร์นั่นเอง

ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างที่จะน่าสนใจก็คือข้อมูลเขายังได้บอกเอาไว้อีกว่าไม่ว่าจะเป็นกลาดิเอเตอร์คนไหนต่อให้เป็นโจรเป็นทาสหรือเป็นขุดนางหรือใครก็แล้วแต่ถ้าคนๆนั้นชนะในการต่อสู้เขาจะเปรียบได้เหมือนซุปเปอร์สตาร์ในยุคปัจจุบันอย่างนักบอลและต่อให้อดีตของเขาจะเป็นโจรหรือเป็นกบฏหรือเป็นทาสถ้าเขาชนะ

ได้เขาจะเป็นฮีโร่ขึ้นมาทันทีและหลังจากที่ได้เปิดโคลอสเซียมมาได้สักระยะเวลาหนึ่งความนิยมก็เริ่มถึงจุดสูงสุดและก็เริ่มดับลงไปเรื่อยๆคนก็เริ่มที่จะเบื่อแล้วรู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรต่างไปจากเดิมTITVS FLAVIVS CAESARก็ได้มีการเพิ่มอรรถรสด้วยการนำสัตว์เข้ามาได้การต่อสู้ด้วยและผลตอบรับที่ออกมาก็คือคนชอบและคนสนุกมากกว่าเดิมแต่ตรงนี้ก็มีข้อเสียเช่นกันด้วยการที่ว่านำสัตว์ร้ายเข้ามาสัตว์เหล่านี้เราไม่สามารถเข้าไปควบคุมเขาได้ถ้ากลาดิเอเตอร์ชนะสัตว์ตัวนี้ได้ก็จะรอดแต่กลาดิเอเตอร์พลาดท่านั้นก็หมายความว่ามีแต่ความตายอย่างเดียว

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ไฮโล

วันฮาโลวีนที่มาของวันHalloween และ Jack Olantern

วันที่31ของทุกปีหรือว่าวันฮาโลวีน ซึ่งพอเราได้พูดชื่อนี้เราบอกเลยว่าใครหลายๆคนหรือว่าใครจำนวน90%จะต้องรู้จักอย่างแน่นอนว่าวันฮาโลวีนมันได้เป็นวันปล่อยผีที่มันได้เป็นเทศกาลของต่างประเทศโดยจะให้มีการแต่งตัวเหมือนผีหรือว่าปีศาจแล้วก็เดินไปเคราะห์ประตูตามบ้านต่างๆและพร้อมกับพูดว่าTrickrtreatและหลังจากนั้นคุณก็จะได้ขนมมาซึ่งส่วนใหญ่เราเชื่อว่าก็น่าจะรู้จักกันประมาณนี้

แต่ประวัติจริงๆของวันฮาโลวีนมันเป็นเพียงแค่กิจกรรมการแต่งตัวให้เหมือนผีหรือปีศาจและไปขอขนมแบบนั้นจริงหรือไม่ ถ้าตามข้อมูลที่เราได้หามาเราขอบอกเลยว่ามันไม่ใช่ ถ้าจะเอาตามข้อมูลประวัติของวันฮาโลวีนจริงๆเขาได้บอกเอาไว้ว่าในวันที่31ตุลาคมในยุคของสมัยก่อนชาวCeltsซึ่งได้เป็นคนชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอซ์แลนด์เขาได้เชื่อกันว่าในช่วงเวลาก่อนปีใหม่หนึ่งวันหรือวันที่31มันจะเป็นวันที่โลกของคนเป็นและคนตายจะถูกเชื่อมโยงเข้ากัน

โดยสมบูรณ์และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีก่อนก็จะถูกปล่อยออกมาจากนรกเพื่อที่จะออกมาตามหาร่างและเข้าสิงร่างนั้นเพื่อทำการยึดร่างนั้นแล้วได้กลับมามีชีวิต และตรงจุดนี้มันเลยทำให้คนชาวCeltsค่อนข้างที่จะมีความกลัวอยู่มากและตามความเชื่อของของชาวCeltsเขาก็จะต้องมีการป้องกันให้วิญญาณเข้ามายึดร่างของเขาได้เขาเลยคิดวิธีป้องกันขึ้นมาอยู่2วิธีโดยวิธีแรกก็คือให้ปิดไฟในบ้านทุกดวงเพื่อที่จะให้อากาศภายในบ้านหนาวเย็นวิญญาณจะได้กล้าเข้ามาใกล้ในบ้านและคิดว่าบ้านนี้เป็นบ้านร้างไม่มีคนอาศัยอยู่

หรือวิธีที่สองคือให้แต่งกายเป็นผีหรือปีศาจซาตานต่างๆเพื่อที่จะหลอกให้วิญญาณได้เข้าใจว่าตนนั้นไม่ใช่มนุษย์ที่มีกายหยาบและไม่สามารถที่จะเข้ามาสิงสู่ได้นั่นเอง ซึ่งตรงจุดนี้มันได้เป็นตำนานของวันฮาโลวีนแบบต้นตำรับจริงๆที่ได้มีบันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์แต่ตำนานตรงส่วนนี้มันก็ยังได้มีบางส่วนที่ค่อนข้างที่จะโหดร้ายเพราะตำนานส่วนใหญ่ของคนสมัยก่อนที่เกี่ยวกับประเพณีในวันต่างๆซึ่งมันก็ไม่ได้โลกสวยเหมือนกับในยุคปัจจุบันนี้

โดยในตำนานบางส่วนเขาได้บันทึกข้อมูลเข้าไว้ว่า ในสมัยนั้นได้ตั้งศาลเตี้ยขึ้นมาและตัดสิ้นคนอื่น โดยได้อ้างว่าคนๆนั้นเป็นคนที่ถูกผีเข้าและคนที่ถูกผีเข้าและคนที่ถูกอ้างว่าที่ถูกผีเข้าก็จะถูกประหารชีวิตด้วยการถูกเผาทั้งเป็นเพราะว่าคนสมัยก่อนส่วนใหญ่ได้มีความเชื่อว่าภูติผีปีศาจวิญญาณร้ายหรือเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อมักจะเป็นเรื่องที่ไม่ดี

และมันก็ได้เป็นความเชื่อที่คนส่วนใหญ่และเป็นความเชื่อที่คนส่วนใหญ่เขาเชื่อกันว่ามันมีอยู่จริงเขาเลยจะต้องมีการกำจัดตรงส่วนนี้ออกไปและเขาบอกว่าสิ่งเดียวที่จะกำจัดภูติผีปีศาจซาตานที่เข้ามาสิงร่างคนอย่างเดียวก็คือจะต้องทำการเผาทั้งเป็นเท่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุน  sagame mobile

มังกรมันมีอยู่จริงหรือว่ามันเป็นเรื่องแต่งกันขึ้นมา?

สำหรับการที่ได้หาข้อมูลของตำนานมังกรนั้นมันจะเป็นจริงหรือว่ามันไม่เป็นจริงได้ยังไงทำไมคนสมัยก่อนส่วนใหญ่ก็ยังได้เชื่อว่าตำนานนี้มันเป็นเรื่องจริงเพราะว่า เขาได้มีการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์อีก1อย่างแต่หลักฐานชิ้นนี้มันไม่ใช่โครงกระดูกของมนุษย์มันไม่ใช่โครงกระดูกของมังกรแต่มันได้เป็นขุมสมบัติตามตำนานของBeowulfที่ได้เขียนเอาไว้ในหน้าของประวัติศาสตร์

และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือการค้นพบของหนึ่งชิ้นที่พวกเขาคาดว่ามันหน้าจะเป็นของBeowulfนั่นก็คือหมวกเกราะเหล็กที่มีรูปสลักมังกรอยู่ในหมวกใบนั้นด้วยซึ่งตรงจุดนี้เราสามารถคิดได้ว่าให้มันได้เป็นสองกรณีคือหนึ่งBeowulfได้ต่อสู้กับมังกรจริงๆแต่มังกรตัวนี้อาจจะตายจริงหรือมันก็ยังไม่ตายแล้วก็ไม่มีการค้นพบซากหรืออีกอย่างหนึ่งก็คือตำนานของBeowulfมันเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาที่มีการพูดถึงสรรเสริญให้Beowulfเป็นคนที่มีความแข็งเกร็งสามารถสู้กับมังกรและชนะมังกรมาได้และอีกหนึ่งสาเหตุเลยก็คือแต่งเรื่องขึ้นมาให้คนกลัวไม่กล้าที่จะเข้ามาตรงจุดที่มีเนินดินที่มันได้มีสมบัติของพวกเขาอยู่นั่นเอง

ซึ่งเขาก็เลยมีการตั้ง2ทฤษฎีนี้ขึ้นมา ซึ่งในตอนแรกเขาก็ได้เชื่อไปว่ามังกรนั้นมันได้มีอยู่จริงแต่ในเวลาหลังต่อมาคนกลับได้เทใจไปว่ามังกรนั้นมันเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าเพื่อที่จะกันไม่ให้คนเข้าไปในจุดที่มันได้มีสมบัตินี่เองส่วนตำนานมังกรดิฟฟาเขาก็ได้มีการเฉลยออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยตำนานเก่าเขายังได้บอกเอาไว้ว่าได้ถูกมังกรบินต่ำวนรอบๆก่อนที่จะถูกโจมตีและได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นใหญ่เขาก็ได้เฉลยออกมาว่าจริงๆแล้วมังกรที่เขาได้เห็นกันในคืนนั้นมันได้เป็นหัวเรือของชาวไวกิ้งที่ออกเรือล่าขุมสมบัติในยุคอนานิคนในยุคสมัยนั้นส่วนตัวของมังกรที่พวกเขาได้เห็นว่ามันได้บินอยู่รอบๆวนอยู่รอบๆนั่นก็คือขับเรือวนอยู่โดยรอบๆพื้นที่Lindisfarneแล้วก็ด้วยวิสัยทัศน์ในตอนกลางคืน

ที่พวกเขาได้มองเห็นไม่ชัดเขาก็เลยเชื่อได้ว่ามันคือมังกรนี่เอง ซึ่งตรงจุดนี้มันได้เป็นตำนานที่โด่งดังมากๆและมีคนพูดถึงกันเยอะมากที่สุดแต่ถามว่าตำนานของมังกรมันยังมีอยู่อีกหลายที่หรือไม่มันก็ยังมีอยู่อีกหลายที่ทั่วโลกและแต่ละที่นั้นมันก็ยังไม่ได้ถูกเฉลยและบางพื้นที่เขาก็ยังเชื่อว่าเจ้ามังกรมันยังได้มีอยู่จริงๆ

ซึ่งถ้าหากว่าเราได้เอาตามหลักวิทยาศาสตร์เขาก็จะมองกันอยู่สองรูปแบบโดยในรูปแบบแรกเขาได้มองกันว่ามังกรมันน่าจะเป็นรูปแบบที่เราได้พูดถึงกันในยุคแรกเริ่มนั่นก็คือมันเป็นลักษณะของสัตว์เลื้อยคานที่มีขนาดใหญ่หรืองูยักษ์ที่เราได้รู้จักกันในนามของTitanoboaนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame

ตำนานทางช้างเผือก 

มีชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเขานั้นได้ทำการเลี้ยงวัวตัวนึงเลี้ยงมา 10 ปีแล้วด้วยวัวตัวนี้เป็นตัวพิเศษ มันจะสามารถสื่อสารกับเขาได้ในภาษามนุษย์ทุกๆวันมันจะช่วยเหลือเขาโดยการใช้คำพูดสอนว่าต้องทำอะไรบ้างถ้าต้องการจะเจรจาอะไรบางอย่างมีอยู่วันหนึ่งเขากำลังเดินไปที่ริมแม่น้ำ

ซึ่งตรงนั้นมีป่าบังอยู่พรุ่งนี้เขากำลังจะเดินไปเข้าพบกับฟ้าผ่าดังเปรี้ยงหลังจากนั้นก็มีช่องโหว่ในอากาศนางฟ้าทั้ง 7 องค์บินลงมาลงไปในแม่น้ำพร้อมกับเล่นน้ำด้วยกัน หลังจากนั้นชายหนุ่มเลี้ยงวัวก็ตกหลุมรักนางฟ้าคนที่ 7 ซึ่งเป็นคนสุดท้องเธอมีหน้าตาที่สวยมากหลังจากนั้นเมื่อเจ้าวัวเห็นอาการของเจ้านายว่ากำลังตกหลุมรักเธออยู่เจ้าวัวเลยบอกว่าให้เขานั้นได้ทำการแอบเข้าไปตรงแม่น้ำในเสื้อผ้าของนางฟ้าทั้งหมด

มาซึ่งหลังจากนั้นชายหนุ่มคนนั้นก็ทำตาม ซึ่งเหล่านางฟ้าเล่นน้ำกันเสร็จแล้วหาเสื้อผ้าไม่เจอก็พบว่าชายหนุ่มคนนั้นได้เอาไปพี่สาวทั้ง 6 คนจึงสั่งให้น้องคนสุดท้องที่เป็นน้องคนที่เจ็บที่ชายหนุ่มเลี้ยงวัวชอบไปขอเอาเสื้อผ้าคืนซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ได้มาคุยกับชายหนุ่มเลี้ยงวัวชายหนุ่มเลี้ยงวัวบอกว่าจะคืนเสื้อผ้าให้ก็ต่อเมื่อแต่งงานกับเขาเท่านั้น

ซึ่งเธอก็ตอบตกลงหลังจากนั้นนำเสื้อผ้าไปคืนพี่ๆก็กลับสวรรค์ไปแล้วเธอก็แต่งงานอยู่กับเขาผ่านไป 1 ปีพวกเขาก็มีลูก 2 คน ซึ่งเป็นลูกแฝดแต่ไม่นานมารดาของนางฟ้าทั้ง 7 ก็รู้ว่าลูกสาวคนสุดท้องไปแต่งงานกับมนุษย์เธอโกรธมากและสั่งให้ลูกสาวกับขึ้นมาบนสวรรค์เมื่อชายหนุ่มคนนั้นเห็นว่าเธอกลับสวรรค์ไปแล้วเขาเสียใจมาก

ก็เดินเข้ามาหาเขาแล้วบอกให้เขาฆ่ามันแล้วนำหนังของมันออกมาคลุมร่างกายกับลูกชายของตัวเองขึ้นไปบนสวรรค์และเมื่อทำอย่างนั้นก็จะได้เจอภรรยาของเขาชายหนุ่มคนนั้นก็คือการฆ่าวัว พร้อมจะทำตามวิธีที่มันบอกเมื่อขึ้นไปถึงสวรรค์มารดาของนางฟ้าทั้ง 7 โกรธมากเธอจึงได้ถอดปิ่นออกมาพร้อมกับนำแผนที่ดวงดาวมาแล้ว

ว่าเป็นแม่น้ำบนสวรรค์ซึ่งก็คือทางช้างเผือกนั่นเองให้ทั้งสองคนนั้นไม่สามารถที่จะอยู่ด้วยกันได้ในทุกๆปีเพียงแค่ปีละครั้งใน 1 คืนทั้งสองคนจะมีบุญวาสนาคือเหล่านกกระเรียนจะมาบินไว้เป็นสะพานเพื่อให้ทั้งชายหนุ่มและนางฟ้ารวมถึงลูกๆได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง และนี้ก็คือตำนานทางช้างเผือกค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame1688

หนึ่งในผู้กำกับไทยที่รู้จักกันดี

เป็นเอก รัตนเรือง เขาผู้นี้เป็นคนที่ผู้กำกับมีชื่อเสียงของประเทศไทยของเรา ที่ใครๆได้ยินชื่อก็ร้องอ้อด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ ผู้กำกับคนนี้เป็นผู้กำกับที่ได้ทำการไต่เต้าขึ้นมาจากการเป็นผู้กำกับโฆษณาเพียงเท่านั้น  

ถือได้ว่าก็เป็นเลิศในผู้กำกับที่ดิ้นรนสร้างชีวิตขึ้นมาเอง แล้วด้วยประสบการณ์สำหรับในการกำกับโฆษณาต่างๆที่หลากหลายนับไม่ถ้วนอีกด้วย เพราะฉะนั้นการควบคุมหนังของผู้กำกับสำหรับคนนี้แล้วละก็ถือได้ว่าง่ายมาก และก็มาถึง ทำเป็นดีตั้งแต่เรื่องแรกอย่างยิ่งจริงๆ แล้วหนังที่สร้างชื่อให้กับเขาอย่างที่สุดก็คือเรื่อง รักน้อยนิดมหาศาล นั้นเอง

สำหรับประเด็นนี้เป็นหนังที่ผู้กำกับเป็นเอกคนนี้ได้ต้องการจะทำหนังที่ให้เป็นหนังที่เข้าถึงหัวใจผู้ชมเป็นหลักไม่ใช่หนังที่จะถูกอัดแน่นด้วยเหตุผลจนกระทั่งดูแล้วจะต้องคิดตามมากมายอะไรขนาดนั้น โดยเหตุนั้นหนังก็สื่อไปในทางอารมณ์ซะมากยิ่งกว่า บางฉากที่บางทีอาจจะมองขาดเหตุผล ก็นั้นแหลเขาดูแลประเด็นนี้มาโดยอย่างถามถึงเห็ตุผลในสถานการณ์ต่างๆ

ในเรื่อง ตอนสุดท้ายประเด็นนี้ก็มิได้เสนอการจบแบบปกติ แต่ว่าเป็นการจบแบบที่ให้มองเห็นถึงความเพิ่มเติมโตขึ้นของผู้แสดงนำของเรื่อง ไม่ใช่ความเพิ่มเติมโตทางด้านร่างกายหรือใดๆก็ตามแต่ว่าเป็นการเติบโตด้านจิตใจ แล้วจิตใจก็เป็นเหตุสำกัญที่สุดสำหรับเพื่อการทำให้มนุษย์เราเพิ่มไม่ในแนวทางต่างๆซึ่งเมื่อใครๆได้ดูหนังหัวข้อนี้จะได้อิ่มกับความรู้สึกมากยิ่งกว่าอิ่มเนื่อเรื่องซะอีก

วิธีการทำหนังประเด็นนี้เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นการทำหนังแบบใช้จินตนาการเป็นอย่างมาก แต่ว่าเรื่องนี้ก็มีการสร้างคำถามจำนวนมากให้กับคนที่ได้ดู ว่าเพราะเหตุใดผู้แสดงนำของพวกเราก็เลยอยากตายนี่นับว่าเป็นผู้กำกับสายอินดี้อย่างแท้จริงคนนึงเลยล่ะ เนื่องจากว่าหนังที่สร้างมาคนไหนได้มองก็อาจจะรู้เรื่องอารมณ์ติ๊ดๆเหงาหงอยๆของหนักได้

รวมทั้งการร่วมแรงกับทั้งช่างภาพที่เก่งวิธีการทำหนังชนิดนี้แล้วด้วยยิ่งทำให้หนังประเด็นนี้มองสื่อถึงอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยม คนไหนที่ชอบในการเดินเรื่องแบบอินดี้ๆอย่างนี้ ก็ตามหาหนังของพี่เป็นเอก มาได้ดูได้ หลายๆเรื่องมีอารมณ์อินดี้อยู่เสมอๆ

หากใครที่มีความชื่นชอบในผลงานของ เป็นเอก รัตนเรือง คนนี้และละก็อย่างลืมติดตามผลงานของเขาได้นะ เพราะเขาสร้างหนังให้เราได้อินอีกมากมายอย่างแน่นอน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของเขา เรามองว่าน่าจะมีผลงานให้ได้ติดตามกันไม่ขาดสายเป็นแน่

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 ฝาก ขั้น ต่ํา

ขุนพันธรักษ์ราชเดช  ได้เข้า ปราบโจรที่หนองมะโมง

ในปีพ.ศ.2488 สงครามโลกครั้งที่2ใกล้จะยุติภาวะสงครามทำให้บ้านเมืองบอบ ช้ำเป็นอย่างมากผู้คนอดยากและก็ไร้ที่พึ่งหลายคนได้ผันตัวเองมาเป็นโจรมีโจรอยู่กลุ่มหนึ่งพวกเขาจะปล้นแต่คนรวยเพื่อที่จะนำเอาไปช่วยคนจนจนพวกเขาได้ถูกขนานนามว่าจอมโจรเชิ้ตดำ ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้ถูกเรียกให้มาประจำการที่จังหวัดชัยนาท

ขุนพันธได้เกณฑ์ตํารวจจำนวนหนึ่งให้ไปปราบโจรที่หนองมะโมง จังหวัดชัยนาท และขุนพันธรักษ์ก็ได้บอกให้พวกของเขาให้วิทยุไปหากำนันยูนเพื่อให้พวกกำนันยูนบุกเข้าไปจับโจร แต่กำนันยูนก็ได้บอกว่า ไอขุนพันธมันเป็นใครวะมาสั่งกูวะกำนันยูนไม่ไปและได้นั่งกินข้าวต่อในระหว่างที่พวกของขุนพันธได้เดินทางเข้าไปจับโจรตำรวจที่ได้มาพร้อมกับขุนพันธก็ได้โดนโจรยิงและได้เสียชีวิตกันไปหลายคนพวกโจรนั้น

ได้เข้ามากันเยอะมากและได้วิ่งเข้ามาหาตำรวจขุนพันธได้บอกให้พวกของเขาหมอบแต่ตำรวจบางคนได้ยิงสวนกลับไปบ้างก็วิ่งหนีและได้ถูกพวกโจรฆ่าตายกันหมดเหลือแต่ ขุนพันธคนเดียวเท่านั้น

หัวหน้าโจรก็ได้สั่งลูกน้องคนหนึ่งให้วิ่งเข้าไปฆ่า ขุนพันธ แต่ได้ถูกขุนพันธใช้ปืนลูกซองยิงจนกระเด็นออกมาจากนั้นพวกโจรได้โมโหก็วิ่งเข้าไปหาขุนพันธ ขุนพันธได้วิ่งหนีแต่ก็ได้ถูกพวกโจรนั้นมาล้อมเอาไว้ขุนพันธได้พนมมือขึ้นและได้ท่องคาถามหาอุดพวกโจรได้ใช้ปืนยิงเข้าใส่ตัวขุนพันธคาถามหาอุดทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยอุดลูกกระสุนปืนของพวกโจรทำให้ปืนที่พวกโจรนั้นยิงใส่ขุนพันธได้ระเบิดคามือส่วนโจรที่ไม่ได้ยิงใส่ขุนพันธก็โดนขุนพันธจัดการหมดเหลือ

แต่หัวหน้าโจรหัวหน้าโจรได้จุดระเบิดและก็ได้ปาไปที่ตัวของขุนพันธแต่ไม่ตายและได้กระโดดออกมาจากควันพร้อมใช้ปืนยิงไปที่โจรทำให้ได้รับบาดเจ็บจากนั้นโจรมันก็หายไปเหลือแต่เลือกที่อยู่บนพื้นดินเท่านั้นขุนพันธก็ได้เดินตามรอยเลือดไปเรื่อยๆและได้เจอบ้านโจรขุนพันธได้ขึ้นไปบนบ้านแล้วได้มองหาโจรแต่ก็ไม่เห็นขุนพันธได้พนมมือขึ้นมา

และได้ท่องคาถาพอท่องจบก็ได้ใช้มือลูบไปที่ดวงตขุนพันธได้เปิดประตูเข้าไปเจอผู้หญิงและเด็กที่ได้เป็นครอบครัวของโจรทั้งสองข้างทำให้โจรที่ใช้คาถาบังตาเอาไว้ได้นอนตายอยู่ตรงหน้าเขาแต่ว่าขุนพันธนั้นได้ปล่อยไปคนของกำนันก็ได้มาบอกว่าโจรตายหมดแล้วเหลือแค่เด็กกับผู้หญิงจากนั้นกำนันก็ได้เข้าไปบุกจากนั้น

พวกกำนันเข้าไปในบ้านและได้ฆ่าคนทั้งหมดจึงทำให้ขุนพันธช็อกมากที่ได้เห็นพวกกำนันทำแบบนี้กำนันก้ได้บอกว่าลูกเสือลูกตะเข้น่าท่านขุนหากปล่อยไปก็อันตรายขุนพันธเห็นพวกกำนันหยิบทองพวกโจรใส่กระเป๋าตัวเองขุนพันธได้บอกกำนันว่าถ้ากำนันยอมมอบตัวจะจับเป็นแต่กำนันไม่ยอมได้หยิบปืนขึ้นมาเพื่อจะยิงขุนพันธขุนพันธเห็นกำนันหยิบปืนขึ้นมาเลยยิงเข้าไปที่หัวของกำนันทันทีจากนั้นขุนพันธก็ได้ไปฝึกวิชากับพระอาจารย์ในถ้ำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 live tv

คำทำนายของผู้เฒ่าปู่อินทร์6แผ่นดิน

เปิดคำทำนายสุดสะพรึงกลัว ปู่อินทร์ตาทิพย์ เตือนคนไทย จะต้องรับภัยใหญ่ที่จะเกิดขึ้นมาจากกรรมของมนุษย์หลายเมืองจะต้องจมอยู่ใต้บาดาล ต้องบอกก่อนเลยว่า ปู่อินทร์ตาทิพย์แห่งเขาตําแย อ ปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมาท่านได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่12เมษายน2561ท่านเป็นพ่อเฒ่า6แผ่นดินซึ่งแก่ได้เกิดในสมัยรัฐกาลที่5อายุประมาณ119ปี

เมื่อครั้งที่ปู่อินทร์ยังได้มีชีวิตอยู่ก็ยังได้มีการกล่าวเอาไว้ว่าท่านได้เป็นมนุษย์ที่ได้รับญาณบารมีของท้าวสักกะเทวราชและยังคงดำรงร่างกายเดินเหินและยังใช้ชีวิตได้ตามปกติเมื่อครั้งได้สนทนากับท่านก็จะได้รู็ว่าท่านนั้นได้มีสติสมบูรณ์ไม่ได้หลงหรือลืมเหมือนอย่างคนชราโดยทั่วๆไป

และท่านก็ยังได้บอกอีกว่าท่านนั้นยังตายไม่ได้เพราะบ้านเมืองมีปัญหาและยังต้องรอให้ถึงปี2562ก่อนและเมื่อเหตุการณ์ภัยพิบัตินั้นได้จบลงในปี2562ท่านก็จะให้ท้าวสักกะเทวราชมาปรากฏในปี2563เราก็จะได้พบกับสามร่มโพธิ์ศรีจากนั้นท่านก็จะพิจารณาอีกทีว่าจะอยู่ต่อหรือจะละร่างนี้ ปู่อินทร์ตาทิพย์แห่งเขาตำแยท่านก็ยังได้บอกเกี่ยวกับการเกิดภัยต่างๆในปี2560เอาไว้เพราะเกิดจากปัจจุบันนี้ผู้คนนั้นไม่มีศรีธรรมไม่ระอายแก่บาปเบียดเบียนซึ่งกันและกันและมันก็ไม่ใช่กรรมของใครๆแต่นี่มันคือวัฏจักรขอโลกบ้านเมืองเจริญขึ้น

แต่จิตใจของมนุษย์นั้นได้เจริญลงยิ่งการสมสู่มนุษย์ด้วยกันเดี๋ยวนี้ไม่มีเลือกผัวเลือกเมียหรือลูกหลานนี่แหละกระหรี่ยุคตามคำทำนายของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหตุดังกล่าวจะเบาลงหลังสิ้นสุดปี2560ผู้คนที่ได้รอดพ้นจากภัยพิบัติคือผู้ที่ได้ดำรงชีวิตอยู่ในศรีธรรมกัตญญูต่อบิดามารดาละอายแก่บาปจงเป็นผู้ที่รู้ในกิเลสและผู้ที่ตื่นจากกิเลสสุดท้ายมันก็ได้ไกลจากกิเลสภัยพิบัติจะเกิดเมืองไทยจะมีการแจ้งเตือนล้วงหน้าจาก  ในหลวงรัฐกาลที่9 ของเราหากพูดแบบภาษาธรรมพระทรงท่าน ในหลวงรัฐกาลที่9ได้มีสื่อผู้ดูแลในโลกมนุษย์นี้

จะบอกกล่าวล้วงหน้าให้ผู้คนได้เตรียมตัวหนีจากภัยที่จะเกิดเส้นทางหลบหนีปู่ได้บอกว่าผู้คนจะหนีไปทางถนนมิตรภาพและจะมีรถติดมากผู้คนต่างก็ได้แย้งกันอย่างหน้าดูและท้ายที่สุดหางแถวก็จะหนีไม่รอดนั่นเองใน จังหวัดสระบุรีที่ได้มีองค์พระตั้งสูงตรงนั้นแผ่นดินจะยุบตัวลงเพราะว่าข้างล่างใต้บาดาลมีน้ำวนกว้างมากๆถนนเส้นที่พอจะรอดคือ กระบินบุรี นครราชสีมา นครนายก หรือเส้นทางอื่นๆที่ไม่ใช่มิตรภาพแต่ส่วนมากผู้คนจะเลือกเดินทางเส้นทางมิตรภาพกันจำนวนมากเพราะไปได้ทั้งเหนือและอีสานขอเตือนไม่จำเป็นจะต้องไปทางอีสานแต่เพียงอย่างเดียวภาคเหนือก็ไปได้ส่วนน้ำท่วมนั้นท่วมแน่นอนทุกภาคทุกพื้นที่แล้วแต่จะหนักหรือเบา 

 

สนับสนุนโดย  bk8 โบนัส 100

การรบล้างสตาลินออกจากประเทศ

หลังจากที่นาย สตาลินเขาได้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ3ปีจากนั้นทางด้านครุชชอฟก็ได้เริ่มทำในสิ่งที่นักประวัติศาสตร์ที่เรียกกันว่า De-Stalinization ซึ่งมันก็คือแนวคิดที่จะล้างความเป็น สตาลินออกไปจากประเทศ

โดยได้มีโซเวียตในยุคใหม่จะไม่โฟกัสไปที่การเป็นศัตรูกับอเมริกาซึ่งจะเปิดรับโลกทุนนิยมมากยิ่งขึ้นและได้ยินดีกับประเทศอื่นๆที่ได้วางตัวเป็นกลางและได้หันมาสนใจของความสงบสุขและความเจริญของประชาชนที่อยู่ในประเทศให้มากยิ่งขึ้นแต่ทว่าที่ไม่ชอบในการเปลี่ยนแปลงนี้ก็คือคอมมิวนิสต์ของจีน ซึ่งได้นำโดย เหมา เจ๋อ ตง 

ซึ่งเพราะว่า เหมา เจ๋อ ตง ที่ได้ใช้สูตรเดียวกันกับสตาลิน นั่นก็คือการสร้างตัวตนขึ้นมาให้มันเป็นผู้นำอย่างสูงสุดให้มีลัทธิบูชาตัวบุคคลหรือที่เรานั้นได้เรียกกันว่าลัทธิเหมา หรือ Maoism จากนั้นทางด้าน เหมา เจ๋อ ตง เองนั้นก็ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสตาลินอย่างมากและที่สำคัญ จีน ก็ได้มองว่าแนวคิดที่จะเป็นรับโลกเสรีมากยิ่งขึ้น

สำหรับจีนนั้นก็ถือได้ว่าขัดกับจุดมุ่งหมายของการเป็นคอมมิวนิสต์ที่จะต้องมาปฎิวัติชั้นนายทุนให้จนหมดไปอีกด้วย สุดท้ายแล้วทางสหภาพด้านโซเวียตกับจีนก็ได้ตัดความสัมพันธ์ในส่วนของการทูตกันอย่างเป็นทางการในช่วงประมาณศตวรรษ1960จากที่ได้เคยไปช่วยเหลือกันก็ได้กลายมาเป็นคู่แข่งกันเองที่ได้แย่งกันเข้ามาขยายอิทธิพลของตัวเอง

ในประเทศต่างๆอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังได้กลายมาเป็นว่าได้มีทั้งอิทธิพลของด้านสหรัฐอเมรกา สหรัฐภาพโซเวียต รวมไปถึง จีน ที่ได้มาเป็นคู่แข่งกันเองในระหว่างของสงครามเย็น ซึ่งในพื้นที่ที่เรานั้นได้เรียกกันว่า อินโดจีน ฝรั่งเศสอะไรประมาณนั้นแหละ จากนั้นเมื่อเหตุการณ์ของสงครามโลกในครั้งที่2ได้จบลง จากนั้นก็ได้ทำให้ฝั่งทางฝรั่งเศสได้ล้มเหลว

ในการกลับมาปกครองในประเทศอาณานิคมอินโดจีน ซึ่งในเฉพาะในเวียดนามที่ได้มีเหล่ากองทัพฝรั่งเศสที่ได้มีการแพ้สงครามให้กับกองทัพของเวียดมินห์ ซึ่งก้ได้เป็นกองกำลังในด้านปลดปล่อยจนในท้ายที่สุดก็ได้นำไปสูการเจรจาที่นครเจนีวาในปี 1954 ที่ฝรั่งเศสซึ่งก็ได้ยอมให้อิสรภาพกับอินโดจีนโดยที่เวียดนามถูกแบ่งออกเป็นเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้

ส่วนทางเวียดนามเหนือได้เป็นคอมมิวนิสต์และส่วนใต้นั้นได้เป็นเสรีนิยมส่วนทางด้านสหรัฐอเมริกาก็ไม่อยากให้ลัทธิคอมมิวนิสต์แพร่ขยายในเอเชียด้านตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเขาไมาอยากให้มีการล่มเป็นแบบโดมิโนจากเวียดนามเหนือจากนั้นเขาก็เลยเข้าไปรบแทนฝรั่งเศสโดยที่ได้ให้การสนับสนุนจากเวียดนามใต้และส่วนเวียดนามเหนือก็ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียตตามธรรมเนียมส่วนกัมพูชากับลาว ซึ่งก็เป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสด้วย ก็ได้ประกาศเอกราชตามกันมาแบบติดๆ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 fast

เกล็ดความรู้เรื่องงานศิลปะ

วันนี้เราจะมาพูดกันในเรื่องประวัติศาสตร์ศิลปะบ้างดีกว่า ประวัติศาสตร์ศิลปะแบ่งเล่าได้หลายๆแบบซึ่งเราจะมาแบ่งเล่าประวัติศาสตร์ศิลปะตามMovememtหรือกลุ่มงานที่สร้างขึ้นในระยะเดียวกันมีแก่นเดียวกัน

และยังมีกลุ่มศิลปินที่โด่งดังของตัวเองคำจำกัดความสำหรับงานศิลปปะแบบอิมเพรสชั่นนิสม์ เริ่มจากคำแปลของภาษาไทยก่อนซึ่งก็น่าสนใจดีlmpressionism แปลว่า ลัทธิประทับใจมันอาจจะฟังดูแล้วมันตลกๆแต่มันก็ชัดเจนดีเพราะว่า lmpressionismมันได้เป็นงานที่ทางผู้สืบทอดเลือกนำความรู้สึกแบบน่าประทับใจในช่วงเสี้ยวเวลาใดเวลานึงที่จะนำเอามาสืบทอดออกมาให้มันได้เป็นผลงาน เนื่องจากได้มีการเกิดขึ้นของlmpressionism มันได้เกิดขึ้นมาที่ประเทศฝรั่งเศส

ในช่วงศตวรรษที่19เมื่อประมาณ1860-1920จากนั้นในกลุ่มด้านศิลปินที่ได้ถูกจัดว่ามันได้เป็นกลุ่มของlmpressionistมันก็ยังได้สร้างอิทธิพลมานานอย่างต่อเนื่องจนถึงปันจจุบันนี้ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่บางคนยกให้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคโมเดิร์นที่มันได้เปลี่ยนวิธีการให้คุณค่าต่องานศิลปะและได้เปลี่ยนวิธีในการทำงานของศิลปินไป

โดยอย่างสิ้นเชิงเลยทั้งนี้เลยถามว่าการถ่ายทอดของความรู้สึกที่มันน่าประทับใจออกมาให้เป็นงานแล้วมันพิเศษตรงไหนคืองานอื่นมันก็จะอธิบายความรู้สึกประทับใจเหมือนกันหรือเปล่ามันไม่ใช่แบบนั้นหรือ และด้านอิมเพรสชั่นนิสม์มันก็อาจจะดูเผินๆมันก็อาจจะเหมืองการวาดรูปสีน้ำมันให้มันเบลอๆเข้าไว้เท่านั้นเอง

นี่และใน คำตอบและคำถามมันก็คือมันก็ต้องเป็นว่า คุณค่าที่เรานั้นให้กับงานศิลปะในยุคหนึ่งมันก็ไม่ได้ให้คุณค่ากับความประทับใจของคนวาดมากนักและในคุณค่าของด้านงานศิลปะที่จะต้องเป็นอะไรที่มันจะต้องดูแบบยิ่งใหญ่ไปกว่านี้จากนั้นมันได้เข้ามาถึงในช่วงศตวรรษที่19และในยุคช่วงในก่อนน่านั้นเมื่อศตรรษที่18ในสมัยของยุคโรปบอกจะเรียกได้ว่ามันเป็นยุคที่จะทำให้ผู้คนได้ตื่นตัวกับความรู็ของปัญญา

หรือเราจะเรียกได้ว่ามันเป็นยุคEnlightenmentมันได้มีความคิดที่จะเชื่อในด้านของสติและปัญญาของคนมากกว่าที่จะให้ทุกอย่างนั้นมันได้เป็นไปดังคำอธิบายของศาสนา เนื่องจากในสมัยก่อนแค่ได้บอกว่าโลกมันกลมมันก็มีสิทธิที่จะถูกจับไปประหารได้แล้วเพราะว่ามันอาจจะเข้าไปทำให้มีความขัดเกี่ยวกับในเรื่องของศาสนาอะไรประมาณนี้และในส่วนศิลปะในยุคศตวรรษที่18มันจะเรีกว่าเป็นยุคโรแมนติกด้านงานศิลปะนั้นมันจะได้ถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกของเหล่าศิลปินแต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นความรู้สึกที่มันธรรมดา

 

สนับสนุนโดย  bk8

หลุมดำนั้นมันคืออะไร?

เราทุกคนอาจจะเคยได้ยินสิ่งที่ได้เรียกว่าหลุมดำกันมาบ้างแล้วและไม่ว่าจะได้มาจากการเรียนหรือว่าสารคดีและในภาพยนตร์รวมไปถึงแหล่งที่ได้เรียนรู้จากด้านต่างๆแต่หลายๆคนก็อาจจะยังไม่ค่อยจะเข้าใจมันหรือว่าคุณจะลืมมันไปแล้วก็เป็นได้วันนี้เราจะขอมาทบทวนและลงลึกถึงลายละเอียดกับสิ่งที่มันน่ากลัวที่สุดในจักรวาลที่เรานั้นเรียกกันว่าหลุมดำ

หลุมดำนั้นมันคืออะไร

สำหรับหลุมดำนี้มันคือเทหวัตถุที่อยู่ในเอกภพซึ่งมันได้มีแรงโน้มถ่วงที่เยอะมากหากได้เข้าไปแล้วและก็จะไม่มีอะไรที่จะออกจากที่แห่งนั้นได้แม้แต่แสงและที่มันเป็นหลุมดำด้วยกันซึ่งเรานั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นส่วนที่มันได้เป็นใจกางของหลุมดำนี้ได้ ซึ่งหลุมดำนี้เองมันก็ยังได้มีพื้นที่หนึ่งที่มันมีเอาไว้เป็นเขตของตนเอง

ซึ่งมันเรียกว่าขอบฟ้าเหตุการณ์หากได้มีสิ่งใดที่มันได้เข้าไปที่ด้านหลุมขอบฟ้าเหตุการณ์วัตถุนั้นจะต้องเร่งความเร็วที่มันสามารถเร็วกว่าแสงถึงจะสามารถที่จะออกจากขอบฟ้าเหตุการณ์ได้และมันก็จะเป็นไปไม่ได้ที่มัรจะมีวัตถุที่มันจะไวไปกว่าแสงและมันก็ทำให้วัตถุนั้นออกมาได้อีกต่อไป

หลุมดำนั้นมันเกิดขึ้นมาจากอะไร

ซึ่งแต่เดิมแล้วนั้นด้านหลุมดำมันได้เป็นซากที่สิ้นสลายของดาวฤกษ์ที่มันได้ถึงอายุไขของมันแล้วจากนั้นเมื่อดาวฤกษ์นั้นมันได้มีดาวที่แตกแล้วมันก็ได้ดับลงซึ่งมันก็อาจจะทิ้งสิ่งที่ดำมืดเอาไว้นอกจากนี้มันก็ยังมีอำนาจในการทำลายล้างอย่างสูงสุดที่อยู่ข้างหลังเนื่องจากว่าเรานั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นหลุมดำด้วยกล้องใดๆ

ซึ่งหลุมดำนั้นมันไปแป่งแสงหรือมีแสงใดๆออกมาให้เห็นเลยและมันก็ยังสามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยกล้องจูลทัศวิทยุและก็ยังสามารถตรวจสอบได้อีกก็คือคลื่นของหลุมดำจากนั้นในปัจจุบันก็ได้ทำการค้นพบหลุมดำแล้วขั้นต่ำเลยประมาณ6แห่งด้วยกัน

คุณสมบัติในหลุมดำ

ซึ่งตามทฤษฎีแล้วในส่วนของหลุมดำนั้นมันได้มีคุณสมบัติทางกายภาพซึ่งมันได้แยกออกจากกันอย่างน้อยสามประการได้แก่ มวล ประจุไฟฟ้าและโมเมนตัมเชิงมุม นอกจากนี้ถ้าหากว่าหลุมดำที่หมดทั้งสามหลุมนี้หากหลุมใดที่ได้มีค่ามวลทั้งหมดทั้งสามนี้ครบหมดซึ่งก็จะไม่สามารถที่จะแยกแยะในความแตกต่างกันได้อีกเลยและมันก็ยังไม่เหมือนกับวัตถุดาราศาสตร์อื่นๆเช่นดาวฤกษ์ที่มันได้มีค่าคุณสมบัติมากมายที่เรานั้นนับไม่ถ้วน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  rb88 ดีไหม